
'มท.'เตรียมฟื้นฟู'โอทอป'ทั้งระบบ
'รมช.มหาดไทย' เตรียมฟื้นฟู 'โอทอป' ทั้งระบบ คาดใช้งบ 1,500 ล. เล็งดึง 'จตุจักร' เป็นศูนย์กระจายสินค้า พร้อมจ่าย 200 ล. ช่วยผู้ประกอบการ 1,200 แห่งจากภัยน้ำท่วม
14 ธ.ค.54 นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมพัฒนาชุมชน (พช.) กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน สนับสนุนสินค้าชุมชน หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์(โอทอป) ว่า ตนได้เสนอในที่ประชุม ครม. ให้มีการรณรงค์ซื้อสิ้นค้าโอทอปเป็นของขวัญในช่วงปีใหม่ และครม.ยังอนุมัติให้จัดงานแสดงสินค้าโอทอป ตั้งแต่วันที่ 24 - 30 ธ.ค. 54 โดยจัดที่เมืองทองธานี ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการขาย ให้ผู้ประกอบการมีรายได้หลังจากติดปัญหาน้ำท่วม และงานแสดงสินค้าก็ไมได้มีการจัดงานมานานแล้ว ตนจึงเสนอ ครม. ให้กรมพัฒนาชุมชน เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ซึ่งจากการสำรวจผู้ประกอบการสินค้าโอทอปส่วนใหญ่ยังมีความพร้อมอยู่ โดยกรมพัฒนาชุมชน จะเป็นผู้จัดหาสถานที่ และให้ผู้ประกอบการมาจัดแสดงสินค้าได้ฟรี
“ รัฐบาลมีแนวคิดจะฟื้นสินค้าโอทอปขึ้นมาอีกครั้ง โดยกระทรวงมหาดไทยเสนอของบประมาณจาก ครม. 1,500 ล้านบาท ภายในเดือนมกราคม ปี 55 เพื่อจัดทำศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาคต่าง ๆ โดยจะมีศูนย์กระจายสินค้าใหญ่อยู่กลางตลาดนัดสวนจตุจักร พร้อมจัดแสดงงานฝีมือจากทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังจะจัดศูนย์แสดงสินค้าถาวรที่จ.เชียงใหม่ และจ.ภูเก็ต อีกด้วย ทั้งนี้ในอนาคต จะพิจารณาเชิญชวนภาคเอกชนเข้ามาร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อให้ดูแลเรื่องการตลาด และกระจายสินค้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้นด้วย ซึ่งทางน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีก็เห็นชอบและได้มอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ สำรวจดูว่าจะสามารถบูรณาการกับกระทรวงใดได้อีก เพื่อให้สินค้าโอทอปกลับมาเป็นตัวช่วยหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย หลังประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้” นายฐานิสร์กล่าว
ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมนั้น รมช.มหาดไทย กล่าวว่า จากการสำรวจโดยกรมการพัฒนาชุมชน พบว่ามีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ประมาณ 1,200 แห่ง ซึ่งตนได้ของบประมาณไปประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อไปฟื้นฟู 4 ด้าน ได้แก่ 1.โรงเรือนหรืออาคาร 2.เครื่องจักร เครื่องมือ 3.เงินทุน 4.การส่งเสริมการตลาด ซึ่งตอนนี้เรื่องอยู่ที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กำลังตรวจสอบอยู่ว่า การใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไปซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นหรือไม่ ซึ่งหากซ้ำซ้อนก็อาจถูกตัดงบประมาณลงอีก แต่จะพยายามให้ผู้ประกอบการทุกรายได้รับการช่วยเหลือมากที่สุด เนื่องจากปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการหลายราย ต้องสูญเสียเครื่องมือทำมาหากินไปทั้งหมด



