
"ผ้าไหมทอมือ"บ้านห้องแซงผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อชนเผ่า"ภูไท"
ผลพวงจากความรักความสมัครสมานสามัคคีของชาวบ้านใน ต.ห้องแซง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ตามโครงการเศรษฐกิจชุมชนนำร่องของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยการนำของนายอำเภอแหวนเพชร "วีระวัฒน์ วงศ์ว่องไว"
นักปกครองมือประสานสิบทิศของ อ.เลิงนกทา ภายใต้วิสัยทัศน์ "ห้องแซงตำบลน่าอยู่ เกษตรอินทรีย์ฟื้นฟู วัฒนธรรมภูไท" ทำให้ ต.ห้องแซง วันนี้กลายเป็นที่ตั้งของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองของชนเผ่าภูไทที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้
"ชาวบ้านใน ต.ห้องแซงกว่า 90% เป็นชนเผ่าภูไทที่อพยพมาจากเมืองเซโปนและเมืองพิล แขวงสะหวันนะเขต ส.ป.ป.ลาว จุดเด่นอย่างหนึ่งของชนกลุ่มนี้ก็คือฝีมือการทอผ้าที่ละเอียดประณีต สวยงาม มีลวดลายหลากหลายที่สื่อถึงประเพณีวัฒนธรรมของชนเผ่า ผมจึงได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยดูแลสนับสนุนในด้านต่างๆอย่างเต็มที่ จะเห็นว่าใน ต.ห้องแซง จะมีกลุ่มทอผ้ากระจายอยู่ทั่วไปตามหมู่บ้านต่างๆ ขึ้นอยู่กับความถนัดของสมาชิกในหมู่บ้านนั้น อย่างเช่นบ้านโนนแดงจะเน้นทอผ้าไหม ส่วนบ้านป่าชาติจะถนัดทอผ้าฝ้าย" นายอำเภอเลิงนกทาเผย
จันทร์ เจริญตา อายุ 55 ปี รองประธานกลุ่มสตรีทอผ้าพื้นเมือง (ผ้าไหม) ภูไทบ้านโนนแดง หมู่ 8 ต.ห้องแซง อ.เลิงนกทา ซึ่งเคยได้รับรางวัลโอท็อป 4 ดาว ผลิตภัณฑ์ผ้าทอไหมพรม กล่าวยอมรับว่าถึงแม้สมาชิกทั้งหมดกว่า 40 คนจะมีฝีมือการทอผ้าพื้นเมืองดีมากในทุกประเภท แต่ถ้าจะให้เด่นก็เห็นจะเป็นผ้าไหมทอมือ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของกลุ่มมานานและเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ
"กลุ่มเราจะขึ้นชื่อผ้าไหมทอมือ อย่างเวลาไปออกงานที่เมืองทอง ไหมพรมจะขายดีมากหมดก่อนงานเลิกทุกครั้ง สินค้าของเรานอกจากฝีมือการทอที่ประณีตสวยงามแล้ว ลวดลายก็เป็นจุดเด่นสำคัญที่ดึงดูดใจลูกค้า เพราะมีลายให้เลือกหลายแบบ เช่น ลายลูกหวายใหญ่ ลายลูกหวายเล็ก ลายตาไก่ ลายสอง ฯลฯ ลายสองคนต่างถิ่นจะชอบ แต่ถ้าคนในชุมชนเราเองจะชอบลายลูกหวายเล็ก" นายจันทร์กล่าว
ถึงรายได้จากการจำหน่ายผ้าทอมือของสมาชิกกลุ่มสตรีทอผ้าพื้นเมือง (ผ้าไหม) ภูไทบ้านโนนแดงจะค่อนข้างสูงเฉลี่ยเดือนละ 3,000-4,000 บาทต่อราย หากเป็นช่วงเทศกาลจะมีรายได้เพิ่มเป็น 2-3 เท่า แต่ก็เป็นเพียงอาชีพเสริมเท่านั้น เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลักอยู่แล้ว
เช่นเดียวกับกลุ่มสตรีทอผ้าพื้นเมือง (ผ้าฝ้าย) ภูไทบ้านป่าชาติ หมู่ 9 ต.ห้องแซง ซึ่งสมาชิกกลุ่มนี้จะถนัดในการทอผ้าฝ้าย โดย จันทร์เพ็ง ตะลุวัน อายุ 57 ปี ประธานกลุ่มสตรีทอผ้าพื้นเมือง (ผ้าฝ้าย) ภูไทบอกว่าหลังก่อตั้งกลุ่มขึ้นมาในปี 2546 ก็ได้ดำเนินการทอผ้าเพื่อหารายได้เสริมอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นทอผ้าฝ้าย เนื่องจากสมาชิกของกลุ่มมีความถนัดในการทอผ้าชนิดนี้
"กลุ่มเรามีสมาชิกทั้งสิ้น 30 คน การทอก็จะแบ่งไปตามความถนัดของแต่ละคน เช่นบางคนถนัดผ้าห่อ บางคนผ้าพันคอ บางคนผ้าถุง ผ้าขาวม้า แต่ถ้าผ้าชนิดไหนมีออเดอร์เข้ามามากทุกคนก็จะมาช่วยกันทำ เพราะทุกคนจะทำได้หมด ผ้าแต่ละผืนจะใช้ระยะเวลาการทอเฉลี่ย 2-3 วัน"
ส่วนเรื่องการตลาดนั้น เธอยอมรับว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะมีร้านส่งประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ (เมืองทองธานี) นอกจากนั้นยังจำหน่ายตามงานเทศกาลต่างๆ ทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ส่วนราคาก็ไม่แพงมากนัก เมื่อเทียบฝีมือและระยะเวลาการเฉลี่ยผืนละ 200-300 บาทเท่านั้น ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายก็จะแบ่งให้สมาชิก 5% ส่วนที่เหลือก็จะนำเข้ากองทุนของกลุ่มเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนต่อไป
ผ้าทอพื้นเมืองของชนเผ่าภูไทในตำบลห้องแซง ไม่เพียงแต่เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับสมาชิกเท่านั้น แต่ยังช่วยสืบสานฝีมือการทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของชนเผ่าต่อไปในอนาคตอีกด้วย
สุรัตน์ อัตตะ



