ข่าว

โฆษกชทพ.ยกคำเตือนเด็กปชป.ให้สงบปากสงบคำ

โฆษกชทพ.ยกคำเตือนเด็กปชป.ให้สงบปากสงบคำ

05 พ.ค. 2552

โฆษก ชทพ. ยกคำเตือนเด็ก ปชป.ให้สงบปากสงบคำ ย้ำจุดยืนต้องคืนความเป็นธรรมให้ 220 คน “ชุมพล” ยันไม่กดดันนายกฯ-พรรคร่วม เมินเสียงขู่ยุบสภาเชื่อเป็นแค่ความเห็นส่วนตัว

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความไม่พอใจโดยระบุนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ออกมากดดันนายกรัฐมนตรี และพรรคร่วมรัฐบาลให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นการนิรโทษกรรม ว่า ในส่วนของพรรคคงไม่อึดอัดใจกับท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ในลักษณะนี้

 เพราะเราเชื่อว่าไม่ใช่ท่าทีโดยรวมของพรรค และผู้บริหารพรรค เรามองท่าทีจากนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นหลัก อย่างไรก็ดีเมื่อถึงที่สุดแล้วตามขั้นตอนก็จะไปสู่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกันอีกหลายรอบ อีกทั้งมาตรา 237 ก็ไม่ใช่ประเด็นแรกที่พรรคชาติไทยพัฒนาเสนอแก้ไข หรือแม้แต่ 7-8 ประเด็นที่พรรคเตรียมเสนอก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำทันที เพียงแต่เสนอให้ร่วมกันพิจารณา

 “พรรคชาติไทยพัฒนาขอวิเคราะห์ท่าทีบางส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่เราก็ประเมินท่าทีของเขาเหมือนกันว่าประสงค์อะไรกันแน่ แต่โดยรวมก็เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล แต่อยากฝากไปยังพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับเรื่องทิศทางข่าว ที่ขณะนี้ข่าวออกมาหลายสาย เราก็สับสน ประชาชนก็สับสน จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าควรจะฟังใครดี หรือแม้แต่คนในพรรคประชาธิปัตย์เองก็คงสับสนเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นหัวหน้าพรรคฯ (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) คงไม่ออกมาบอกให้สงบปากสงบคำกันบ้าง” นายวัชระ กล่าว พร้อมกับย้ำว่าในประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีการบีบบังคับจากนายบรรหาร ต่อนายกรัฐมนตรีหรือพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน

 นายวัชระ กล่าวด้วยว่า ในส่วนตัวแล้วเห็นว่าเราต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 237 ไม่ว่าจะเป็นคนบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่เหมือนเป็นการสังหารหมู่คนที่ไม่มีความผิด ไม่เฉพาะนายบรรหาร แต่ในจำนวน 220 คน ก็ล้วนแต่เป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาการเมืองไทย แม้แต่ผลสำรวจก็ยังเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากถึงกว่าร้อยละ 70 และเกือบร้อยละ 70 ก็ยังเห็นควรนิรโทษกรรมให้กับคนกลุ่มนี้

“ชุมพล”ยันไม่กดดันนายกฯ-พรรคร่วม แก้รธน.

 นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปร่วมงานโรดโชว์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า  ตนเคยบอกไปแล้วว่าจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนาต่อกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้กระทำความผิด และเพื่อให้รัฐบาลและพรรคการเมืองทำงานต่อไปได้ รวมทั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจจะมีความไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่ ให้เป็นประชาธิปไตย โดยไม่มีการกดดันรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาลใดๆ จุดยืนของพรรคมีแค่นี้ ไม่ใช่ความผิดที่เราจะให้ความเป็นธรรมกับใคร แต่ถ้าใครจะไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องของเขา

 นายชุมพล กล่าวต่อไปว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของส่วนรวมที่จะมาพิจารณากันว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ขนาดไหน ดังนั้นการที่พรรคมีท่าทีที่ชัดเจนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่หวังจะให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ก็น่าจะถูกต้องแล้ว ไม่น่าจะผิดอะไร ถ้าใครไม่รักความเป็นธรรม ความไม่ยุติธรรม ก็ถือว่าไม่ถูกต้องเหมือนกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ดูเหมือนว่าส.ส.ประชาธิปัตย์มองว่าถูกนายบรรหาร กดดันมากเกินไป จนถึงขั้นขู่จะยุบสภา นายชุมพล กล่าวว่า อำนาจในการยุบสภาไม่ใช่อำนาจของส.ส. การยุบสภาเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ที่ส.ส.จะมีความเห็นอะไร ก็เชื่อว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว อย่างไรก็ตามเรื่องการยุบสภาก็เป็นเรื่องปกติ หากจะยุบก็ยุบไป ก็ไม่เป็นไร

 เมื่อถามอีกว่าคิดว่าการแสดงท่าทีของพรรคแกนนำเช่นนี้เหมือนไม่แคร์พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ หรือไม่ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า คงเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของบางคนเท่านั้น ตนไม่คิดว่าในพรรคร่วมจะมีแรงกดดันหรือขัดแย้งอะไร ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาก็ทำในสิ่งที่ควรทำ เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม แต่จะได้แค่ไหนก็อยู่ที่คนส่วนใหญ่