
'ยิ่งลักษณ์'สั่งจัดครม.สัญจรเริ่มเชียงใหม่
"ยิ่งลักษณ์" สั่งประชุม ครม.สัญจรเดือนละครั้ง ประเดิมครั้งแรกที่จ.เชียงใหม่ ครม.ประกาศวันหยุดปีใหม่ 4 วัน 31 ธ.ค.54 - 3 ม.ค.55 อนุมัติงบไทยเข้มแข็งกว่า 3 พันล้าน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำหรับงานพืชสวนโลกนั้น ในวันที่ 14 ธ.ค.จะมีพิธีเชิญธงของประเทศต่างๆ จะยังไม่ใช่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พิธีเปิดอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 15 ม.ค.2555 ที่ จ.เชียงใหม่ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามราชกุมารี จะเป็นองค์ประธานในพิธี และนายกฯจะเป็นผู้กล่าวรายงาน ในที่ประชุมครม.จึงเกิดแนวคิดการประชุมครม.สัญจรด้วย ซึ่งจะจัดครั้งแรกกันที่จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 16 ม.ค.55 นายกฯระบุว่าอยากให้มีการประชุมครม.สัญจรเดือนละครั้ง และไม่ใช่การประชุมอย่างเดียว แต่ต้องการจะไปลงพื้นที่ด้วย
ครม.ประกาศวันหยุดปีใหม่4วัน 31 ธ.ค.54-3ม.ค.55
นางฐิติมา แถลงต่อว่า นายกฯได้พูดถึงการประชุมพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 วาระ 2 , 3 ในวันที่ 4 - 5 ม.ค. 55 ฉะนั้นจะต้องมาคำนึงถึงเรื่องวันหยุดด้วย โดยวันหยุดปีใหม่นี้ คือวันที่ 31 ธ.ค. 54 - 3 ม.ค. 55 รวม 4 วัน ตามหลักการจะหยุดชดเชยเฉพาะวันที่ 31 ธ.ค. แต่วันที่ 1 ม.ค.เลขาธิการครม.ระบุว่าปกติจะไม่มีการหยุดชดเชย แต่การหยุดเพิ่มเติมอีก 1 วัน นายกฯระบุว่าเพื่อเป็นการพักผ่อน เนื่องจากประชาชนประสบกับปัญหาอุทกภัย และจะเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวไปด้วย
อนุมัติงบไทยเข้มแข็งกว่า3พันล้าน
นางฐิติมา แถลงว่า ที่ประชุมครม.พิจาณาอนุมัติวงเงินในโครงการไทยเข้มแข็ง ประกอบด้วย โครงการพัฒนาศิริราชสู่ความเป็นเลิศในเอเชียอาคเนย์ระยะที่สองของมหาวิทยาลัยมหิดล วงเงินที่อนุมัติตั้งแต่ 3 พ.ค.54 ที่มีอยู่เดิมและครั้งนี้ 1,543 ล้านบาท โครงการอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ เพื่อการบริการ การเรียน การสอนและการวิจัย ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล วงเงิน 1,715 ล้านบาท โครงการจัดหาคุรุภัณฑ์ ประจำอาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วงเงิน 399.84 ล้านบาท
ไฟเขียวต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ3จว.ใต้อีก3ด.
นางฐิติมา แถลงว่า ครม.มีมติอนุมัติขยายเวลาประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 54 - 19 มี.ค. 55 โดยมอบหมายให้กอ.รมน.ดำเนินการ ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ให้ความสำคัญเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ภายใต้ภาคีกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง และกฎกติการะหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง อีกส่วนหนึ่งคือการประเมินผลการใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ โดยครั้งต่อไปให้กอ.รมน.นำองค์กรภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ประเมินผลการใช้พ.ร.ก.ดังกล่าวนี้ด้วย รวมทั้งให้ติดตามการสั่งของศาลในการนำบุคคลเป้าหมายเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 21 แห่งพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตลอดจนการเข้ารับการอบรมตามคำสั่งของศาลตามโครงการนำร่องในพื้นที่เสี่ยง อำเภอของจ.สงขลา มาประกอบด้วย ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้ภาครัฐสามารถใช้เป็นยุทธวิธีในเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะนำไปสู่การประเมินรายละเอียดในรายพื้นที่ รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในบางพื้นที่ต่อไปด้วย
เห็นชอบหน่วยงานรัฐแจงจัดซื้อจัดจ้างระบบอิเล็คทรอนิคปชช.ตรวจสอบได้
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลาง และการคำนวนราคากลางไว้ในระบบข้อมูลอิเล็คทรอนิคส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ โดยในเรื่องนี้มีข้อสังเกต 2 ประการคือ 1.ในส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐได้แสดงรายการที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลการประมูลทางอเล็คทรอนิคส์ ซึ่งหน่วยงานของรัฐนั้นได้ดำเนินการอยู่แล้ว แต่จะมีการเน้นย้ำให้เผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ต่อไป โดยการที่หน่วยงานของรัฐจัดทำรายละเอียดค่าใช้จ่าย เกี่ยวเนื่องกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลาง และการคำนวณราคากลางไว้ในข้อมูลทางอิเล็คทรอนิคส์ ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ปปช.กำหนดให้เป็นไปตามมาตรา 103/7 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542
2.สำหรับในประเด็นที่เป็นการปฎิบัติการหรือการดำเนินการบางประการนั้นครม.ได้มอบให้กระทรวงการคลังไปหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป เพื่อที่จะดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย และจะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการอนุมัติงบประม าณในการใช้จ่ายฟื้นฟูเยียวยาด้วย
เห็นชอบเพิ่มเติมตรากม.ตามนโยบายบริหาราชการแผ่นดิน
นายอนุสรณ์ แถลงถึงกรณีการตรากฎหมายที่จำเป็นในการดำเนินตามนโยบายและแผนการบริหารงานราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2555-2558 ว่า ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ร่วมจัดทำขึ้นตามมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีปี พ.ศ.2546 ตามบัญชาของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้มีคำสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดประชุมเพื่อพิจารณาร่างแผนดังกล่าว และในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนกฎหมายดังกล่าวและได้เห็นชอบในแผนดังกล่าว 3 ประการคือ 1.กรณีร่างพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ควรเพิ่มหลักการเพื่อกำหนดให้ถือว่า ผู้ติดยาเสพติดซึ่งมิได้เป็นผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาเสพติดเป็นผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการบำบัดโดยไม่ต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย
2.กรณีร่างพระราชบัญญัติกำหนดประเภทกรอบเวลาขั้นตอน และวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาพ.ศ.นั้น สมควรเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดทำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้แล้วเสร็จ และเสนอต่อครม.โดยเร็ว เพื่อให้ครม.เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใต้กรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมราชอาณาจักรไทยได้กำหนดไว้ 3. โดยที่ปรากฎว่าร่างกฎหมายตามแผนที่เสนอประกอบด้วยร่างพระราชบัญญัติจำนวน 31 ฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว และส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับไปพิจารณา ว่าสมควรเสนอต่อครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ได้ระบุว่าเครื่องมือในการบริหารราาชการแผ่นดิน นอกจากงบประมาณจะมีเรื่องของกฎหมายประกอบด้วย



