ข่าว

'สุเทพ'สั่งสลายชุมนุม'นปช.'ตามหลักสากล

'สุเทพ'สั่งสลายชุมนุม'นปช.'ตามหลักสากล

15 ธ.ค. 2554

'สุเทพ'ให้ปากคำพนักงานสอบสวน‏ เหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุม'นปช.'ย้ำออกคำสั่งชัดเจนไม่คิดร้ายปชช.

                   15 ธ.ค.54 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ในฐานะพยานในคดีการเสียชีวิตของกลุ่ม นปช. 16 ศพ จากเหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุม นปช. ช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค. 2553  กล่าวภายหลังเข้าให้ปากคำกับ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน เป็นเวลากว่า 8 ชั่วโมง ว่า การเข้าให้ปากคำในวันนี้ใช้เวลานานหน่อยเพราะว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว และเป็นเหตุการณ์หลายกรณีด้วยกัน เป็นคดีความหลายคดีซึ่งพนักงานสอบสวนก็มีความจำเป็นที่จะต้องซักถามข้อเท็จจริงในแต่ละคดี เรื่องที่พนักงานสอบถามก็เป็นเรื่องของเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการสลายการชุมนุม ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงว่าในขณะที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ออกคำสั่งปฏิบัติการอะไรไปบ้าง แล้วคำสั่งแต่ละคำสั่งมีวัตถุประสงค์อะไร มีแนวทางปฏิบัติการอย่างไร ได้กำชับเจ้าหน้าที่อย่างไร

                   นายสุเทพ กล่าวต่อว่า กรณีที่มีคำถามว่าตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยนอาวุธมาใช้ปืนลูกซอง ซึ่งตนก็ได้อธิบายให้เจ้าหน้าที่ฟังว่าที่ต้องทำอย่างนี้เพราะว่าปืนลูกซองเป็นอาวุธที่มีความร้ายแรงน้อยกว่าอาวุธประจำกายที่เจ้าหน้าที่ถืออยู่ตามปกติ และปืนลูกซองสามารถที่จะควบคุมวิถีกระสุนได้ การตัดสินใจที่ให้มาใช้ปืนลูกซองเพราะเป็นมาตรฐานที่ประเทศอื่นๆใช้กันในกรณีที่มีการจราจล แต่ว่าในคำสั่งของตนก็ได้สั่งให้มีการใช้ด้วยความระมัดระวัง อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้ลูกปราย แล้วก็ต้องใช้ในกรณีที่มีความจำเป็นแล้วก็สมควรแก่เหตุ เป็นไปเพื่อการป้องกันตัวเองและประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้องไม่หมายเอาชีวิต และห้ามกระทำการต่อเด็กและผู้หญิงโดยเด็ดขาด ก่อนที่จะใช้อาวุธก็ต้องปฏิบัติตามกฎของการใช้อาวุธอย่างเคร่งครัด ซึ่งตนได้เอาคำสั่งที่เป็นตัวอย่างทั้งหมดในทุกคำสั่งที่สั่งการ รวมทั้งภาพ วีดีโอคลิป ให้เจ้าหน้าที่ดูถึงวิธีการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนได้เรียนให้พนักงานสอบสวนทราบว่าในฐานะตนเป็นผู้อำนวยการ ศอฉ.

                   นอกจากออกคำสั่งแล้วก็ได้มีการติดตามกำกับดูแลให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามคำสั่ง ซึ่งตนยังได้นำคำพูดที่ผู้บัญชาการทหารบกได้อบรมผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งตนได้จดไว้ในสมุดบันทึกมาถ่ายทอดให้เจ้าที่ฟังด้วยว่า ผบ.ทบ ขณะนั้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่อย่าทำอะไรด้วยอารมณ์ ห้ามเกิดการผิดพลาด และการเป็นทหารของชาติต้องเป็นสุภาพบุรุษ แม้ว่าอีกฝั่งจะกระทำด้วยความรุนแรง แต่จะไปตอบโต้ด้วยความรุนแรงไม่ได้ เป็นต้น

                   ส่วนที่พนักสอบสวนได้สอบสวนเรื่องคำสั่งที่ ศอฉ. ออกไปได้อ้างว่าเป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนก็เรียนกับพนักงานสอบสวนไปว่า นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล จึงได้มีการสั่งการเป็นนโยบาย ในฐานะรัฐบาลว่า ศอฉ. จะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง เช่นในช่วงการชุมนุมได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาการจราจร ศอฉ.ก็มีหน้าที่ที่จะหาวิธีที่จะขอพื้นที่คืนเพื่อให้ประชาชนสัญจรได้ แต่เมื่อการเจรจาไม่ได้ผล เราก็ต้องหาวิธีการ ในการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 10 เมษายน ก็เป็นการปฏิบัติการตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้ แต่เมื่อเกิดความเสียหาย ในการปฏิบัติการหลังจากนั้นเราก็ต้องเพิ่มมาตรการให้มีความปลอดภัยในชีวิตของเจ้าหน้าที่ และประชาชนเพิ่มมากขึ้น จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาการชุมนุมที่ราชประสงค์ เราเริ่มต้นด้วยการตั้งด่านตรวจ ตั้งจุดสกัด เจ้าหน้าที่ไม่มีการเดินเข้าไปหาประชาชนอย่างที่เห็นตอนวันที่ 10 เมษา เจ้าหน้าที่จะตั้งด่านอยู่กับที่เพื่อไม่ให้มีผู้ชุมนุมเข้าไปเพิ่มเติม ไม่ให้มีการส่งกำลังบำรุงเข้าไปได้สะดวก เพื่อจะได้ลดความสะดวกสบายของผู้ชุมนุมและกดดันให้ค่อยๆเลิก แม้กระทั่งการปฏิบัติการในวันที่ 19 พ.ค. 53 ก็เป็นเพียงการกระชับพื้นที่จากบริเวณศาลาแดงมายังแยกสารสิน เพื่อที่จะได้ รพ.จุฬา คืนมาให้แก่ประชาชน เพื่อที่จะได้เข้าไปควบคุมพื้นที่ของสวนลุมพินี ไม่ให้เป็นฐานปฏิบัติการของผู้ก่อการร้ายที่แทรกแซงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมได้ เป็นต้น ซึ่งตนได้ตอบคำถามทุกคำถามที่เจ้าพนักงานสอบสวนได้ถามอย่างละเอียด พร้อมทั้งนำเอกสารประกอบ คำสั่งที่สั่งการ รูปภาพ ซีดีให้แก่พนักงานสอบสวน ซึ่งวันนี้ตนไม่มีความกังวลใจ

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลที่นำมาให้เจ้าหน้าที่วันนี้แตกต่างจากคราวที่แล้วอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่าแตกต่างเพราะคราวที่แล้วเป็นข้อมูลเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมวันที่ 12 มี.ค. จนถึงวันที่ 10 เม.ย ส่วนคราวนี้เป็นเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. จนถึงวันที่ 20 พ.ค.

                   ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อมูลชายชุดดำที่ นายสุเทพ พูดถึงจะเหมือนกับข้อมูลชายชุดดำที่ ร.ต.อ.เฉลิม พูดหือไม่ที่ว่าเป็นตำรวจมาจากบุรีรัมย์ นายสุเทพกล่าวว่า ด้วยความเคารพ ผมกับคุณเฉลิมต่างกันเยอะ

                   ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเป็นคนถูกสอนให้เชื่อในระบบมาโดยตลอด และตนเป็นคนที่เชื่อในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย เราต้องภาคภูมิใจว่าประเทศเรามีกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนไว้วางใจได้

                   นอกจากนี้นายสุเทพยังกล่าวถึง กรณีการเสียชีวิตของ นายฮิโร มูราโมโต้ นักข่าวชาวญี่ปุ่น ว่าพนักงานสอบสวนได้สอบถามว่าทราบจุดที่เสียชีวิตของนักข่าวชาวญี่ปุ่นหรือไม่ ตนจึงเรียนไปว่าตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ โดยตนได้รับเพียงรายงานและได้รับหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นว่าเสียชีวิตอยู่บริเวณใกล้กับจุดที่ พ.อ.ร่ทเกล้า เสียชีวิต แต่ในส่วนการตายจะหันหน้าหันหลังไปทิศใดตนไม่ทราบ แม้กระทั่งกล้องวีดีโอของนายมูราโมโต้  ก็ถูกคนเสื้อแดงยึดไปหลายวัน กว่าจะนำมาคืนก็มีการตัดหลายส่วนออกไปแล้ว ซึ่งตนก็ได้ตอบคำถามพนักงานสอบสวนไป ส่วนจะเกิดจากฝีมือใคร ตนว่าให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่จะทำข้อเท็จจริงให้ปรากฎดีกว่า ในการเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมในวันนี้เป็นที่พอใจของพนักงานสอบสวนมาก ซึ่งตนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนหากมีการร้องขออะไรเพิ่มเติมก็ยินดี ซึ่งตนถือว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยที่ต้องร่วมมือกันและทำความจริงให้ปรากฎ