รวบหนุ่มใหญ่ใช้เฟสบุ๊คหลอกฟันเด็ก
รวบชายวัย 37 ปี อ้างเป็นนักรบแดนใต้ ล่อลวงนักเรียนสาววัย 14 ปี มาข่มขืน โดยการพูดคุยผ่านเฟซบุ๊ค ก่อนจะถ่ายคลิปไว้แบล็คเมล์
15 ธ.ค.54 พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภาค 3 พร้อม นายชวน ศิรินันท์พร ผวจ.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.ผดุงเกียรติ ศิริพรวิวัฒน์ ผกก.สภ.เมือง อ.เมือง นครราชสีมา ร่วมแถลงข่าวการจับกุมนายวิมล ศรีดา อายุ 37 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 257/32 ถ.ระนอง ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ จ.358/2554 ลงวันที่ 14 ธันวาคม ตามข้อกล่าวหา กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นยินยอมหรือไม่ก็ตาม,พาบุคคลอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่ออนาจาร โดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล
พ.ต.อ ผดุงเกียรติ เปิดเผยพฤติการณ์ของคดีว่า ได้รับการประสานงานจากครูโรงเรียนมัธยม ในเขต อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยระบุนักเรียนหญิง ชั้นมัธยมปีที่ 2 ได้ถูกชายคนหนึ่ง ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊คส์ โดยใช้ชื่อแทนตัวเองว่า “ แดน สีดา และ นักรบแดนใต้ ” ล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมถ่ายคลิปวีดีโอไว้ เพื่อแบล็คเมล์ ข่มขู่ ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อ เพื่อไม่ให้ไปแจ้งความดำเนินคดี และไม่สามารถเลิกติดต่อกับผู้ต้องหาได้ มิเช่นนั้นจะนำคลิปไปเปิดประจาน โดยเกิดเหตุล่อลวงทางเพศนานกว่า 3 เดือน นอกจากนี้ผู้ต้องหา ยังล่อลวงนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ไปประกอบเหตุในลักษณะนี้อีก 2 คน
" ชุดสืบสวน ได้พยายามติดตามแกะรอยผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งไหวตัวทัน จึงวางแผนให้นักเรียนหญิง หลอกล่อ พยายามติดต่อทางเฟซบุ๊คส์ โดยผู้ต้องหา ใช้ชื่อในการพูดคุยว่า “ นักรบแดนใต้ ” ปัจจุบันได้ลาออกมาทำงานอยู่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ได้ขอให้เปิดกล้องเวปแคม เพื่อให้เห็นหน้า ซึ่งนายวิมล ผู้ต้องหา จะให้คู่สนทนา มองเห็นแค่หน้าผาก แต่ไม่ให้เห็นหน้าตาที่แท้จริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยาน หลักฐาน และให้ผู้เสียหายยืนยัน จึงขอให้ศาลจังหวัดนครราชสีมา อนุมัติหมายจับ อย่างไรก็ตาม แนวทางสืบสวนทางลับ พบเบาะแสมีผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนหญิงอีกหลายคน ที่ตกเป็นเหยื่อ เกิดความอับอายไม่กล้าแจ้งให้ครู หรือผู้ปกครองรับทราบ โดยจะรับรู้กันในกลุ่มเพื่อนร่วมห้องเท่านั้น "พ.ต.อ.ผดุงเกียรติ กล่าว
ด้านนายวิมล ผู้ต้องหา รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่า ใช้ชื่อตัวเองเป็น นักรบแดนใต้ และอ้างว่า ตัวเองเคยเป็นเจ้าหน้าที่ที่ออกปราบปรามขบวนการผู้ก่อการร้าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะวางกลอุบายชวนเหยื่อให้แชทคุยเรื่องวีรกรรมต่างๆ ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นการสมมุติขึ้น โดยใช้คำอ่อนหวาน ไพเราะ ทำให้เหยื่อ นิยมชมชอบ ผู้ที่เป็นฮีโร่ อยากเห็นหน้า จากนั้นจึงได้นัดแนะให้มาพบตามสวนสาธารณะ และห้างสรรพสินค้าในเขตเมือง นครราชสีมา



