ข่าว

'นปช.'ลั่นเดินหน้ายกเลิกรธน.50

'นปช.'ลั่นเดินหน้ายกเลิกรธน.50

14 ธ.ค. 2554

'แกนนำนปช.' ลั่นเดินหน้ายกเลิก 'รัฐธรรมนูญ 50' เผยไม่เห็นด้วยข้อเสนอ คอป. ระบุความขัดแย้งเกิดจากคดีซุกหุ้น ย้ำเกิดจากอำมาตย์ที่ไม่ยอมคืนอำนาจให้กับประชาชน

          14 ธ.ค.54 นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยนายสมหวัง อัสราษี รองประธานนปช. น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าว โดยนางธิดา กล่าวว่า นับจากนี้บรรยากาศทางการเมืองจะยิ่งเข้มข้นขึ้น เพราะสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่ง เห็นได้จากมีความพยายามวางระเบิดสถานที่ต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการสั่งสอนให้เกิดความเกรงกลัว สำหรับนปช. การเคลื่อนไหวในระยะต่อไปจะเดินหน้าต่อไปตามยุทธศาสตร์และนโยบายชุดเดิมที่มุ่งเน้นการให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 และผลิตผลของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) รวมถึงกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมทั้งปวงโดยจะเขียนรัฐธรรมนูญของประชาชนที่เป็นประชาธิปไตย ยุติการรัฐประหารทุกรูปแบบให้หมดจากประเทศไทย ต่อสู้เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสำหรับประชาชน ให้ประเทศไทยเป็นนิติรัฐที่มีนิติธรรมอย่างแท้จริง โดยกระบวนการยุติธรรมต้องไม่ถูกแทรกแซงกดดันโดยผู้มีอำนาจและเครือข่ายระบอบอำมาตย์

          นางธิดากล่าวต่อว่าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม นปช.จะติดตามตรวจสอบให้ข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้รับการดำเนินการโดยเฉพาะการช่วยเหลือดูแลผู้ถูกจับกุมจากการชุมนุมทางการเมือง ที่ขณะนี้ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ จำนวน 73 คน พร้อมย้ำว่าผู้ถูกคุมขังคดีทางการเมืองทั้งหมดควรได้รับการประกันตัว และจัดที่คุมขังที่เหมาะสมในกรณีที่ยังไม่ได้รับอิสรภาพ

          ส่วนข้อเสนอที่คอป.เสนอมาทั้งหมดนปช.เห็นด้วย แต่มีข้อสังเกต 2 ประเด็น คือ คอป.ทำงานเชิงรุกให้ความจริงปรากฎน้อยเกินไป และคอป.ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนในกระบวนการเปิดเผยความจริงในการปราบปรามประชาชนยังไม่มีความชัดเจน และที่คอป.เห็นว่าปัญหารากเหง้าความขัดแย้งของวิกฤตประเทศเกิดจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องคดีซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น นปช.ไม่เห็นด้วย แต่เห็นว่ารากเหง้ามาจากเครือข่ายอำมาตย์ที่ติดหล่มไม่ยอมคืนอำนาจให้กับประชาชนส่วนใหญ่ ทำให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านจากระบอบสมบูรณายาสิทธิราชเป็นประชาธิปไตย ยังมีปัญหา เมื่อ นปช.และคอป.มีความเห็นต่างกัน ข้อเสนอต่างๆ ของนปช.จึงไม่เหมือนกับคอป.

          นอกจากนี้นปช.ขอเสนอไปยังรัฐบาลและคอป.ให้ค้นหาความจริงให้ปรากฎ รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง หากเห็นว่าการเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท มากเกินไปก็ควรรองทบทวนว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬผู้เสียชีวิตได้รับการเยียวยาถึง 6 ล้านบาท จึงควรพิจารณาถึงความช่วยเหลือที่เหมาะสม เรื่องการเยียวยาหากยังไม่ชัดเจนนปช.จะไปเยี่ยมคอป.และรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้เพื่อทวงถาม

          เมื่อถามว่าที่พรรคเพื่อไทยจะยุติการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กลาโหม รวมทั้งพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไว้ก่อนในการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติสมัยหน้าคือวันที่ 21 ธ.ค.นั้น นางธิดา กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีหลายช่องทางทั้งจากพรรคการเมือง และรัฐบาล แต่เราในฐานะภาคประชาชนต้องการที่จะให้มีการแก้ไขเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เราต้องนำบทเรียนสมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าจะดำเนินการแก้ไขในช่วง 3 เดือนสุดท้าย แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถแก้ไขได้ และในส่วนของนปช.มีการเตรียมความพร้อมสำหรับทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหากรัฐบาลไม่ทำเราก็จะทำเองโดยการระดมประชาชนร่วมลงชื่อในการแก้ไข จึงยืนยันว่าจะต้องมีการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอน ตนมองว่าสิ่งที่ออกมาเป็นเพียงแนวคิดของบางคนในพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่ใช่มติพรรค แต่ต้องยอมรับด้วยว่าพรรคเพื่อไทยกับนปช.ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน นปช.มีเป้าหมายและขั้นตอนการดำเนินการของเราตั้งแต่ต้น

 

ไม่เชื่อ ปปช. เพราะมาไม่ถูกต้อง

          ด้านนายสมหวัง กล่าวถึงกรณีที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนคดีสั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ ระบุว่า การที่เจ้าหน้าที่รัฐสลายการชุมนุมในช่วงที่มีการประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินฯ ไม่ถือว่าเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบตามมาตรา 11 ที่ได้ระบุไว้นั้น ตนอยากถามว่าการฆ่าคนไม่ต้องรับผิดชอบหรืออย่างไร และขอถามไปยังนายวิชา ว่า มีความเป็นกลางหรือความยุติธรรมแค่ไหนที่จะมาทำหน้าที่ไต่สวนคดีการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 91 ศพ เราทราบดีว่าป.ป.ช.มาไม่ถูกต้องเพราะมาจากการแต่งตั้งของคมช. เราจึงไม่ให้ความเชื่อถือหรือเชื่อมั่นในผลการไต่สวน แต่ตนเชื่อว่าคดี 91 ศพ เป็นคดีที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ และคนที่ต้องรับผิดชอบก็คือนายอภิสิทธิ์ กับนายสุเทพ แน่นอน เราจะต้องเดินหน้าให้ทั้งสองคนต้องถูกใส่โซ่ตรวนเหมือนอย่างที่ณัฐวุฒิกับจตุพรต้องเคยใส่เหมือนกัน

          ทั้งนี้ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ นปช.จะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกหลังจากที่พรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ที่จ.สกลนคร โดยมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ร่วมปราศรัย และในวันเดียวกันที่จ.ชัยภูมิ ก็มีการจัดเวทีด้วยเช่นกันโดยมีนางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานนปช.เข้าร่วม

          ขณะที่น.พ.เหวง กล่าวว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยนิติบัญญัติ ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ ตนกับส.ส.คนเสื้อแดงจะผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 โดยเร็วที่สุด เพื่อให้อำนาจสูงสุดกับประชาชน พร้อมทั้งเตรียมเสนอต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณายกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางจังหวัดที่ยังคงประกาศใช้อยู่ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น