ข่าว

ครม.รุมยำปปช.'เหลิม'อัดลุอำนาจ

ครม.รุมยำปปช.'เหลิม'อัดลุอำนาจ

14 ธ.ค. 2554

ครม. รุมยำ ปปช. ขวางระเบียบ ให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยราคากลาง 'เหลิม' นำทีม อัด ลุแก่อำนาจ ทำตัวใหญ่คับเมือง ได้ตำแหน่งเพราะคมช. เตรียมสางแค้น เปิดสภาฯ เสนอแก้กม.รื้ออำนาจ

          รายงานข่าวจากที่ประชุมครม. เปิดเผยว่า ประเด็นหนึ่ง ในการประชุมครม. ที่ครม.อภิปรายกันอย่างดุเดือดร้อนแรงมากที่สุด คือ ประเด็นที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เสนอให้ครม.รับทราบ และเห็นชอบข้อเสนอ ที่ให้หน่วยงานของรัฐ ดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะราคากลาง และการคำนวณราคากลาง ไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ และการกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

          ทั้งนี้ รัฐมนตรีหลายคนแสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอดังกล่าวอย่างรุนแรง เช่น นายวิทยา บูรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ปปช. ไม่เข้าใจหลักเรื่องการประกวดราคาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโครงการของรัฐ แนวทางดังกล่าวของ ปปช. ไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะในทางปฏิบัติต้องดูข้อเท็จจริงหลายอย่างประกอบด้วย เช่น หน่วยงานรัฐประกาศราคากลางจะจัดซื้อรถ 3 ล้านบาท บริษัทที่จะขายรถในราคา 2 ล้านบาท ก็จะไม่เข้าประมูล หรือบางทีบริษัทที่จะเสนอราคาต้นทุนจริงๆไม่ถึง 3 ล้านบาทก็เสนอราคาเข้าไป 2.9 ล้านบาทเลย เพื่อให้ได้การประมูล ปปช.ต้องการชิงธงนำหวังจะรุกคืบ ทำให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยราคากลางไม่พอ ยังให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามความต้องการเกินความจำเป็น

          สำหรับ ประเด็นที่มีการอภิปรายมากที่สุด และครม.ไม่เห็นด้วย คือ ข้อเสนอ ข้อที่ 3 ที่บอกว่า การประกาศราคากลางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หากมีปัญหาในทางปฏิบัติการบริหารราชการแผ่นดิน ติดขัดไม่คล่องตัว ขอให้สำนักงาน ปปช. เป็นหน่วยงานวินิจฉัยปัญหา และแจ้งให้หน่วยงานของรัฐรับไปปฏิบัติ และให้คณะกรรมการ ปปช. มีอำนาจแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานหน่วยงานรัฐ โดยไม่ต้องนำเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบในส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติมนี้อีก

          ทั้งนี้ รัฐมนตรีหลายคน เห็นว่า ปปช.ออกหลักเกณฑ์ ให้อำนาจตัวเองเบ็ดเสร็จ อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ได้อภิปรายในที่ประชุมว่า ข้อเสนอดังกล่าวของปปช.มากเกินไป แสดงให้เห็นว่า ปปช.ลุแก่อำนาจ ต้องการสั่งครม.ให้ทำตามที่ต้องการ ทำตัวเป็นรัฐอิสระ ออกอำนาจให้ตนเองแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในสำนักงานที่เป็นคำสั่งที่ไม่ควรแล้ว ยังมาสั่งให้หน่วยงานรัฐต้องปฏิบัติการหลักเกณฑ์นี้ใน 180 วัน นับแต่ครม.เห็นชอบ

          "วันนี้ ถ้าปปช.ชุดนี้ ได้รับการสรรหา และลงมติคัดเลือกมาจากวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ จะไม่ว่าเลย แต่เราก็รู้อย่างว่า ปปช.ชุดนี้มาอย่างไร เรื่องการให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยราคากลาง รัฐบาลไม่ขัดข้อง แต่ก่อนนำไปปฏิบัติทุกข้อตามระเบียบนี้ รัฐบาลต้องให้ก.การคลัง ไปปรึกษาหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน"

          รายงานยังระบุถึงคำพูดของ ร.ต.อ.เฉลิม ต่อที่ประชุมครม. ด้วยว่า การให้เปิดเผยราคากลางการก่อสร้าง แล้วเกิดเหตุน้ำท่วม แล้ววัสดุก่อสร้างเช่น เหล็ก ทรายมีการเปลี่ยนแปลงจะทำอย่างไร เมื่อราคาเปลี่ยนแปลง แล้วล็อคราคากลางไว้ ถ้าทำตามก็จะถูกกล่าวหาว่า ทุจริต และราคากลางที่ประกาศในสถานที่แห่งหนึ่ง กับอีกสถานที่หนึ่ง ก็ต้องแตกต่างกันตามสภาพหลายอย่าง

          "ผมพร้อมเป็นโจทก์กับปปช. เพราะ ปปช. ทำแบบนี้ไม่สวย ดูการกระทำแล้วไม่ใช่ ความประพฤติก็ไม่ใช่ ทำแบบนี้ ปปช. จ๋อย การทำงานที่ผ่านมาของ ปปช. หลายเรื่อง ก็เห็นกันอยู่เช่น คดีที่สลายการชุมนุม 7 ต.ค. ปปช.มาเอาผิดนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เอาผิดนายสมัคร สุนทรเวช ทั้งที่ไม่ได้สั่งสลายการชุมนุม ตำรวจทำเอง อัยการบอกไม่ผิด ใครก็บอกไม่ผิด แต่ปปช.มาเอาผิด มันเรื่องอะไรที่จะมาบังคับเราให้ทำโน่นทำนี่ รัฐบาลเรารู้อยู่แล้วว่า เราถูกจับตามอง เราไม่ทำ แต่รัฐบาลหน้าหล่อโกงกันเยอะ”

          แหล่งข่าว ยังเปิดเผยว่า ร.ต.อ.เฉลิม ยังระบุว่า เมื่อ ปปช. ไม่ได้มาตามรัฐธรรมนูญ จึงขอบอกว่า ความกลัวทำให้เสื่อม เพราะปปช.ไม่ได้มาจากการสรรหา ลงมติ ของวุฒิสภา เรื่องเขาพระวิหาร กฤษฎีกาบอกไม่ผิด ใครก็บอกไม่ผิด สุดท้ายเอาผิด 2 คน คือ นายสมัคร กับนายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ เรื่องการเสียชีวิต 91 ศพ ก็รู้เลยว่า ปปช.จะเอาอย่างไร รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องไปแกล้งในคดี 91 ศพ ปปช.เสนอได้ แต่อย่าแอ็คอาร์ต อยากให้ตัวเองดูดีกว่าคนอื่น ครม.รับไมตรีได้เพียงบางเรื่อง แต่จะไปสนับสนุนเขาลุแก่อำนาจนั้น รัฐบาลไม่ให้

          "การตัดสินใจคดีของปปช.ชุดนี้ ก็ตัดสินดูเพียงว่า เชื่อว่า ผิด นั่งประชุมกัน 9 คน 8 บอกไม่ผิด อีกคนหนึ่งบอกอาจจะผิด เปลี่ยนเป็นผิดเลย"

          ด้าน นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯ เเละรมว.ท่องเที่ยวฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้กล่าวกล่าวเสริมในที่ประชุมว่า เห็นด้วยกับที่ ร.ต.อ.เฉลิมพูด ปปช.ทำงานเหมือนกกต. ที่ตัดสินยุบพรรคการเมืองเพียงเพราะเชื่อว่า ผิด

          จากนั้น นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อเป็นแบบนี้ การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏรสมัยนิติบัญญัติ ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ พวกเราควรจะมีการแก้ไขกฏหมาย ปปช. ซึ่งทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า กำลังมีการแก้ไขกฏหมาย ปปช.อยู่ สอบถามเลขาธิการกฤษฏีกาได้ เพราะมันเรื่องอะไรเราสร้างขึ้นมา เสกออกมาจากตะเกียง ออกมาเป็นยักษ์ แล้วมาทำไม่่ดีกับเรา เมื่อทำไม่ดีแบบนี้ ก็ต้องยกเลิก ปปช.ทำแบบนี้ได้อย่างไร

          “ใหญ่โตกัน คับบ้าน คับเมือง คับรัฐสภา ไม่ควรจะมาตัดสินใครถูกใครผิดแบบนี้ ถ้า ปปช. ไม่ได้มาจากการสรรหา และลงมติเลือกของวุฒิสภา เราไม่ต้องฟัง เราไม่ต้องยอม ” เเหล่งข่าวอ้างคำพูด ร.ต.อ.เฉลิม

          เเหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ในช่วงท้ายวาระนี้ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม. ได้กล่าวสรุปว่า มติครม.จะให้ออกมาแบบไหน ถ้าบอกว่า ครม.ไม่เห็นกับข้อเสนอทั้งหมดของปปช. เกรงว่า จะออกมาไม่ดี คนจะมองครม.มีมติรุนแรงกับปปช.

          ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่เป็นไร ก็บอกว่า เห็นด้วย และสนับสุนนเรื่องข้อเสนอเปิดเผยราคากลาง แต่บางเรื่อง เช่นเรื่องให้อำนาจ ปปช. ชี้ขาด หากเกิดปัญหาทางปฏิบัติ คนยอมไม่ได้ จะต้องให้ก.การคลัง ไปปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน

 

"ยิ่งลักษณ์"สั่งครม.ประชุมสภาบ่อย ๆ

          รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า ในการประชุมครม. มีการทบทวนปฏิทินและตารางภารกิจประจำปี 2555 โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สมัยประชุมนิติบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎรที่จะเปิดประชุมเร็วๆนี้ ขอให้ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมสภาด้วย และต้องตอบคำถามที่ส.ส.สอบถามให้ได้เพราะครม.มาจากการเลือกตั้ง และเธอก็จะไปร่วมประชุม แม้บางครั้งอาจติดภารกิจอื่น ๆ บ้าง

          ด้าน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม กล่าวว่า เขาจะไปร่วมประชุม แม้ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่บางครั้งมีการตั้งกระทู้ถามเรื่องการสร้างถนนสองเลนเปลี่ยนเป็นสี่เลน หรือคำถามแบบไม่เข้าเรื่องนั้น เขาไม่เข้าใจ ทำให้นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องนี้พูดในที่ประชุมนี้ได้ แต่อย่าไปพูดแบบนี้ในที่ประชุมสภา ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ก็บอกว่า ไม่มีอะไร เรื่องเล็กน้อย ขอกันกินมากกว่านี้ ขอให้รมว.คมนาคม เข้าใจว่า มันเป็นการพูดหาเสียงของส.ส. รวมทั้งเป็นวิธีของส.ส. และอีกหน่อยจะเจอเรื่องอย่างนี้มากกว่านี้

          ต่อมามีการพิจารณาวาระวันหยุดชดเชยเทศกาลปีใหม่ โดยนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม.เสนอเรื่องนี้ ขึ้นมาว่า ปีนี้ทราบว่า มีวันหยุดราชการเยอะแต่บางหน่วยงานเช่นรัฐวิสาหกิจหยุดน้อย และรัฐบาลชุดที่แล้วมีการชดเชยวันหยุดปีใหม่เพียงหนึ่งวันคือ วันที่2ม.ค.2554 และวันหยุดชดเชยปีนี้ ขอเสนอ 2 แนวทางคือ หยุดในวันที่ 30ธ.ค. 2554 - 2 ม.ค. 2555 และอีกแนวทางคือ หยุดในวันที่ 31 ธ.ค.2554 - 3 ม.ค.2555

          ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลือกแนวทางที่ 2 เพราะอาศัยหลักจิตวิทยาว่า ได้หยุดชดเชยเพิ่ม จะทำให้ประชาชนมีความสุขในการเดินทาง หรือทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม และจะเฉลิมฉลองในช่วงปีใหม่ได้

          นอกจากนี้ ยังกำหนดว่า วันที่ 4 ม.ค. 2555 ส่วนราชการจะเปิดทำงานเป็นวันแรกของปีใหม่นั้น ครม.จะประชุมครม.ในวันนั้นทันที แต่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า ในวันนั้นมีการประชุมกมธ.งบประมาณ อาจมาประชุมครม.ไม่ได้ ทำให้ครม.บางคนท้วงติงว่า เป็นแค่ประชุมกรรมาธิการฯไม่ต้องไปก็ได้ หรือจะให้ไปประชุมครม.ที่ห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณ ที่อาคารรัฐสภาก็ได้

          ด้านนายธงทอง จันทราศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ควรหยุดชดเชยเพิ่มในวันที่ 4 ม.ค. 2555 อีก 1 วัน ทำให้นายอำพนกล่าวตอบว่า ปลัดคนใหม่อาจไม่ทราบว่า ครม.ชุดที่แล้วหยุดชดเชยแค่ 1 วัน ตามที่เขาระบุในข้างต้นไปแล้ว

          ทั้งนี้ นายวิทยา กล่าวว่า การเสนอวันหยุดชดเชยเพิ่มเติม ควรพิจารณาว่า จะกระทบการทำงานของสถาบันการเงินหรือรัฐสภาว่า มีกฎหมายค้างพิจารณาด้วยหรือไม่

 

"เฉลิม" ขอบคุณนายกฯ ชงนั่งเก้าอี้ปธ.ปราบเว็บหมิ่น

          รายงานข่าวจากที่ประชุมครม. แจ้งด้วยว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายป้องกัน และปราบปรามการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผิดกฎหมาย หรือไม่เหมาะสมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 285/2554 ลงนามโดยนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนาม กล่าวว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการชุดนี้ ขอชี้แจงว่า ครม.ชุดที่ผ่าน ๆ มา ไม่จริงจังกับเรื่องนี้ เพราะมันแก้ไขได้  ซึ่งเขาประชุมเรื่องนี้สองครั้ง ในรอบสามวันมีความคืบหน้า

          รายงานระบุว่า ร.ต.อ.เฉลิม ได้ขอบคุณนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่แต่งตั้งให้ทำงานนี้ เพราะเขาเข้าใจและศึกษาเรื่องนี้มาก่อน คนอื่น ๆ นั้น รู้เรื่องนี้แบบเส้นผมบังภูเขาหรือบัวบังใบ เวลาที่เขาเรียกประชุมเดือนละหนึ่งครั้ง รวมทั้งประชุมย่อยีกหลายครั้งนั้น ก็ขอให้ส่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มาประชุม เพราะจะได้มีอำนาจตัดสินใจ อย่าส่งเด็ก ๆ มาประชุม และเรื่องนี้ ขอชมเชยพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ที่เก่งมาก เพราะมีการนัดคุยกับผบ.ทบ.ในเรื่องนี้ไปแล้ว และรู้ว่ากองทัพไม่สบายใจเรื่องนี้มาก

          “วันนี้ทหารและตำรวจอยู่ข้างผม เหมือนว่า ฟ้าประทานให้ผมมาทำหน้าที่นี้ในวันนี้ ผมทราบว่า ที่ผ่านมากระทรวงไอซีที มักระบุว่า เวลาไปขอหมายจับผู้ที่ทำเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ตำรวจไม่ทำให้ แต่ทราบจากตำรวจมาว่า เหตุที่ไม่ออกหมายจับ เพราะกระทรวงไอซีทีไม่ชี้เป้า แต่วันนี้ เราเป็นพวกเดียวกันแล้วและเป็นพรรคเดียวกัน วันนี้ การขออนุมัติหมายค้น หมายเรียก หมายจับจากศาลก็ทำได้หมด ผมสงสัยว่า ครม.หล่ออย่างเดียวไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้เลย วันนี้กองทัพก็พร้อมร่วมมือในเรื่องนี้"

          รายงานระบุว่า ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พวกเรานั้น จงรักภักดี วันเฉลิมพระชนมพรรษาที่ผ่านมา ภรรยาเขาแต่งตั้งเตรียมเข้าเฝ้าฯตั้งแต่เช้า ทหารและตำรวจก็พร้อมในเรื่องนี้ เพราะจะได้เหรียญพระราชทาน ย้ำว่า พวกเราจงรักภักดี แต่บางพวกนั้น จงรักภักดีเฉย ๆ แต่ไม่ทำอะไรเลย วิธีการบล็อกเว็บไซต์หมิ่นสถาบันนั้น ทราบว่า มีเครื่องมือบล็อกเว็บเหล่านี้ ราคาสี่ร้อยล้านบาท แต่เขาเรียนกฎหมายมา จะใช้วิธีรัฐศาสตร์ก่อนนิติศาสตร์จัดการ

          ทั้งนี้ พ่อค้าบางคนเข้ามาประเทศนี้ แบบเสื่อผืนหมอนใบ และมาค้าขาย แต่ไม่มีใครที่จะบล็อกเว็บนี้เลย เรื่องแบบนี้หากจับกุมได้แล้ว ไม่ต้องแถลงรายละเอียดของข่าวว่า หมิ่นอย่างไร แถลงแค่ว่า จับคนร้ายได้ก็พอ เรื่องนี้นั้นทำได้โดยไม่ละคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

          รายงานยังระบุด้วยว่า ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงว่า รัฐบาลนี้แม้ขี้เหร่ แต่ทำเรื่องนี้ได้ดี ผบ.ตร.ทำงานทุกเรื่องดีมาก และเรื่องนี้รู้ดีว่า กองทัพกังวลใจมาก วิธีแก้ไขนั้นกระทรวงไอซีทีก็ทำเรื่องขอให้ตำรวจมาร่วมงานเท่านั้น

          ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ถามว่า ใช้งบเท่าใดในเรื่องนี้ ซึ่งทำให้น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ราวสี่ร้อยล้านบาท จากนั้นพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ หากจับกุมคนร้ายได้ ต้องดำเนินการเด็ดขาด เพราะกองทัพไม่สบายใจเรื่องนี้มาก ทำให้ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวชี้แจงว่า เข้าใจดี แต่ย้ำว่าไม่ต้องแถลงรายละเอียดการจับกุมในแต่ละคดี เพราะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เรื่องนี้ เขารู้ว่า สิ่งใดที่จะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทบ้าง

 

"ปู" สั่ง ครม. ติดตามตรวจสอบการใช้งบน้ำท่วม

          นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวกับครม.ว่า ขอให้ครม.ติดตามและป้องกันการทุจริตเงินช่วยเหลือน้ำท่วมให้ประชาชนในทุกโครงการเป็นพิเศษ เพราะกังวลว่า หากเจ้าหน้าที่ไปมีส่วนร่วมทุจริต จะซ้ำเติมประชาชน เพราะวันนี้นโยบายต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือประชาชน ออกมาเยอะมาก และควรดำเนินการควบคู่การเยียวยาประชาชนที่ต้องโปร่งใส รวมทั้งโครงการปกติต่าง ๆ ที่ครม.อนุมัติไปแล้วนั้นด้วย

          ทั้งนี้ นายกฯ ขอให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ไปเฝ้าระวังโครงการรับจำนำข้าว และควรเพิ่มบทบาทให้รมช.พาณิชย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวง และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไปช่วยดำเนินการเรื่องนี้ แบบเป็นหูเป็นตาอย่างใกล้ชิด

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ ระบุว่า วันที่ 14 ธ.ค.จะเป็นวันเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ที่ จ.เชียงใหม่ แต่นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯ และรมว.ท่องเที่ยวฯแย้งว่า วันที่ 15 ม.ค.ปีหน้า ต่างหากที่จะเปิดงานจริง โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จะเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน ส่วนวันเวลาที่นายธีระกล่าวนั้น เป็นวันเชิญธงขึ้นเสา

          ทั้งนี้ นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ได้กล่าวเสริมว่า อยากไปเที่ยวบ้านนายกฯบ้าง และน่าจะจัดครม.สัญจรไปด้วย

          “ที่ประชุม ครม. ได้สรุปกันว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากจะมีการรับเสด็จแล้ว จะประชุมครม.ต่อ โดยเป็นการประชุมครม.สัญจร”

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ บอกว่า เรื่องนี้ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องไปพบประชาชน และจากนี้จะมีการประชุมครม.สัญจรกันทุกเดือน โดยจะมอบให้รัฐมนตรีและครม.บางส่วนไปประชุมครม.แบบรายภูมิภาคและไปดูแลจังหวัดที่ต้องฟื้นฟูเยียวยาจากปัญหาน้ำท่วมก่อน

 

ครม.เสนอหน้า สนองนายกฯ จัดงานโอทอป

          นายอนุสรณ์ บอกด้วยว่า ในช่วงก่อนประชุมนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม.กล่าวว่า ครม.ประชุมเป็นครั้งที่ 19 ต่อจากการประชุมครม.นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ถือว่า เป็นการประชุมครม.สองครั้ง ในหนึ่งสัปดาห์ และถือว่า ขยันมาก ทั้งนี้ นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมพัฒนาชุมชนได้นำสินค้าโอทอปมาจัดแสดงและแจกให้ครม.ด้วย

          ทั้งนี้ นส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอบคุณครม.ที่มาประชุมสองวันติดต่อกัน สิ่งหนึ่งที่ช่วยได้คือวันนี้สบายใจแล้ว เพราะครม.นัดพิเศษ ได้พิจารณางบประมาณช่วยเหลือฟื้นฟูน้ำท่วมสองหมื่นกว่าล้านบาท ที่จะต้องเบิกจ่ายในสามวันไปแล้ว ส่วนเรื่องโอทอปนั้น ต้องฝากกันช่วยประชาสัมพันธ์ และปีนี้จัดงานโอทอปหรือไม่ ควรคุยกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเลยในเรื่องนี้

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นายฐานิสร์ ระบุว่า การจัดงานแสดงสินค้าโอทอป คณะกรรมการจัดงาน ขึ้นกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ซึ่งนายกิตติรัตน์ ชี้แจงว่า ปีนี้พร้อมจัดงาน เพราะตามตารางจะต้องจัดงานนี้ปีละสองครั้ง แต่ปีนี้ น้ำท่วมก็จะไม่จัด และไม่เคยเสียค่าใช่จ่าย แต่หากเป็นบัญชาของนส.ยิ่งลักษณ์ ก็พร้อมจัดงาน เพราะเขาเพิ่งคุยกับนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงานที่จะจัดงานจำหน่ายและแสดงสินค้าประหยัดพลังงานเบอร์ห้าราคาพิเศษ ที่ไบเทค ในวันที่25ธ.ค.เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน และจะเชิญนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นประธานเปิดงาน

          ทั้งนี้ การจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราชของกระทรวงมหาดไทยนั้น ทราบว่า ประชาชนพอใจมาก ทำให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวว่า หากนายกฯจะสั่งให้จัดงานโอทอปก็พร้อมดำเนินการ

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า พูดส่วนตัวในฐานะประชาชน การจัดงานโอทอปเมื่อปีที่ผ่านมา ของรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งจัดงานที่สนามศุภชลาศัยนั้น จัดได้แย่มาก และหากจะจัดงานนี้ในปีนี้ ไม่ควรเก็บเงินค่าบูทแสดงสินค้า และควรไปจัดงานที่เมืองทองธานีเหมือนที่ผ่านมา และกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมจะไปร่วมจัดงานด้วย

          ทั้งนี้ นายกิตติรัตน์ ระบุว่า หากทุกฝ่ายพร้อมร่วมมือกันแบบนี้ กระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมที่จะร่วมจัดงานธงฟ้าราคาประหยัดด้วย และน่าจะรวมงานทั้งหมดมาจัดพร้อมกันในวันที่ 25 ธ.ค.เป็นต้นไป

          "นายกฯ บอกว่า การจัดงานโอทอป ขอย้อนไปสมัยรัฐบาลไทยรักไทยที่ทำโครงการนี้ได้ดี เช่นมีโครงการโอทอปห้าดาว มีการสอนประชาชนในการออกแบบ และสอนความรู้ให้ประชาชนไปด้วย และหากทุกฝ่ายร่วมมือแบบนี้จะดีมาก"

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่า กระทรวงจะนำนักศึกษา ไปช่วยเสนอความคิดในการออกแบบสินค้า และวิธีการจัดจำหน่ายทางการตลาดให้ประชาชนในเรื่องนี้ด้วย