
'ปู'โล่งใจเชื่อจะไม่มีปฏิวัติซ้ำรอยพี่
"ยิ่งลักษณ์”ตรวจเยี่ยมกองทัพไทย มอบนโยบายเร่งปรองดอง-ขจัดสี-เทิดทูนสถาบัน มั่นใจทำงานดีไม่โดนปฏิวัติ วอนอย่าเพิ่งถามหาจุดจบเหมือนพี่ชาย ด้านผบ.สส.ลั่นทหารพร้อมหนุนรบ.ทำงาน สร้างปรองดอง ฟุ้งทหารทงานเกินหน้าที่
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทย โดยมีพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้การต้อนรับ
นายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นได้เดินทางยังสโมสรกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ ต่อมานายกฯได้มาทำพิธีสักการะพระพุทธนวราชบพิตรณ ชั้น 3 อาคารกองบัญชาการกองทัพไทย จากนั้นนายกฯได้เดินทางเข้าห้องประชุมชั้น 4 เพื่อเข้ารับฟังการยายสรุปการทำงานและมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการ โดยทางกองทัพไทยได้มอบพระบรมราชานุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราชยุทหัตถีจำลองให้นายกฯเป็นที่ระลึก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการตรวจแถวทหารกองเกียรติยศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กองทัพได้จัดให้มีการตรวจแถวในห้องแอร์ ณ สโมสรกองบัญชาการกองทัพไทยเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจแถวทหารในที่ร่ม เนื่องจากปกติการตรวจแถวทหารจะทำในที่แจ้ง ยกเว้นกรณีสุดวิสัยเช่น ฝนตก หรือสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยจนทำให้ไม่สามารถตรวจแถวทหารได้เท่านั้น
จากนั้นในเวลา 16.00 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่นายกฯได้เดินทางมาเยี่ยมกองทัพไทย โดยเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลทั้ง 3 เหล่าทัพ คือ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ซึ่งเราได้บอกกับนายกฯว่า ภารกิจ และวิธีปฏิบัติของเราเป็นอย่างไร และเรียนยืนยันนายกฯว่า กองทัพพร้อมสนับสนุนและปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มความสามารถ เพื่อความสงบปรองดอง ความก้าวหน้าที่จะไปด้วยกันของประเทศชาติต่อไป ขอให้ทุกคนสบายใจว่าเราสามารถที่จะสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มขีดความสามารถ ตนมั่นใจว่ารัฐบาลและกองทัพจะสามารถร่วมกันทำงานเพื่อให้นำไปสู่ความปรองดองในประเทศชาติได้ โดยเราทุ่มเทการทำงานให้ ทำเต็มที่บางครั้งเราทำมากกว่าหน้าที่ที่เราได้รับมา เราทุ่มเทเพื่อให้ส่วนรวมไปข้างหน้า และรัฐบาลก็ใช้กองทัพได้อย่างถูกต้อง มีวิถีทางที่จะใช้ตามครรลองตามธรรมเนียม ซึ่งเราพร้อมที่จะทำตรงนี้อยู่แล้ว และเราก็ทำได้เกินกว่าที่เราจะต้องปฏิบัติด้วยซ้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทย ได้มีการมอบนโยบายให้กับผู้บังคับบัญชาการระดับสูง คือ นโยบายเร่งด่วนที่จะให้กองทัพไทยดำเนินการในปีแรก คือ เรื่องความมั่นคงของชาติ ได้แก่ การสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ของคนในชาติ การฟื้นฟูประชาธิปไตย การเยียวยาและฟื้นฟูบุคคลทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากความคิดเห็นที่แตกต่าง รวมถึงเร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนมา และการเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์พัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ
ทั้งนี้นายกฯยังได้ให้นโยบายในการเทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพ การพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติ การเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติด องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ ผู้หลบหนีเข้าเมือง และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
พร้อมกันนี้นายกฯได้ขอบคุณทหารทุกนายที่ได้ช่วยเหลือดูผู้ประสบอุทกภัย โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบากจนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วประเทศ สุดท้ายนายกฯขอให้กองทัพยึดแนวทางยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการและพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ขณะเดียวกันได้มีการพัฒนาปรับปรุงกองทัพให้มีความพร้อมรบเพื่อพร้อมเผชิญกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ และเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงให้ประชาชนและประเทศชาติตลอดไป
"ยิ่งลักษณ์"มั่นใจทำงานดีไม่โดนปฏิวัติเหมือนพี่ชาย
ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงข่าวโดยมีรมว.กลาโหม ผบ.สส. และผบ.เหล่าทัพนั่งอยู่ด้านหลังอย่างพร้อมเพรียง โดยนายกฯ กล่าวว่า ได้หารือและมอบนโยบายในส่วนของกองทัพไทย ซึ่งกองทัพไทยเป็นศูนย์รวมและกำลังหลักของกองทัพในการทำงานร่วมกับรัฐบาล เป็นส่วนที่เรายึดนโยบายหลักที่แถลงต่อรัฐสภา โดยเฉพาะในส่วนของความมั่นคงก็เน้นย้ำเรื่องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และที่สำคัญทำอย่างไรในเรื่องของการรณรงค์หรือทำในรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรม
ที่สำคัญวันนี้ฐานะคน ไทยด้วยกันเราอยากเห็นความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ก็เป็นจุดรวมที่เราเองก็ทำงานร่วมกับกองทัพและในส่วนของกองทัพไทยก็ยังมีหน่วยทหารพัฒนาที่จะเป็นกำลังสำคัญในการที่จะร่วมงานกับรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่ ทั้งเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นกำลังสำคัญร่วมกับรัฐบาลในการพัฒนาท้องถิ่นต่าง ๆ ที่หลักการตนให้แนวทางว่าเราต้องบูรณาการทั้งประเทศ
กองทัพไทยมีภารกิจอีกส่วนในเรื่องของความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้ให้แนวทางการทำงานกับประเทศเพื่อนบ้านว่าทำอย่างไรในการทำงานเชื่อมต่อเรื่องความมั่นคง การดูแลความปลอดภัย และการประสานกันภายใต้ความมั่นคง รักษาดูแลเอกราชและความสงบสุขของคนบริเวณนั้น ทำอย่างไรให้การค้าขายดำเนินการตามปกติ
“โอกาสนี้ได้ขอบคุณข้าราชการทหารทุกท่าน เพราะกองทัพยังเป็นหน่วยหลักที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลในการทำงานและ และหลังจากประชุมก็ได้มีการหารือในส่วนของการเยี่ยมเยียนศูนย์บัญชาการที่ถือว่ากองทัพไทยเป็นศูนย์รวมบูรณาการข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ในรูปแบบในเรื่องของการเชื่อมต่อ CCTV วิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์และเชื่อมต่อการจราจรค่อนข้างดีครบถ้วน ที่สามารถบูรณาการในการแก้ไขวิกฤติได้อย่างดี”นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากเดินสายทั้งกระทรวงกลาโหมและกองทัพไทยมีความมั่นใจหรือไม่ว่าจะทำงานกับทหารได้อย่างโล่งใจโดยมั่นใจจะไม่มีการปฏิวัติตามมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องพูดอย่างนี้มากกว่า ตราบใดที่เราทำงานด้วยกัน ตนเชื่อมั่นว่าถ้าทำงานด้วยกัน ประสานเชื่อมต่อกันให้เข้าใจและสุดท้ายเราต้องทำงานในจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการรักษาความสงบสุขของประเทศและดูแลทุกข์สุขของประชาชน และที่สำคัญวันนี้เรากับกองทัพก็ต้องดูแลเรื่องของการปกป้องสถาบันฯ รวมถึงการที่ทำอย่างไรในเรื่องของการดูแลภาพรวมร่วมกัน ถ้าเราทำงานร่วมกันก็ต้องมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
เมื่อถามว่ารู้สึกอบอุ่นหรือไม่ที่มาอยู่ในท่ามกลางขุนทหารวันนี้ และเมื่อทหารดูแลรัฐบาลแบบนี้จะมอบเรื่องงบประมาณให้กองทัพอย่างไรหลังถูกตัดออกไปเยอะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ก่อนอื่นต้องบอกว่าเราทำงานด้วยกันรู้สึกดีใจ อุ่นใจ ตนเป็นผู้หญิงการทำงานร่วมกับกองทัพก็เป็นเรื่องที่ยากในครั้งแรก แต่หลังจากมีการพูดคุยกันก็ต้องขอขอบคุณทางกองทัพทุกท่านที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เชื่อว่าเราทำงานด้วยกันได้บนความเข้าใจและที่สำคัญบรรยากาศต่าง ๆ เราต้องช่วยกันสร้างให้เกิดความปรองดองและความสงบของคนในชาติ
“สำหรับกองทัพที่ทำงานสนับสนุนรัฐบาลแน่นอนค่ะสิ่งไหนที่เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ที่มีการแถลงต่อรัฐสภา สิ่งไหนที่เรายังไม่ได้คุยกันว่าในส่วนของการพัฒนาศักยภาพและบุคลากรของกองทัพเราก็ยินดีให้การสนับสนุน และยังได้พูดคุยในส่วนของความมั่นคงต่าง ๆ ในเรื่องของการดูแลอุปกรณ์ต่าง ๆ ของกองทัพนั้นก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ รัฐบาลพร้อมค่ะถ้าตราบใดมีความสำคัญและมีความจำเป็น ถ้าสิ่งไหนจำเป็นก็ยินดีค่ะ แต่ก็ต้องเรียนว่าก็มีข้อจำกัดของกรอบที่เราต้องจัดความสำคัญ อะไรที่จำเป็นเราต้องมาจัดสรรร่วมกัน”นายกฯ กล่าว
ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่าจะบริหารงานโดยไม่จบเหมือนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯพี่ชาย เพราะทหารยังเป็นกลุ่มที่เคยปฏิวัติพี่ชายตัวเอง นายกฯ กล่าวช้าๆเนิบๆว่า “ดิฉันก็มั่นใจในตัวเอง ทำงานอย่างเต็มที่ ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสไว้วางใจดิฉัน ดิฉันก็จะทำงานให้เต็มที่ให้กับประเทศไทยนะคะ ก็เชื่อมั่นว่าด้วยเจตนานี้ก็คงต้องขอความเป็นธรรมกับทุกคน วันนี้เราเองก็ยังไม่เอ่ยแบบนั้น การจบอย่างไรอย่าพูดแบบนั้นดีกว่า จะพูดว่าเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ที่สุด สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินค่ะ”
ต่อข้อถามถึงการปฏิบัติหน้าที่แต่ละฝ่ายควรจะทำหน้าที่ของตัวเองแต่วันนี้ฝ่ายการเมืองพยายามเข้ามาแก้ไขพรบ.กระทรวงกลาโหม จุดยืนของนายกฯคืออะไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ แน่นอนว่าอะไรก็ตามทุกอย่างยึดหลักการ อะไรที่มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปให้มันเหมาะสมก็ต้องทำ แต่วันนี้ตนยังไม่ได้สรุป ยังไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้เลย ก็ยังไม่อยากให้นำประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ประเด็นแรกคือว่าการที่เราจะทำงานร่วมกับกองทัพในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนนั่นเป็นภารกิจหลักที่เราต้องทำเรื่องแรก
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเคลื่อนไหวของส.ส.ในพรรคเพื่อไทยที่พยายามทำเรื่องนี้อยู่ เหมือนรัฐบาลกำลังคล้ายปากว่าตาขยิบคือผู้นำบอกว่าไม่แต่ก็มีคนรอบข้างทำตลอดเวลา นางสาวยิ่งลักษณ์ ย้อนถามว่า “ทำอะไรละค่ะ” คือต้องแยกระหว่างการแสดงสิทธิเสรีภาพและความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่สุดท้ายการปฏิบัติทั้งหมดก็อยู่ที่มติครม. อยู่ที่กระบวนการและกลไกที่จะต้องทำ ซึ่งวันนี้เราเองยังต้องแก้ปัญหาเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชน
เมื่อถามว่านายกฯจะพูดได้หรือไม่ว่าวันนี้ไม่หวาดระแวงอะไรกับกองทัพเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ใช่ค่ะ วันนี้ไม่ได้หวาดระแวงค่ะ เราทำงานด้วยกันเราเชื่อใจกันค่ะ ขอบคุณนะค่ะ”
ผู้สื่อข่าวรายงานในวันที่ 14ธ.ค. เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีมีภารกิจเดินทางไปตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพบกและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก และจากนั้น เวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพอากาศ ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ (ดอนเมือง)
"วรวัจน์"ยันไม่มีการปรับรัฐมนตรีศธ.ออก
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ จะถูกปรับออกทั้งคณะ ว่า ตนขอยืนยันว่าเท่าที่ตนได้สอบถามผู้บริหารภายในพรรคเพื่อไทยไม่มีการพูดถึงเรื่องปรับตนออก เป็นเพียงกระแสที่อยู่ในสื่อเท่านั้น ในคณะผู้บริหาร หรือพรรคเองและทางผู้แทนไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้เลย
“ตอนนี้ผมและรัฐมนตรีช่วยทั้งสองเราได้คุยกันเป็นหนึ่งเดียวกัน และเราคิดว่าเราจะร่วมมือกันทำงาน และก็ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว” นายวรวัจน์ กล่าว



