ข่าว

หนาวนี้'ลำปางหนาวมาก'

หนาวนี้'ลำปางหนาวมาก'

13 ธ.ค. 2554

ตื่นตา'ลำปางหนาวมาก'สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ด้านนายกฯท่องเที่ยวน่าน เผยน้ำท่วมทำ นทท.เหนือลด5หมื่นคน สวนทาง'พืชสวนโลก'แห่เที่ยวเงินสะพัด ขณะที่เชียงแสนกลับมาคึกคักอีกหลังเรือสินค้าจีนเข้าเทียบท่า

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.54  บรรยากาศของการท่องเที่ยวในช่วงของเทศกาลการท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาว นักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันมาเที่ยวทางภาคเหนือ เพื่อสัมผัสอากาศหนาวโดยเฉพาะจังหวัดลำปาง มีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ คือ ที่ฟาร์มแกะ ฮักยู หรือ "ลำปางหนาวมาก" ตั้งอยู่บริเวณถนนพหลโยธิน ขาล่อง ถนนสายลำปาง-ตาก กม. 682 เขตบ้านวังพร้าว ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จ.ลำปาง

          สำหรับสถานท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้ถือว่า มีความโดดเด่น และแปลกใหม่ คล้ายสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเจ้าของนำแกะมาเลี้ยงบนเนินเขา ตกแต่งได้อย่างสวยงาม ให้นักท่องเที่ยวนำหญ้า เลี้ยงแกะ มีป้าย "ลำปางหนาวมาก" ตัวใหญ่ ตั้งเด่นสง่าอยู่บนเนินเขา นอกจากนี้ยังมีกังหันขนาดใหญ่ สร้างความตื่นตาแก่นักท่องเที่ยวอย่างมาก       

          นายพัฒนา บุญเป็ง เจ้าของและผู้จัดการ "ลำปางหนาวมาก" กล่าวว่า ได้แนวคิดในการการสร้างแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวของลำปาง โดยใช้โลโก้ชื่อ "ลำปางหนาวมาก" นำแกะ 54 ตัว มาเลี้ยง ให้นักท่องเที่ยวนำหญ้าให้แกะกิน พึ่งทำการเปิดเมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวลำปาง และนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด ได้จอดรถแวะพักผ่อน ถ่ายรูป ให้อาหารแกะ ชื่นชมบรรยากาศแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้ แม้จะเปิดได้ไม่นาน แต่ถือว่าคึกคักเป็นอย่างมาก 

          นอกจากนี้ที่นี่ยังมี ของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์จากแกะ ของฝากนา ๆ ชนิด อาทิ นมแกะ นักท่องเที่ยวสามารถ จอดรถแวะพักผ่อนและถ่ายรูป ให้หญ้าเลี้ยงแกะได้ พร้อมแวะชิมนมแกะ ซื้อของฝากผลิตภัณฑ์จากแกะ ติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย

 

น้ำท่วม!กระทบไฮ-ซีซั่นเหนือ นทท.ลด5หมื่น สวนทาง'พืชสวนโลก'สะพัด150ล.ต่อวัน

 

          นายกนกศักดิ์ กองสาสนะ อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงไฮ-ซีซั่นปีนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอย่างคึกคัก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโรงแรมและห้องพักที่มีกว่า 3,000 ห้องมีนักท่องเที่ยวเข้าพักเต็มหมด ขณะที่ลานกางเต้นท์ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอย่างหนาตาเช่นเดียวกัน ทั้งบริเวณ ดอยเสมอดาว , ลานดูดาวอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ฯลฯ

          แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาอย่างหนาตามากขึ้น แต่ด้วยวิกฤตการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ผนวกกับภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องเตรียมเงินไว้สำหรับใช้จ่ายเรื่องการซ่อมแซม และฟื้นฟูบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ช่วงไฮ-ซีซั่นปีนี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงกว่า 5 หมื่นคน จากปี 2553 ที่มีจำนวนกว่า 2 แสนคน ขณะที่รายได้คาดว่าจะลดลงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อนที่มีเงินสะพัดกว่า 600-700 ล้านบาท

          "ตอนนี้ได้แต่หวังว่าอากาศที่หนาวเย็นจะเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ปกติแล้วช่วงเดียวกันของปีที่แล้วห้องพักเต็มเกือบหมด แต่ปีนี้ยังคงเพียงพออยู่ ต้องเร่งประชาสัมพันธ์กันอย่างเร่งด่วน เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา ส่วนตัวเลขที่เราคาดการณ์ไว้ก็เป็นประมาณการณ์ต่ำสุดที่ตั้งไว้เท่านั้น ต้องรอดูช่วงวันหยุดอาจจะดีกว่าที่คาดการณ์ไว้"

          ด้านนายสมเกียรติ ชื่นธีระวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า แม้ว่าช่วงนี้จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนมากขึ้นแต่เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่าน้อยลงจากเดิมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ลดลงกว่า 20-30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้บริษัททัวร์ยกเลิกการเดินทางช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเบนเข็มไปเที่ยวมาเลเซีย เวียดนาม แทน ทำให้การท่องเที่ยวเสียโอกาสเป็นอย่างมาก

          ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเองก็เป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยมีกำลังซื้อมากนัก หรือมีกำลังซื้อแต่ไม่พร้อมจะซื้อของ หรือท่องเที่ยวเท่าใดนัก เพราะกังวลกับสถานการณ์น้ำท่วม ส่วนที่เห็นการจราจรติดขัดคล้ายกับนักท่องเที่ยวจำนวนมากนั้น ส่วนหนึ่งไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวแต่เป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมกลับภูมิลำเนาเดิมเท่านั้น ส่วนคาดการณ์รายได้ช่วงวันหยุดยาวสิ้นปีน่าจะลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่ามหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ 2554 ที่จังหวัดเชียงใหม่ จะเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.54 - 14 มี.ค.55 จะทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

          ขณะที่นายภูณัช ธนาเหล่าพาณิช นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) กล่าวว่า ขณะนี้มียอดจองห้องพักกว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เพิ่มขึ้นเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตราการเข้าพักเพียง 65-70 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น โดยนักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น ผนวกกับงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ 2554 จึงทำให้อัตราการจองห้องพักเพิ่มมากขึ้น

          สำหรับช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอย่างคึกคัก กว่าร้อยละ 90 เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้บริษัททัวร์ยกเลิกการเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เพราะไม่มั่นใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ซึ่งมีวันหยุดยาวต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าจะมีเงินสะพัดวันละไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท

 

ด่านเชียงแสนคึกคักอีกครั้งหลังเรือสินค้าเทียบท่า

 

          หลังเรือสินค้าจากจีนสามารถเดินเรือนำสินค้าเข้ามาเทียบท่าได้เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 11 ลำ ขนาดระวางเรือลำละ 100-200 ตัน ส่งผลให้บรรยากาศการค้าผ่านด่านศุลกากรเชียงแสนเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังมีปัญหาเรือสินค้าจากจีนถูกโจรสลัดปล้นในแม่น้ำโขงเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา จนจีนหยุดเดินเรือนานกว่า 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. กระทั่งมีความพยายามแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยจีนส่งทหารมาคุ้มกันเรือสินค้า

          ส่วนมูลค่าสินค้าล็อตแรกที่นำเข้ามายังไม่สามารถประมาณการได้เพราะอยู่ระหว่างลำเลียงสินค้าขึ้นจากเรือ และรอทำเอกสารนำเข้า แต่สินค้าส่วนใหญ่เป็นผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ ทับทิม พลับ ฯลฯ แต่คาดว่าบรรยากาศหลังเรือสินค้าจากจีนสามารถเดินเรือในแม่น้ำโขงได้ตามปกติบรรยากาศการค้าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อเทียบกับช่วงที่มีปัญหาเมื่อ 2 เดือนก่อนหน้านี้การค้าแทบหยุดชะงัก เดือน ต.ค. ด่านศุลกากรจัดเก็บรายได้ไม่ถึง 2 ล้านบาท จากเป้าหมายประมาณการณ์ที่ตั้งไว้  5 ล้านบาท ส่วนเดือน พ.ย. จัดเก็บรายได้ไม่ถึงล้านบาท จากเป้าประมาณการณ์ 7 ล้านบาท

          ทั้งนี้เนื่องจากมีการเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงหันไปขนส่งทางรถยนต์โดยใช้เส้นทางอาร์ 3 เอ จากสิบสองปันนา สปป.ลาว ผ่านด่านศุลกากรเชียงของ และบางส่วนที่ขนส่งจากเส้นทางอาร์ 3 เอ มาลงเรือที่ ห้วยทราย-ต้นผึ้ง สปป.ลาว แล้วขนส่งมาตามแม่น้ำโขง เทียบท่าที่ด่านศุลกากรเชียงแสน แต่ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว เมื่อเทียบกับการขนส่งทางเรือจากจีนมาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือเชียงแสน จึงมีการขนส่งเพียงไม่กี่ล็อตเท่านั้น สำหรับการค้าผ่านด่านศุลกากรเชียงแสนมีมูลค่าปีละไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท แบ่งเป็นการนำเข้าปีละ 1 พันล้านบาท และส่งออกปีละ 5 พันล้านบาท

          นายชวลิต สุธรรมวงศ์ ประธานหอการค้าเชียงราย กล่าวว่า เส้นทางเดินเรือในแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน ถือเป็นด่านการค้าชายแดนที่สำคัญ 1 ใน 3 จุด นอกเหนือด่านชายแดนแม่สายตรงข้าม จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า และด่านชายแดนเชียงของ ตรงข้าม แขวงห้วยทราย สปป.ลาว ที่เป็นเส้นทางคมนาคมทางบก แต่เส้นทางคมนาคมทางน้ำผ่านแม่น้ำโขงถือว่ามีความสำคัญ เพราะเป็นเส้นทางโลจิสติกส์ที่มีต้นทุนถูกที่สุด จึงมีเรือจีนขนส่งสินค้ามาเทียบท่าที่ด่านศุลกากรเชียงแสนไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันลำ 

          "แม้หลังเกิดปัญหาผู้ประกอบการจะหันไปขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางอาร์ 3 เอแทน หรือบางส่วนหันไปใช้บริการเรือขนส่งลาว แต่เนื่องจากเรือมีขนาดระวางเพียง 30-40 ตัน เมื่อเทียบกับเรือจีนที่ใช้ขนส่งสินค้าในแม่น้ำโขงที่มีระวางมากกว่า 100-200 ตัน จึงต้องใช้เรือลาวมากกว่า 4-7 ลำ จึงจะบรรทุกสินค้าได้เท่ากับเรือจีน 1 ลำ"

          นายชวลิต กล่าวต่ออีกว่า สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นต้องอาศัยความร่วมมือแก้ไขปัญหาร่วมกันทั้ง 4 ฝ่าย คือ ไทย ลาว พม่า และจีน โดยรัฐบาลแต่ละประเทศต้องเข้ามาดูแลเพราะทั้ง 4 ประเทศถือว่าได้รับประโยชน์ร่วมกันจากการเดินเรือในแม่น้ำโขง ขณะที่ประเด็นปัญหาเกี่ยวข้องกับความมั่นคง และยาเสพติด จึงต้องเร่งปรับภาพลักษณ์และหาแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว แต่ขณะนี้ภาพรวมถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว