ข่าว

นอร์เวย์รำลึก100ปีนักสำรวจคนแรกของโลก

นอร์เวย์รำลึก100ปีนักสำรวจคนแรกของโลก

15 ธ.ค. 2554

'นอร์เวย์' จัดพิธีรำลึกในโอกาสครบรอบ 100 ปี 'โรอัลด์ อามุนด์เซ่น' นักสำรวจ หลังเดินทางไปถึงขั้วโลกใต้ ในทวีปแอนตาร์กติกาได้สำเร็จเป็นคนแรกของโลก

          ภายใต้ท้องฟ้าสดใส และอุณหภูมิ ลบ 40 องศาเซลเซียส นักสำรวจ นักวิทยาศาสตร์และนายกรัฐมนตรีเจนส์ สโตลเทนเบิร์ของนอร์เวย์ ได้ร่วมรำลึกความสำเร็จของคณะนักสำรวจนอร์เวย์ ที่สามารถพิชิตขั้วโลกใต้ได้สำเร็จ โดยพิธีจัดขึ้นเมื่อวาน ตรงจุดที่นายโรอัลด์ อามุนด์เซ่น ผู้เดินทางถึงขั้วโลกใต้เป็นคนแรกปักธงชาตินอร์เวย์ไว้เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2454 และพิธีนี้มีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์นอร์เวย์ด้วย

          นายกรัฐมนตรีสโตลเทนเบิร์ก ได้เปิดตัวรูปสลักน้ำแข็งครึ่งตัวของอามุนด์เซ่นเนื่องในวาระสำคัญนี้ พร้อมกับบอกว่าเรามาที่นี่เพื่อเฉลิมฉลองหนึ่งในความสำเร็จของมวลมนุษยชาติ และรูปสลักนี้จะยังคงอยู่อีกนาน เพราะอุณหภูมิในขั้วโลกใต้คงไม่เพิ่มไปกว่าจุดเยือกแข็ง

          อามุนด์เซ่น และลูกทีม ใช้เวลาเกือบ 2 เดือนเดินทางด้วยสกีข้ามผ่านทะเลรอส ที่กลายเป็นน้ำแข็ง ปีนเขาสูงชันของที่ราบสูงแอนตาร์กติกที่ความสูง 9,800 ฟุต หรือ 3,000 เมตร และข้ามทุ่งธารน้ำแข็งกว้างใหญ่กว่าจะไปถึงขั้วโลกใต้

          ผู้นำนอร์เวย์ ยังยกย่อง โรเบิร์ท ฟัลคอน สก็อต นักสำรวจชาวอังกฤษ ซึ่งต้องแพ้ให้กับอามุนด์เซ่น โดยเดินทางถึงขั้วโลกใต้ในอีกกว่าหนึ่งเดือนถัดมา เขาและเพื่อนร่วมเดินทางอีก 4 คน เสียชีวิตขณะเดินทางออกจากขั้วโลกใต้

          ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องกันว่า อามุนด์เซ่น ประสบความสำเร็จเพราะเขามีการเตรียมความพร้อมดีกว่าสก็อต อามุนด์เซ่นใช้ทั้งสกีและลากเลื่อนสุนัข ขณะที่สก็อตใช้ลากเลื่อนที่ใช้เครื่องยนต์ ซึ่งพังลงขณะเดินทาง และม้าแคระซึ่งไม่สามารถทนอากาศหนาวได้ อามุนด์เซ่น มีการกักตุนอาหารและอุปกรณ์มากกว่า 3 ตันเป็นอย่างดี

          แม้การแข่งขันระหว่างอามุนด์เซ่นและสก็อตในการพิชิตขั้วโลกใต้จบลงด้วยความขมขื่น แต่ปัจจุบันทั่วโลกได้มีการร่วมมือกันภายใต้สนธิสัญญาแอนตาร์กติก ที่เน้นถึงความร่วมมือด้านสันติภาพ