ข่าว

คุก1ปีปรับ4หมื่น'เก่ง การุณ'ถีบ'สมเกียรติ'

คุก1ปีปรับ4หมื่น'เก่ง การุณ'ถีบ'สมเกียรติ'

13 ธ.ค. 2554

พิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับ 4 หมื่น 'เก่ง การุณ' สส.เพื่อไทย หมิ่นประมาท 'สมเกียรติ' อดีต สส.ปชป.

                    13 ธ.ค.54 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1462/2551  ที่นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์  อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  เป็นโจทก์ฟ้องนายการุณ หรือเก่ง โหสกุล  ส.ส.ดอนเมือง พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา  โดยโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 51 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 51 จำเลยได้ทำร้ายร่างกายโจทก์ด้วยการใช้เท้าถีบท้องน้อยโจทก์อย่างแรง เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ที่รัฐสภา ต่อมาวันที่ 3 เม.ย.51  จำเลยได้ให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาทโจทก์ต่อบุคคลที่สาม ทางสถานีวิทยุ คลื่นเอฟ เอ็ม ความถี่ 90.5 เมกกะเฮิร์ท  และรายการสยามเช้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 โดยใช้ถ้อยคำหยาบคาย ต่าง ๆ นานา  ทำนองว่า “จำเลยไม่ควรค่าไปแลกด้วยกับไอ้สมเกียรติ ไอ้นี่มันนักปลุกระดมฆ่า  แต่จำเลยเป็นเพชรที่ต้องเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน ส่วนโจทก์มาจากพวกจ้องล้มล้างระบอบประชาธิปไตย มาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร และข้อความอื่นซึ่งล้วนเป็นความเท็จ”  โจทก์ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ขณะนั้น) และเป็นอาจารย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักนับหน้าถือตาของคนในสังคมต้องเสื่อมเสีย ชื่อเสียง  ทำให้ได้รับความเสียหาย 

                    ทั้งนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ อ้างว่า ติชมโจทก์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ต้องการให้รู้สำนึกหน้าที่ความเป็น สส. 

                    ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยสมควรกล่าวถ้อยคำต่าง ๆ ตามความรู้สึกที่ดีของบุคคลทั่วไป มิใช่แกล้งเสียดสี ยั่วยุ มุ่งหมายให้เกิดความโกรธ เข้าใจ หรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย ซึ่งมิได้ติชมด้วยความบริสุทธิ์ใจดังที่จำเลยต่อสู้  ที่ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม รวม 2 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 12 เดือน และปรับกระทงละ 20,000 บาท บาท รวม 40,000  บาท  ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และเมื่อคำนึงถึงอาชีพและสภาพความผิดแล้ว มีเหตุอันควรปรานี  โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี  ทั้งให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อใน นสพ.เดลินิวส์ ไทยรัฐ และมติชน เป็นเวลา 3 วัน โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา .