ข่าว

'สภาฯ'แจงร่างพรฎ.'เงินเดือน-ค่าตอบแทน'

'สภาฯ'แจงร่างพรฎ.'เงินเดือน-ค่าตอบแทน'

14 ธ.ค. 2554

'เลขาสภาฯ' แจง ร่าง พ.ร.ฎ. 'เงินเดือน-ค่าตอบแทน' สมาชิกรัฐสภา ยัน ไม่ฉวยโอกาสขึ้นค่าตอบแทนให้นักการเมือง ชี้ เป็นเรื่องพิจารณาค้างเก่ามาตั้งแต่สมัยที่ผ่านมา แจง พิจารณาอย่างรอบคอบ

          14 ธ.ค.54 นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ พ.ศ. ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอ ว่า เรื่องดังกล่าวนั้นเค้างพิจารณามาตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องที่พิจารณาหรือหยิบยกมานำเสนอใหม่

          ทั้งนี้ภายหลังจากที่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายก ได้พิจารณาและปรับขึ้นเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการไปแล้ว นั้นในส่วนของกรรมาธิการกิจการสภาฯ ยังได้พิจารณาประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกรัฐสภาต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของสวัสดิการ อาทิ ค่ารักษาพยาบาล และค่าเดินทาง

          สำหรับการรักษาพยาบาล และประกันชีวิตนั้น แบบเดิมได้ใช้การประกันสุขภาพกลุ่มให้กับผู้รับประกันในอัตราไม่เกิน 20,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอ, การรักษาไม่ครอบคลุมโรค รวมถึงมีขีดจำกัดเรื่องสถานพยาบาล ทำให้ต้องมาพิจารณาทบทวนกันใหม่ เบื้องต้นนั้นได้หารือกับกระทรวงการคลัง แล้วได้ข้อสรุปว่า ส่วนสวัสดิการดังกล่าวนั้นควรยกให้เทียบเท่ากับข้าราชการ

          “ผลการพิจารณาครั้งก่อนได้พิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ไม่สามารถนำเสนอให้รัฐบาลชุดที่ผ่านมาพิจารณาทัน เพราะต้องเชิญเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอธิบายรายละเอียด และทำให้ถูกต้อง ดังนั้นเมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่แล้ว ประธานสภาฯ จึงได้ทำหนังสือยืนยันมติเดิม และนำเสนอให้ ครม.พิจารณา ขณะนี้ทราบว่า ครม. ได้อนุมัติในหลักการเท่านั้น ยังคงต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกครั้งว่า หากการปรับเปลี่ยนสวัสดิการดังกล่าวจะขัดต่อกฎหมายใดหรือไม่ โดยภายหลังจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเสร็จจะต้องนำกลับเข้ามาสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง สำหรับประเด็นค่าตอบแทนอื่น ๆ และเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มของประธานสภาที่ระบุว่าให้เท่ากับนายกฯ นั้น ผมไม่ทราบรายละเอียด” นายพิทูร กล่าว

          สำหรับรายละเอียดที่ปรากฎตามร่าง พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว อาทิ เงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มของประธานและรองประธานสภาฯ ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาฯ และสมาชิกวุฒิสภา โดยให้ประธานสภาฯ (ประธานรัฐสภา) ได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มเท่ากับนายกรัฐมนตรีนั้น นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อดีตประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของส.ว., ส.ส. และ กรรมาธิการ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2554 ไม่ได้มีการพิจารณาปรับเพิ่มขึ้นใหม่แต่อย่างใด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มของส.ว. และ ส.ส. ตาม พระราชกฤษฎีกา เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของส.ว., ส.ส. และ กรรมาธิการ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2554 ระบุไว้ว่า ประธานสภา ได้รับเงินประจำตำแหน่ง 75,590 บาทต่อเดือน เงินเพิ่ม จำนวน 50,000 บาทต่อเดือน รวมเป็น 125,560 บาท ซึ่งเท่ากับเงินเดือนของนายกรัฐมนตรีที่ได้รับในปัจจุบัน, ประธานวุฒิสภา ได้รับเงินประจำตำแหน่ง 74,420 บาทต่อเดือน และเงินเพิ่ม 45,500 บาทต่อเดือน รวมเป็น 119,920 บาท

          รองประธานสภาฯ, รองประธานวุฒิสภา และผู้นำฝ่ายค้านได้รับเงินเดือนเท่ากันทั้ง 3 ตำแหน่ง คือ เงินประจำตำแหน่ง 73,240 บาทต่อเดือน และเงินเพิ่ม 42,500 บาทต่อเดือน รวมเป็น 115,740 บาทต่อเดือน, ส.ส. และ ส.ว. ได้รับเงินเดือนในจำนวนที่เท่ากัน คือ เงินประจำตำแหน่ง 71,230 บาทต่อเดือนและเงินเพิ่ม 42,330 บาทต่อเดือน รวมเป็น 113,560 บาทต่อเดือน

          สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางของ ส.ส., ส.ว.,กรรมาธิการสภา, กรรมาธิการวุฒิสภา, กรรมาธิการรัฐสภา, และกรรมาธิการร่วมกนของ 2 สภา ที่ระบุไว้ว่าให้นำพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้ได้รับสิทธิ์ในอัตราเดียวกันกับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ส่วนกรรมาธิการฯ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาฯ, วุฒิสภา ให้ได้รับค่าพาหนะเดินทางนั้น ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2554) พบว่า ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในประเทศ ส.ส., ส.ว. และกรรมาธิการ จะได้รับเบี้ยเลี้ยง แบบเหมาจ่าย 250 บาทต่อวัน ค่าเช่าที่พัก กรณีเบิกตามจริง จะได้รับ แบบห้องพักคนเดียวจะได้รับ 2,500 บาทต่อคนต่อวัน , ห้องพักคู่จะได้รับ 1,500 บาทต่อคนต่อวัน แต่หากเป็นแบบเหมาจ่าย จะได้รับ 1,200 บาทต่อวันต่อคน

          สำหรับค่าพาหนะเดินทางไปราชการในประเทศ ในส่วนของพื้นที่จังหวัดที่มีเขตติดต่อกับกรุงเทพฯหรือข้ามเขตจังหวัดที่ติดต่อกับกรุงเทพ จะสามารถเบิกค่าเช่าได้ เที่ยวละไม่เกิน 600 บาท ส่วนการเช่าพาหนะข้ามเขตไปจังหวัดอื่นๆ ผู้ที่เดินทางสามารถเบิกได้เที่ยวละไม่เกิน 500 บาท
 ส่วนค่าชดเชยค่าพาหนะส่วนตัวที่ใช้ในการเดินทาง สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลจะได้รับเงินชดเลย กิโลเมตรละ 4 บาท, รถจักรยานยนต์ ได้รับเงินชดเชย กิโลเมตรละ 2 บาท

          สำหรับการเดินทางไปราชการในต่างประเทศ ประธานสภาและประธานวุฒิสภา ได้รับสิทธิในอัตราเดียวกับนายกฯ ส่วนรองประธานสภา, รองประธานวุฒิสภา, ผู้นำฝ่ายค้าน จะได้รับอัตราเดียวกับรองนายกฯ ส่วน ส.ส.และ ส.ว. จะได้รับสิทธิอัตราเดียวกับข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง โดยจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 3,100 บาทต่อวัน, ค่าเช่าโรงแรม จะเบิกได้ไม่เกิน 10,000-4,5000 บาทต่อวันต่อคนแล้วแต่ประเภท เป็นต้น

          ส่วนเบี้ยประชุมกรรมาธิการ ที่ระบุให้เพิ่มเป็นครั้งละ 1,500 บาทนั้น พบว่าเพิ่มจากเดิมที่ให้อัตราไม่เกินคนละ 1,200 บาท , เบี้ยประชุมคณะอนุกรรมาธิการที่ระบุให้รับได้ 800 บาทนั้นยังคงเป็นอัตราเดิม