ข่าว

กต.ปัดวุ่นคืนพาสปอร์ตสีน้ำตาล'แม้ว'

กต.ปัดวุ่นคืนพาสปอร์ตสีน้ำตาล'แม้ว'

15 ธ.ค. 2554

โฆษกต่างประเทศโยน "สุรพงษ์ " แจงคืนพาสปอร์ตสีน้ำตาลให้ "ทักษิณ" ด้านรมว.ต่างประเทศเตรียมชี้แจง 16 ธ.ค. “อภิสิทธิ์”ซัดสาละวนหาของขวัญปีใหม่ให้นายใหญ่ เปิดหนังสือร้องเรียนขรก.ต่างประเทศถึง"ชวนนท์"

             15ธ.ค.2554  นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้คืนหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตประเภทบุคคลทั่วไป ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายธานีระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว ขอตรวจสอบไปยังกรมการกงสุลก่อน โดยเรื่องนี้ ขอให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นผู้ชี้แจงด้วยตนเอง

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันสื่อมวลชนได้พยายามติดต่อนายสุรพงษ์ เพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว แต่ก็ได้คำตอบว่า ติดภารกิจประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี อยู่ภายนอกกระทรวง ยังไม่สะดวก และจะโทรศัพท์กลับมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนภายหลังที่เสร็จสิ้นแล้ว



"สุรพงษ์"เตรียมชี้แจง16ธ.ค.



              ผู้สื่อรายงานว่าในวันที่ 16 ธ.ค.  นายสุรพงษ์  โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ  มีกำหนดการพบปะสื่อมวลชนประจำกระทรวงการต่างประเทศช่วงเที่ยง ซึ่งจะมีการชี้แจงสื่อมวลชนกรณีข่าวการคืนพาสปอร์ตสีน้ำตาลให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ   อย่างไรก็ตามในช่วงเช้า รมว.กระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดการเป็นประธานสัมมนาเรื่อง"ขีดความสัมพันธ์ไทยกัมพูชาศักราชใหม่แห่งมิตรภาพโอกาสใหม่แห่งการลงทุน"ที่ โรงแรมดุสิตธานีในเวลา 10.00 น.

 

“อภิสิทธิ์”ซัดสาละวนหาของขวัญปีใหม่ให้นายใหญ่
   
               ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เบื้องต้น นายสุรพงษ์จะต้องบอกความจริงกับประชาชนว่ามีการออกหนังสือเดินทางแล้วใช่หรือไม่และเป็นผู้ถือหนังสือนี้ไปที่ดูไบใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ต้องอธิบายว่าเหตุใดจึงตัดสินใจออกหนังสือเดินทางให้ สอดคล้องกับแนวปฏิบัติต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหน เพราะที่ผ่านมามีการออกข่าวเหมือนกับว่ายังไม่ได้มีการดำเนินการ แต่ขณะนี้มีเหตุที่น่าจะเชื่อได้ว่าอาจจะดำเนินการไปแล้ว เบื้องต้นคิดว่าประชาชนมีสิทธิ์รู้ข้อเท็จจริงจากประชาชนก่อน

              เมื่อถามว่าถ้ามีการออกหนังสือเดินทางไปแล้ว ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีต้องอธิบายว่าเป็นหนังสือเดินทางประเภทไหน ใครเป็นคนขอ หลักเกณฑ์ในการอนุมัติคืออะไร และถ้ามีความไม่เหมาะสมตรงไหน นายกรัฐมนตรีก็ต้องเข้าไปกำกับดูแลด้วย

              เมื่อถามว่า คิดว่ากระทบความเชื่อมั่นในรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นจริงก็ตอกย้ำอีกครั้งว่าในที่สุดแล้ววาระที่รัฐบาลเห็นเป็นเรื่องสำคัญแต่ละเรื่องก็ยังเป็นเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ และเรื่องของพวกพ้อง ในภาวะที่มีเรื่องอื่นที่รัฐบาลต้องไปทำ ความจริงรมว.ต่างประเทศต้องมีบทบาทสำคัญในขณะนี้ที่จะไปสร้างความเชื่อมั่นในประเทศต่าง ๆ ไม่ใช่มาสาละวนว่าจะเอาของขวัญปีใหม่อะไรไปให้พ.ต.ท.ทักษิณ และหากรัฐบาลยังทำเรื่องเหล่านี้ปัญหาต่าง ๆของประชาชนก็จะถูกละเลยและสังคมจะอยู่บนความขัดแย้งต่อเนื่อง ไม่ได้ประโยชน์กับใคร และหากรมว.ต่างประเทศอ้างว่าเป็นการกระทำของข้าราชการอย่างเดียว หากข้าราชการทำไม่ถูกต้องรมว.ต่างประเทศก็ต้องดำเนินการ


"กษิต"จี้"ยิ่งลักษณ์- สุรพงษ์"สารภาพบาป


              นายกษิต  ภิรมย์  อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ในระเบียบการออกหนังสือเดินทาง จะไม่มีการบอกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีบวกนักโทษหนีคุกหนีตะราง สามารถออกหนังสือเดินทางใด ๆ ให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี หรือรมว.ต่างประเทศที่มีคำกำกับท้ายว่า ถูกคดีแล้วจะต้องติดคุก 2 ปี เมื่อไม่มีกฎระเบียบได้ระบุไว้ว่าอดีตนายกฯ แล้วถูกต้องโทษแล้ว คุณจะได้รับหนังสือเดินทาง เป็นที่ไม่ถูกต้อง ผิดระเบียบ และในกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องเดินทางกลับมาประเทศไทย เพราะทางมิตรประเทศจะส่งตัวกลับมาให้ ในแง่ของการแลกเปลี่ยนผู้ร้าย หรือส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่ประเทศนั้นเขาให้ความร่วมมือกับเรา ก็สามารถที่จะออกเอกกสารเดินทางให้กลับ เป็นเอกสารเดินทาง ทางเดียววันเวย์ ดังนั้นสิ่งเดียวที่กระทรวงการต่างประเทศทำได้ ในกรณีของอดีตนักการเมืองที่หนีไป คือการออกเอกสารแบบนี้ให้เท่านั้น

                ที่ผ่านมานายสุรพงษ์ได้กล่าวว่า การเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ก็เพื่อที่จะมาช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้ทำไปแล้ว ตั้งแต่การไปพบทูตญี่ปุ่น ซึ่งก็ได้ทำไปแล้ว อยากที่จะทำตัวเป็นซานตาครอส เพื่อที่จะเอาหนังสือเดินทางไปเป็นของขวัญ แต่ในระบอบประชาธิปไตยหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ความมีจริยธรรมของนักการเมือง ทั้งนี้หากทำอะไรไปในเรื่องที่เกี่ยวกับความสนใจของประชาชน เรื่องที่เกี่ยวกับอดีตนายกฯที่ต้องโทษ ก็จะต้องมาชี้แจงกับประชาชน ไม่ควรให้เป็นเรื่องคลุมเครือ จริงไม่จริงด้วยเหตุผลอะไรควรชี้แจงให้ชัดเจน และการที่ออกมาบอกว่าไปดูไปเพื่อไปเจรจาเรื่องน้ำมันนั้น ไปพบกันจริงหรือไม่ หรือมีการเอาพาสปอร์ตไปให้พ.ต.ท. ทักษิณ หรือไม่ เวลานี้สังคมเปิดเผย สังคมที่ต้องมีธรรมาภิบาล ในการบริหารราชการไม่สามารถให้เรื่องเหล่านี้คลุมเครือได้ และหากมีการออกหนังสือเดินทางไปแล้ว และผิดกฎหมาย คนออกก็ต้องรับผิด ขอเรียกร้องให้นายสุรพงษ์ และนายกฯออกมาพูดให้ชัดว่ามีการออกหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท. ทักษิณ จริงหรือไม่ จะได้ดำเนินการตามครรลองของกฎหมายหรือตามระบบสภาฯ
            
              “เรื่องนี้อยู่ในหัวใจของประชาชน ไม่เกี่ยวกับความถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง แต่เกี่ยวกับธรรมาภิบาล ไม่เป็นธรรมาภิบาลของรัฐบาล  ก็ต้องเอาเรื่องคาใจออกมาแฉให้ประชาชนทราบ มีเสียงข้างมาก เสียงดังฟังชัดกลัวอะไร ทำอะไรไปก็ต้องออกมาสารภาพบาปต่อประชาชน” นายกษิต กล่าว

 
เปิดหนังสือร้องเรียนขรก.ต่างประเทศถึง"ชวนนท์"


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือร้องเรียนข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศที่ส่งถึงนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และได้มีการเปิดเผยเรื่องนี้ความว่า "อีแอบ (ข้าราชการบัวแก้วสายพันธุ์ใหม่)

              คำว่า อี หรือไอ้  เป็นคำนำหน้าสำหรับบุคคลที่ไม่พึงได้รับเกียรติ ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในวงราชการ รวมถึงในวงราชการ กระทรวงการต่างประเทศด้วย จะขอเล่าพฤติกรรม พวกอีแอบที่แสบสนิทให้ฟัง

              -- เมื่อวันจันทร์ที่  31 ตุลาคม 2554 ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก ในขณะที่รัฐบาลประกาศเป็นวันหยุดราชการในเขตกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงกรณีอุทกภัย ซึ่งประชาชนทั่วไปต่างอพยพหนีน้ำกันจ้าละหวั่น ก็ปรากฎว่า มีกลุ่มอีแอบในกระทรวงการต่างประเทศ แอบกระทำการทุจริตโดยออกหนังสือเดินทางให้แก่นายใหญ่ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกหมายจับ และหลบหนีโทษตามคำพิพากษา มีการปลดล็อคให้นายใหญ่ซึ่งถูกบันทึกไว้ในบัญชีว่าเป็นบุคคลต้องห้าม  (blck list) แต่อีแอบกลับสั่งผลิตและสั่งจ่ายเล่มหนังสือเดินทางทำให้หนังสือเดินทางดังกล่าวสามารถใช้การได้ และเชื่อมโยงข้อมูลไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ....เป็นไงอีแอบแสบได้ใจจริงเลย

              -- อีแอบ คงคิดว่าตัวเองเป็นคนฉลาดล้ำ โดยลืมนึกถึงระบบรักษาความปลอดภัยของหนังสือเดินทาง ซึ่งมีการนับจำนวนแล่ม เลขที่หนังสือทางที่ออก การปลดล็อคบุคคลที่มีรายชื่อตามหมายจับ ตลอดจนการบันทึกการสั่งจ่าย  รวมทั้งการออกใบเสร็จรับเงิน ไม่นับถึงการเก็บข้อมูลหนังสือเดินทางในฐานข้อมูลหนังสือเดินทางสำรอง โดยมีการจัดเก็บทั้งในลักษณะอิเล็กทรอนิกส์ และการบึนทึกในแผ่นดิจิตอล ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานสำคัญที่จะเอาผิดคนชั่วได้

              -- อีแอบ อาจกระทำทุจริต โดยคิดว่า จะได้รับการตอบแทนจากผู้มีอำนาจ จึงเอาชีวิตราชการเข้าแลกกับผลประโยชน์เพียงแค่การเสพตำแหน่ง เพราะเชื่อว่า ไม่มีองค์กรใดสามารถตรวจสอบการกระทำชั่วที่ทุจริตได้  ทั้งที่ตัวอีแอบก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยนั้นขึ้นมา จึงหลงคิดว่าตัวเองมีอำนาจที่จะปลดล็อค สั่งผลิตเล่มและสั่งจ่ายเล่ม โดยไม่มีใครล่วงรู้หรือตรวจสอบได้ ซึ่งสิ่งที่อีแอบ แอบกระทำนั้น ทั้งหมดเป็นสิ่งทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ในราชการอย่างรุนแรง โทษสถานเดียวคือ คุก

              -- เป็นที่น่าเสียดายและเสียใจที่อีแอบ เป็นข้าราชการ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เอาประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง แต่อีแอบกลับทำตรงกันข้าม ยังคงหน้าด้านสวมเครื่องแบบข้าราชการพลเรือนอยู่ได้

              -- อย่าไปกล่าวโทษนายใหญ่ ที่สั่งการมา หรือ เจ้ากระทรวงบัวแก้ว ที่เลือกใช้อีแอบทำการนี้ เพราะอีแอบคิดการใหญ่ไม่เป็น มือยังไม่ถึงและไม่เนียน คิดว่าตัวเองฉลาดเสียเต็มประดา อย่างนี้เข้าทำนองโง่แล้วยังอวดฉลาด สงสารแต่นายใหญ่ที่ปล่อยให้คนโง่ทำงานอยู่ได้ อีแอบสมควรดื่มยาพิษฆ่าตัวตายเหมือนเจียวก้านสมัยโจโฉ หรือในสมัยของฮิตเลอร์ก็มีการฆ่าทิ้งสมุนโง่ๆ มาซะเยอะแล้ว

              -- น่าเสียดายที่ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ฟังแล้วนิ่งเฉยเหมือนตอไม้ ไม่เดือดเนื้อร้อนใจว่า การกระทำเยี่ยงนี้ เป็นการทำลายเกียติและศักดิ์ศรี ของข้าราชการทั้งมวล

              -- ฝากถึงอีแอบ และผู้บงการนะ สมัยนี้เวรกรรมติดจรวดแล้ว อีแอบ ทำชั่ว ทำเ...ย  มาเยอะแล้ว สิ่งที่ทำน่ะ ถ้าไม่นึกถึงเรื่องเวรกรรม ก็น่าจะรู้ว่าอายุความในกรรมน่ะถึง 10 ปี เลยนะ ขอให้อีแอบ โชคดี คริ คริ"