ข่าว

อัยการสรุปคดี'อันวาร์'หลังถูกฟ้องวิปริตทางเพศ

อัยการสรุปคดี'อันวาร์'หลังถูกฟ้องวิปริตทางเพศ

14 ธ.ค. 2554

อัยการมาเลเซีย แถลงสรุปสำนวนคดี 'อันวาร์ อิบราฮิม' อดีตรองนายกรัฐ หลังถูกกล่าวหาในคดีวิปริตทางเพศ ระบุมีหลักฐานเอาผิด ฐานมีเพศสัมพันธ์กับอดีตผู้ช่วยชาย ขณะที่ทนายจำเลยไม่มีหลักฐานโต้แย้ง นอกจากยืนยันปฏิเสธข้อหา

          การพิจารณาคดีวิปริตทางเพศของนายอันวาร์ที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 2 ปีใกล้สิ้นสุดลง โดยอัยการแถลงสรุปสำนวนคดีต่อศาลสูงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวานว่า ภาพจาก กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่านายอันวาร์อยู่ในคอนโดมิเนียม ชานกรุงกัวลาลัมเปอร์ สถานที่ที่นายไซฟุล บูคารี อัซลาน วัย 26 ปี อดีตผู้ช่วยทางกรเมืองของนายอันวาร์กล่าวหาว่าถูกนายอันวาร์บังคับให้มีเพศสัมพันธ์ด้วยเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2551  นอกจากนี้ยังพบคราบอสุจิที่มีดีเอ็นเอของนายอันวาร์ที่ตัวนายไซฟุลด้วย

          อัยการ กล่าวด้วยว่าทนายของนายอันวาร์ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมพบดีเอ็นเอของอันวาร์ที่ตัวนายไซฟุล และทำไมอันวาร์อยู่ที่คอนโดมิเนียม จึงทำได้แค่ปฏิเสธเท่านั้น ขณะที่ทนายของอันวาร์กล่าวก่อนหน้านี้ว่าดีเอ็นเออาจถูกลักลอบนำมาอย่างไม่ถูกกฎหมายและใส่ไว้ที่ตัวไซฟุล และนายอันวาร์ไม่มีทางที่จะข่มขืนนายไซฟุลได้ เพราะมีอาการบาดเจ็บที่หลัง พร้อมกับกล่าวโทษว่านายไซฟุลเป็นจอมโกหก เพราะไม่น่าเชื่อว่าเขาจะไม่พยายามหนีหากนายอันวาร์จะล่วงละเมิดทางเพศเขา  และในวันพฤหัสบดีนี้ทนายจำเลยจะแถลงสรุปคำโต้แย้ง นายอันวาร์ยืนยันเมื่อวานขณะเดินออกจากห้องพิจารณาคดีว่า เขายังหวังว่าความยุติธรรมยังคงมีอยู่และผู้พิพากษาจะตัดสินตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย

          นายอันวาร์ วัย 64 ปีซึ่งแต่งงานแล้วและมีลูก 6 คน ถูกปลดออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในปี 2551 หลังถูกกล่าวหาว่ามีเพศสัมพันธ์กับอดีตคนขับรถและใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อปกปิดคดี เขาถูกตัดสินผิดและถูกลงโทษจำคุก แต่ได้รับการปล่อยตัวในปี 2547 เมื่อศาลพลิกคำตัดสิน แต่เพียงไม่กี่เดือนหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2551 ที่ฝ่ายค้านได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น อันวาร์กลับถูกกล่าวหาในคดีวิปริตทางเพศครั้งใหม่จากนายไซฟุล

          หากศาลตัดสินว่าอันวาร์มีความผิดจริงในคดีล่าสุด เขาอาจได้รับโทษจำคุกนาน 20 ปี จะต้องถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ซึ่งจะทำให้เขาหมดสิทธิลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คาดว่าจะจัดขึ้นในปีหน้า แต่นายอันวาร์ยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหา และกล่าวโทษว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลังแผนการทำลายอาชีพทางการเมือง