ข่าว

นายกฯเยี่ยมกองทัพประชุมกอ.รมน.

นายกฯเยี่ยมกองทัพประชุมกอ.รมน.

14 ธ.ค. 2554

"ยิ่งลักษณ์" เยี่ยมกองทัพบก พร้อมร่วมประชุมกอ.รมน. มอบนโยบายขรก.เยียวยาปชช. น้อมนำกระแสพระราชดำรัสบรรเทาความเดือดร้อน ย้ำยึดหลักโปร่งใสทั่วถึงประเมินผล

           วันที่ 14 ธ.ค.54  เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการองทัพบก น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและกองทัพบก  โดยนายกรัฐมนตรีได้ขึ้นแท่นรับการเคารพจากทหารกองเกียรติยศผสมสามเหล่าทัพ โดยมีพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.ประยุทธ  จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพให้การต้อนรับ ที่กองบัญชาการองทัพบก
 
          ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้เดินทางสักการะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในกองบัญชาการกองทัพบก พร้อมทั้ง ได้เข้าร่วมประชุมกอ.รมน.ในฐานะผู้อำนวยการและมอบนโยบายแก่ผู้เข้าร่วมประชุมด้วย

 

'นายกฯ'มอบนโยบายขรก.เยียวยาปชช.ตามแนวพระราชดำรัส

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานมอบนโยบายการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ตามที่คณะรัฐมนตรีที่ได้มีการอนุมัติแผนงาน/โครงการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ที่ได้รับจากการอุทกภัยรวมเป็นเงิน 60,983.2027 ล้านบาท โดยส่วนราชการสามารถใช้จ่ายจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามหลักเกฏฑ์ และเงื่อนไข การใช้งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2554 ไปพรางก่อนภายในกรอบวงเงิน 47,600 ล้านบาท ซึ่งมีตัวแทนผู้ตรวจข้าราชการ 20 กระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัด 64 จังหวัด ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์หลายพื้นที่ได้เริ่มเข้าสู่ การฟื้นฟู เยียวยา แต่เราก็ไม่ลืมว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาอยู่ ซึ่งจะทำงานควบคู่กันไป ทั้งในเรื่องของการเร่งบรรเทาความเดือดร้อน และต้องเร่งแก้ไขบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและนครปฐมที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ อยากให้มีการทำงานทั้งสองส่วนควบคู่กันไป

          สิ่งที่ตนอยากเห็นในการทำงานร่วมกันก็คือว่า จากที่ครม.มีมติฟื้นฟู เยียวยา ซึ่งหลายท่านก็อาจจะแปลกใจว่า เราก็มีการทำงานอยู่แล้ว ซึ่งการฟื้นฟู เยียวยา จะเริ่มตั้งการจ่ายเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท ที่มีการอนุมัติการส่งเงินไปแล้วกว่า 60,000 ล้านบาท จากงบประมาณ 120,000 ล้านบาท ที่ลงไปเยียวยาให้พี่น้องประชาชน แต่เนื่องจากเงินงบประมาณ ต้องรอการอนุมัติจากรัฐสภาภายในเดือนกุมภาพันธ์ก่อน เพราะการใช้งบประมาณจะมีข้อจำกัด ที่เราจำเป็นต้องบริหารจัดการในการใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่าเพื่อให้แน่ใจว่า ในการจัดสรรงบประมาณลงไปนั้น จะให้ความสำคัญในการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ยังประสบปัญหาอุทกภัยโดยจะให้ความสำคัญงบประมาณก้อนแรก ที่ส่งลงไปยังทุกกระทรวงและทุกจังหวัด เรื่องแรกคือการเยียวยา ครอบครัวละ 5,000 บาท ส่วนที่สองการเยียวยาพืชไร่เกษตรต่าง ๆ ซึ่งขั้นตอนแรกจะต้องมีการสำรวจและมีการอนุมัติไปบ้างแล้ว และเงินที่ลงไปนั้นถึงมือพี่น้องประชาชนโดยผ่านกลไกลของภาครัฐโดยส่งผ่านต่อไปยังธนาคารออมสินเพื่อจ่ายให้พี่น้องประชาชน ซึ่งเดือดร้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญมาก ส่วนที่สองทำอย่างไรให้มีการเร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้กับคืนมากลับสู่สภาวะปกติ อย่างเช่น ถนนที่ถูกตัดขาด เส้นทางคมนาคมที่ยังใช้ไม่ได้ จะต้องเน้นงบประมาณส่วนนี้ ส่วนที่สามคือการทำอย่างไร ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนนั้นดีขึ้น งบประมาณที่ลงไปจะต้องทำให้เกิดการกระตุ่นเศรษฐกิจไม่ให้การดำรงชีวิตของประชาชนนั้นติดขัด

          ทั้งนี้สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือการดูแลพี่น้องประชาชน อยากขอให้ผู้ตรวจราชการ เสมือนเป็นผู้บริหารทำงานร่วมกัน ซึ่งต้องขอคุยเรื่องของบทบาทก่อนว่า อยากเห็นการทำงานแบบบูรณาการ ในการทำงานร่วมกัน เพื่อที่ให้แน่ใจว่าประชาชนได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ ดังนั้นผู้ตรวจการจะต้องทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมถึงทำงานร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่ได้มีแต่ตั้งให้รับผิดชอบแต่ละจังหวัดด้วย ซึ่งจะเป็นกลไกต่าง ๆ ต่อไป โดยเน้นในหลักที่ว่าการใช้งบประมาณต่าง ๆ ที่ลงไปอยากให้ถึงมือพี่น้องประชาชน ด้วยความโปร่งใส และถึงมือประชาชนได้จากจำนวนที่สำรวจโดยแน่ใจว่าได้มีการสำรวจ และจ่ายเงินลงไปแล้วหรือตกสำรวจจะต้องดูในส่วนนี้ ซึ่งจะไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนยึดหลักบัตรประชาชน 13 หลัก และหากจะเกิดการซ้ำซ้อนก็ให้ซ้ำซ้อนได้แต่ต้องคนละงาน ส่วนการดูแลโครงสร้างพื้นฐาน อย่างในเรื่องของเส้นทางคมนาคมก็จะเป็นเรื่องของส่วนกลางก็จะอยู่ในความรับผิดชอบกระทรวงคมนาคม หากเป็นในส่วนของพื้นที่ก็จะเป็นเรื่องของจังหวัด ซึ่งมีกลไกลของมันอยู่แล้ว อย่างที่เป็นประชาคมของหมู่บ้านที่เป็น SML ซึ่งเกิดขึ้นในหมู่บ้านที่จะตกลงร่วมกันที่เกิดจากความสมัครใจจากพี่น้องประชาชน

          ขั้นตอนการตรวจก็อยากฝากคณะกรรมการ เนื่องจากเรามีขั้นตอนอย่างชัดเจน อย่างในเรื่องของโรงเรียน วัด ขอเน้นความสำคัญทำอย่างไรก็ได้ให้สามารถเปิดการเรียนการสอนตามปกติได้ อะไรที่เป็นอุปสรรคที่จะไม่สามารถทำงานได้หรือสิ่งที่ทำได้ก็อยากขอให้ช่วยจัดลำดับความสำคัญ

          "ทั้งนี้เราต้องเน้นในเรื่องของงบประมาณก้อนแรก และการว่าจ้างต้องเป็นไปตามราคากลาง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ถ้าเป็นเนื้องานอยากเห็นการตรวจสอบและประเมินผล วันนี้เราไม่อยากเห็นกลไกการตรวจสอบไม่ใช้เป็นลักษณะการจับผิด แต่ต้องการเห็นความโปร่งใสและทั่วถึง ประเมินผล ไม่อยากเห็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชน ที่สำคัญจะเป็นการรับกระแสพระราชดำรัสของสมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ (5 ธ.ค.54) ที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนมีหน้าที่ในการรับสนองพระราชดำรัสของพระองค์ในการดูแลแก้ไขพี่น้องประชาชน"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว