
8ปีแห่งรักหนุ่มแคลิฟอร์เนียสาวชาวกรุง
8 ปีแห่งรัก...รักไม่มีวันหยุดหนุ่มแคลิฟอร์เนีย สาวชาวกรุง:เขยฝรั่งสะใภ้อินเตอร์ โดย... เสาวลักษ์ คงภัคพูน / กวินทรา ใจซื่อ
"เผลอแป๊บเดียว เด็กชายดอนก็อายุเข้าปีที่สี่แล้ว แต่ละวันที่เลี้ยงลูก เขาจะมีเรื่องให้ประหลาดใจ ดีใจ ขบขัน และมีความสุขได้ทุกวัน ไม่น่าเชื่อว่าเด็กชายตัวเล็กๆ คนนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้มากมาย สุขสันต์วันเกิดนะลูก ขอให้ดอนเป็นเด็กดี มีสุขภาพแข็งแรง โตวัน โตคืน เพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม รักลูกมาก" แม่และแดดดี้
ข้อความอวยพรลูกชาย ด.ช.ดอน อีฮาร์ท วัย 4 ขวบ ที่ครบรอบวันเกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา เป็นความรักที่ "กัญญาภัค พิชญุตม์" หรืออิ๊ว และ "เบร็ท อีฮาร์ท" มอบให้แก่แก้วตาดวงใจคนเดียวของครอบครัว
8 ปีที่แล้วความรักของครอบครัวอีฮาร์ทเกิดขึ้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา จากความเบื่อหน่ายกับอาชีพข้าราชการที่ทำมานาน 5 ปี สาวกรุงเทพฯ อย่างกัญญาภัคตัดสินใจลาออกจากงาน ก่อนบินลัดฟ้าตั้งใจไปเรียนต่อปริญญาเอกที่นั่น ชีวิตรักข้ามขอบฟ้าเริ่มต้นขึ้น
"หลังจากเรียนจบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีโอกาสทำงานหลายอย่าง ทั้งทำงานหนังสือ งานแปล ทำธุรกิจร้านอาหาร กระทั่งได้ทำงานรับราชการอยู่ 5 ปี รู้สึกเบื่องาน จึงตัดสินใจลาออก ตั้งใจว่าจะหาที่เรียนต่อปริญญาเอก บริหารสังคม ที่อเมริกา ตอนแรกที่มาถึงก็เริ่มหาที่เรียนภาษาอังกฤษก่อน”
การเดินทางจากรัฐอริโซนา มาติดต่อธุระที่แอลเอของเบร็ท อีฮาร์ท นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ได้พบเจอกับเพื่อน วันนั้นบรรดาเพื่อนๆ แนะนำให้หนุ่มอเมริกันและสาวไทยคู่นี้ได้รู้จักกัน ความประทับใจในท่าทีอ่อนหวานแต่ก็แฝงไว้ด้วยความมั่นคงเด็ดเดี่ยว ใจแข็ง ทำให้เบร็ทหวั่นไหวและประทับใจสาวไทยที่อยู่ตรงหน้าทันทีที่ได้เจอ
“เป็นผู้หญิงพึ่งตัวเองได้ ไม่เรื่องมาก พอได้พูดคุยและทำความรู้จักกันมากขึ้น ทำให้รู้จักนิสัยใจคอ เขาเป็นคนใจแข็ง หัวดื้อ ขัดกับบุคลิกข้างนอกที่ดูอ่อนหวาน แต่ที่สำคัญเขามีความรัก ความห่วงใยครอบครัวมาก คอยดูแลเอาใจใส่ทุกคน ทำให้ประทับใจมากขึ้น อีก 6 เดือนต่อมาเลยตัดสินใจขอแต่งงาน”
ตลอด 6 เดือนที่เบร็ทจะใช้เวลาในวันเสาร์-อาทิตย์ ขับรถจากอริโซนามาที่แอลเอ ประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อมาหากัญญาภัค มาคอยดูแลทั้งเรื่องที่พัก การขับรถ และการเรียนภาษา ความใส่ใจกับรายละเอียดเหล่านี้ ทำให้หญิงสาวประทับใจไม่น้อย
พอ 6 เดือนผ่านไปเราบอกว่า กลับไปเรียนเมืองไทยดีกว่าไม่อยู่อเมริกาต่อแล้ว เขาเลยขอแต่งงาน
วันนั้นเขาก็ขับรถมาหาชวนไปดูโชว์ที่ดิสนีย์แลนด์ เสร็จแล้วพาไปกินข้าวเย็นต่อ จากนั้นก็ขับรถมาส่งที่บ้าน แต่วันนั้นไม่รู้มาก่อนว่าจะพูดเรื่องแต่งงาน สักพักเขาก็ขอแต่งงานค่ะ ขอในรถนั่นแหละ ไม่โรแมนติกนะ แต่ดูมุ่งมั่นตั้งใจมาก
"เขาบอกว่า ถ้าตกลงแต่งงานก็จะเป็นการแต่งงานครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเขา ทุกวันนี้ยังบอกเสมอว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเขาจะไม่แต่งงานใหม่แน่นอน”
ระยะเวลาเพียง 6 เดือนในการเรียนรู้นิสัยใจคอของทั้งสองคน กัญญาภัคบอกว่า ถือเป็นเวลาที่สั้นมาก แต่ที่ทำให้ตัดสินใจแต่งงาน เพราะการเอาใจใส่ ห่วงใยดูแลอย่างจริงใจ แต่ละครั้งที่ได้เจอะเจอกันต่างฝ่ายต่างเก็บรายละเอียดทั้งการเป็นอยู่ การใช้ชีวิต และนิสัยใจคอ คิดว่าลองแต่งดู อยู่กันไม่ได้ก็เลิก ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ไหวจริงๆ ก็จะไม่รั้งไว้ เลยตอบตกลง
8 ปีที่แต่งงานทั้งสองคนอยู่กันด้วยความรัก ความเข้าใจ ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันเลย ทั้งที่ทั้งสองต่างกันทั้งภาษาและวัฒนธรรม ทุกวันนี้นอกจากจะทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน ดูแลลูกแล้ว เธอยังช่วยแบ่งเบาธุรกิจของสามีด้วย
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นฐานชีวิตของเราสองคนใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันมาก ทำให้พูดคุยทำความเข้าใจกันได้ง่าย ต่างฝ่ายก็ต่างให้เกียรติกัน ครอบครัวไม่เคยทะเลาะเพราะอยู่กันอย่างเพื่อน ให้ความสำคัญกับครอบครัวมาอันดับแรก เงินทองเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด มีอะไรไม่เข้าใจต้องคุยอย่างเปิดอก เพราะต่างเชื้อชาติ ต่างวัฒนธรรมต้องอธิบายกันให้เข้าใจ ส่วนครอบครัวของเราต่างฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไร บอกลูกรักใคร แม่รักด้วย เพราะเราคือคนที่จะอยู่กับเขา ส่วนครอบครัวสามีจะประหลาดใจมาก เพราะปกติเคยมีแต่แฟนที่เป็นคนขาวด้วยกัน ประหลาดใจที่คนเอเชียโผล่มาได้ไง แต่ไม่ได้ขัดขวางอะไร
ข้าวเหนียวหมูย่างและเนื้อแดดเดียวเป็นอาหารจานโปรดของสองพ่อลูก การได้ทำอาหารไทยเป็นความสุขของครองครัวอีฮาร์ทที่ได้นั่งรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า เติมเต็มความรักด้วยการบอกรักกันทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งก่อนเข้านอน ก่อนวางโทรศัพท์ การสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ อย่างจับมือ สร้างความหวานและความรักให้แก่ชีวิตครอบครัว โดยเฉพาะ ด.ช.ดอน ลูกชายคนเดียววัย 4 ขวบ ที่ช่างพูดช่างคุยยิ่งทำให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น
“ดอนคลอดยากมาก เพราะเขาหนักเกือบ 4 กิโลกรัมต้องผ่าคลอด ตอนนี้ 4 ขวบเข้าเรียนเตรียมอนุบาล ทุกวันนี้หัดทำกับข้าวไทยก็เพราะลูก อยากให้ลูกได้กินของดี ของอร่อย เขาเป็นแก้วตาดวงใจที่สร้างรอยยิ้มสร้างเสียงหัวเราะให้แก่พ่อแม่ ทำให้ครอบครัวเราสมบูรณ์ การเลี้ยงดูลูกจะเลี้ยงเขาแบบไทย พาไปวัดทำบุญ ให้รู้จักเทศกาลต่างๆ สอนพูดไทย แต่พูดได้ไม่กี่คำ ฟังออกแต่ไม่พูด เขิน เลี้ยงเขาก็ไม่ได้คาดหวังแค่อยากให้ลูกมีงานการทำ เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ และมีความสุข พ่อแม่สบายใจแล้ว”
ข้อคิดที่ทำให้ทั้งสองคนใช้ชีวิตคู่อย่างราบรื่นคือความรัก ซึ่งแต่ละคู่ไม่มีสูตรตายตัว การแต่งงานไม่มีคู่ไหนที่ถูกสร้างมาให้เหมือนกัน หรือเพื่อกันและกัน ทุกคู่ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว แค่ขอให้คงความเป็นตัวของตัวเองไว้ การแต่งงานไม่ว่ากับคนชาติเดียวกันหรือกับชาติอื่น ความรักถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ปัจจัยอื่นทั้งพื้นฐานครอบครัวและการศึกษา หากต่างกันมากๆ โอกาสในการเกิดปัญหาครอบครัวมีแน่นอน



