
โจรใต้ป่วนบาเจาะโยนบึ้ม3จุดโชคดีไร้เจ็บ
คนร้ายป่วนอ.บาเจาะ จ.นราฯขว้างระเบิดใส่แขวงการทาง-บ้านพักตำรวจ-ยิงถล่มฐานทหารรวม 3 จุด โชคดีไร้คนเจ็บ คาดฝีมือกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 15 ธ.ค. 54 พ.ต.ท.ประทีป สุขสาร สว.เวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส, ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายป่วนพื้นที่ อ.บาเจาะ จำนวน 3 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน เหตุเกิดในช่วงคืนที่ผ่านมา คือ ขว้างระเบิดใส่ที่ทำการหมวดการทางบาเจาะ แขวงการทางนราธิวาส สำนักงานทางหลวงที่ 15 ขว้างระเบิดใส่บ้านพักเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาเจาะ และยิงอาวุธปืนใส่ฐานปฏิบัติการณ์ทหาร สังกัด กองร้อยปืนเล็กที่ 1 หมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 33 ซึ่งทั้ง 3 จุด ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
ทั้งนี้ โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณที่ทำการหมวดการทางบาเจาะ ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลตำบลบาเจาะ และห่างจาก สภ.บาเจาะ ประมาณ 150 เมตร พบว่าที่บริเวณหลังคาของเครื่องสูบน้ำหลังกำแพงรั้ว มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายเล็กน้อย และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้าง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกระป๋องของปลากระป๋องยี่ห้อหนึ่ง หนัก 0.5 ก.ก. ตกกจะจายเกลื่อนทั่วบริเวณ มีทั้งเศษชิ้นส่วนของลูกปรายจำนวนหนึ่งตกรวมอยู่ด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดที่ 2 ซึ่งเป็นบ้านพักไม้ 2 ชั้น ห้องที่ 9 ที่ ส.ต.ท.อรุณ แก้วบัว ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บาเจาะ อาศัยอยู่ ซึ่งตั้งอยู่หลังอาคาร สภ.บาเจาะ โดยคนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องชนิดและขนาดเดียวกันขว้างใส่ จนส่งผลทำให้หลังคาบ้านพักของห้องครัวได้รับความเสียหายเล็กน้อย และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดตกอยู่จำนวนหนึ่ง
ส่วนจุดที่ 3 เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการทหาร สังกัดกองร้อยปืนเล็กที่ 1 หมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมสายปัตตานี-นราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านอีโย๊ะ ม. 5 ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ พบปลอกกระสุนปืน เอส.เค.ตกอยู่ที่ถนนจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน โดยทั้ง 3 จุด ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
จากการสอบสวนทราบว่า ได้มีคนร้ายจำนวน 5-6 คน ได้วางแผนนัดแนะออกปฏิบัติการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยแยกกำลังออกเป็น 3 ชุด ชุดแรกขี่และซ้อนท้ายรถ จยย.เป็นพาหนะ ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้างที่ผลิตเอง ขว้างใส่อาคารที่ทำการหมวดการทางบาเจาะ แต่พลาดเป้าไปตกที่หลังคาของเครื่องสูบน้ำ ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เดินผ่านไปมาบริเวณใต้อาคารรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนคนร้ายชุดที่ 2 ซึ่งมีจำนวน 1-2 คน ได้แฝงตัวเดินเข้าไปในสวนผลไม้หลังกำแพงรั้วของบ้านพักเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาเจาะ แล้วใช้ระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้างที่ผลิตเองเหมือนจุดแรก ขว้างใส่บ้านพักของ ส.ต.ท.อรุณ แก้วบัว แต่ระเบิดได้ไปเกี่ยวกับกิ่งของต้นผลไม้หลังบ้านพัก ทำให้หลังคาบ้านพักได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนคนร้ายชุดที่ 3 ได้ขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. เป็นพาหนะ เมื่อผ่านฐานทหารให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืน เอส.เค.ยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหารที่นั่งรักษาการอยู่ที่ป้อมบังเกอร์ทางเข้าฐาน จำนวน 1 ชุด ประมาณ 4-5 นัด แต่ไม่ถูกผู้ใดเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม ส่วนเหตุเกิดที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
ทหารใต้งัดยุทธการ814สกัดแก๊งป่วนเร่งแผน 15 วันอันตรายโหมปล่อยข่าวลือ
พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยว่า ในช่วง 15 วันนับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เริ่มเกิดข่าวลือรายวันจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่พยายามสร้างกระแสความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามแผนการร้ายของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่กำหนดรูปแบบการสร้างสถานการณ์เอาไว้ 2 รูปแบบในช่วงเทศกาลสำคัญเพื่อทำลายขวัญกำลังใจของประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ รูปแบบที่ 1 คือ การก่อเหตุร้ายรายวันที่เน้นการสร้างกระแสให้เกิดความรุนแรงเป็นวงกว้างและเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น กรณีคนร้ายก่อเหตุในพื้นที่อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส 3 เหตุการณ์ในคืนเดียวซึ่งมีทั้งขว้างระเบิดใส่ที่ทำการหมวดการทางบาเจาะ,ปาระเบิดบ้านพักตำรวจสภ.บาเจาะ และยิงอาวุธปืนใส่ฐานปฏิบัติการณ์ทหารสังกัดกองร้อยปืนเล็กที่ 1 ฉก.นราธิวาส 33 ส่วนรู
ส่วนแบบที่ 2 คือ การระดมการปล่อยข่าวลือรายวันออกมาเป็นระยะ เช่น ห้ามประชาชนออกจากบ้าน หรือห้ามไปสถานที่ต่างๆ เพื่อทำลายบรรยากาศความรื่นเริงทำให้ประชาชนตกอยู่ในวังวนแห่งความกลัว
พล.ต.อัคร กล่าวต่อว่า ล่าสุด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าจึงได้เปิดแผนยุทธการ 814 ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการป้องปรามและติดตามเฝ้าระวังตลอดจนการจำกัดพื้นที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีไม่ให้ก่อเหตุ
“ยุทธการ814 เป็นแผนปฎิบัติเพื่อสกัดกั้นการก่อเหตุของคนร้ายทุกวิถีทาง ทุกพื้นที่ ทุกเส้นทางให้ประชาชนมีความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มด่านตรวจสกัดตรวจค้นยานพาหนะทุกประเภท รวมถึงการตรวจบุคคลโดยเฉพาะขอความร่วมมือให้พกบัตรประชาชนติดตัว กระทั่งการมอบหมายให้กำลังพลเข้าพื้นที่ชุมชนเพื่อซักถามและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด” พล.ต.อัคร กล่าว



