
อะไรกันนักหนากับการคอรัปชั่น
อะไรกันนักหนากับการคอรัปชั่น : ประชาธิปไตยฯที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
เห็นว่าจะเข้าสู่ช่วงวันคอรัปชั่นสากลเร็วๆนี้ ก็เลยอยากจะพูดถึงเรื่องการคอรัปชั่นเพิ่มเติมอีกสักหน่อย
แน่นอนล่ะครับคอรัปชั่นคงไม่ใช่เรื่องดีอะไร แต่คำถามก็คือคอรัปชั่นมันเลวขนาดที่สามารถใช้เป็นเงื่อนไขในการจัดการในทุกๆ เรื่องได้เลยหรือเปล่า? โดยเฉพาะเรื่องการคอรัปชั่นกับเรื่องประชาธิปไตยเนี่ย?
ประการแรก การคอรัปชั่นนั้นไม่ใช่เรื่องดี แต่คงต้องเริ่มถามก่อนว่าการคอรัปชั่นนั้นมีขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่? ซึ่งคำถามนี้เป็นคำถามที่เราไม่ค่อยถามกันสักเท่าไหร่ เพราะเรื่องของการคอรัปชั่นเรามักจะไปมุ่งเน้นก่อนว่าเรารู้สึกว่าเราจะถามกับใคร และไม่ถามกับใคร
ใครบ้างที่ "น่าถาม" บ้าง
ทั้งที่เงื่อนไขสำคัญของการถามก็คือ เมื่อเราจะถามเรื่องการคอรัปชั่น เราต้องตั้งหลักก่อนว่าเราเข้าใจเรื่องความเป็นเจ้าของแค่ไหน และเข้าใจการแบ่งแยกเรื่องส่วนรวมและเรื่องส่วนตัวแค่ไหน
หมายความว่าเราต้องมองก่อนใช่ไหมว่า เราเป็นเจ้าของอะไร แล้วไม่เป็นเจ้าของอะไร แล้วค่อยมาดูว่าใครบ้างที่เอาของของเราไปใช้ หรือแสวงหาประโยชน์จากของที่เราเป็นเจ้าของ
เรื่องนี้สำคัญกว่าการมองว่าใครโกงใครไม่โกง เพราะเราฟังคนอื่นเขากล่าวหากันเสียอีก เพราะต้องดูกันทั้งระบบ
ประการที่สอง เรื่องการคอรัปชั่นนั้นมันเกี่ยวพันกับประชาธิปไตยแค่ไหน? เรื่องนี้ในทางหนึ่งย่อมแน่นอนว่า การคอรัปชั่นนั้นไม่ดีต่อประชาธิปไตย เพราะเป็นการไม่เคารพอำนาจของประชาชน โกงคนที่เป็นเจ้าของ
แต่ในอีกทางหนึ่ง การคอรัปชั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของแรงจูงใจที่จะทำให้เกิดความเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะยิ่งมีเศรษฐกิจที่ขยายตัว พวกคนที่สามารถโกงได้ก็จะยิ่งได้ส่วนแบ่งมากขึ้น และในขนาดเดียวกัน พวกที่ไม่ได้ประโยชน์ก็อาจจะยอมให้มีการโกงได้ เพราะเขาก็จะได้ส่วนแบ่งจากที่ได้น้อย หรือไม่เคยได้ ในแง่นี้การคอรัปชั่นจึงช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้บ้าง ในแง่ทำให้คนไม่ได้มีโอกาสมากขึ้น แม้ว่ามันจะไม่ยั่งยืน
ประการที่สาม เรามาถูกทางไหมในเรื่องการแก้คอรัปชั่น? ซึ่งผมคิดว่าเรามาถูกบางส่วน บางส่วนเรามาไม่ถูก
ในแง่ที่ว่า เราต้องเข้าใจก่อนว่าอย่างน้อยการคอรัปชั่นนั้นมันมีอยู่สองแบบใหญ่
คือแบบแรก เป็นการคอรัปชั่นทางการบริหาร หมายถึงว่าข้าราชการเขาโกง ซึ่งแบบนี้ส่วนหนึ่งเรามาถูกทางมาก เพราะต้องใช้องค์กรอิสระจัดการ หรือปลูกฝังคุณธรรมเสริมไปกับระบบตรวจสอบอิสระ
รวมกระทั่งสร้างแรงจูงใจให้มีการแฉจากภายใน
แต่แบบที่สอง คือเป็นการคอรัปชั่นทางการเมือง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ "เทา" มากกว่า เพราะไม่ค่อยชัดเจน มีการหลบหลีกได้มากกว่า
ทั้งนี้วิธีการมองอาจจะต้องแบ่งออกเป็นสองมิติ คือมิติในเรื่องอำนาจในการเลือก กับมิติเรื่องความรับรู้ในข้อมูล
อาทิ ถ้าเรามีอำนาจในการเลือกต่ำ แล้วรับรู้ข้อมูลน้อย อันนี้เราอาจจะต้องเพิ่มทั้งอำนาจในการเลือก เพิ่มชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เพิ่มการศึกษา และข้อมูล
แต่ถ้าเรามีอำนาจในการเลือกมาก แต่ข้อมูลน้อย อันนี้อาจต้องไปเสริมในเรื่องของการเปิดโปงข้อมูล หรือเปิดเวทีให้มีการรับรู้ไม่ใช่ใช้วิธีอบรมบ่มจิตสำนึกตะพึดตะพือ
หรือถ้าอำนาจเลือกน้อย แต่ข้อมูลมาก เราก็คงต้องไปดูว่าจะหาทางอื่นๆ ให้เกิดการแสดงออกทางการเมืองอะไรมากกว่ามิติเรื่องการเลือกตั้งได้
หรือถ้าอำนาจเลือกมาก และข้อมูลมาก ก็ต้องระวังว่าสุดท้ายเขาก็อาจจะปล่อยให้โกงได้ ไม่ใช่เพราะมีใครเลว แต่อาจเพราะเขาไม่ไว้เนื้อเชื่อใจคนอื่น ก็เลยเอาที่แน่นอนไว้ก่อนดีกว่า
นี่คือตัวอย่างเรื่องการพูดถึงการคอรัปชั่นครับ ที่แค่ติดป้าย หรือรณรงค์
พวกนี้อารมณ์เดียวกับโลกร้อนให้มารณรงค์ถุงผ้า ทั้งที่น้ำมาจ่อคอหอยสองเดือนแล้ว
ฮ่าๆๆๆๆๆ



