ข่าว

เปิดใจ "เจ้ายอดศึก"
สันติวิธีคือทางออก

เปิดใจ "เจ้ายอดศึก" สันติวิธีคือทางออก

13 ธ.ค. 2554

น่าสนใจอย่างยิ่ง เบื้องหลังการเจรจาหยุดยิง ระหว่างพม่ากับกลุ่มไทใหญ่ ของพล.ท.เจ้ายอดศึก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากปากคำของ พล.ท.เจ้ายอดศึก เอง

น่าสนใจอย่างยิ่ง เบื้องหลังการเจรจาหยุดยิง ระหว่างพม่ากับกลุ่มไทใหญ่ ของพล.ท.เจ้ายอดศึก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากปากคำของ พล.ท.เจ้ายอดศึก เอง  


 ที่สำคัญคือ คำถาม.. ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา พม่าไม่เคยมีข้อตกลงทางการเมืองใดๆ กับชนกลุ่มน้อย มีแต่ข้อตกลงหยุดยิง วางอาวุธแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ของแต่ละกลุ่ม คราวนี้จะมามีข้อตกลงทางการเมืองกับกองทัพรัฐฉาน, กลุ่มสหภาพชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (KNU) พรรคกะเรนนีก้าวหน้า (KNPP) แนวร่วมชาติพันธุ์ชิน (CNF) และกลุ่มปลดปล่อยชาติพันธุ์กะฉิ่น (KIO) มันจะเป็นไปได้แค่ไหน เจ้าคิดว่าพม่าจริงใจแค่ไหน


 พล.ท.เจ้ายอดศึก ชี้แจงว่า.. จริงๆ แล้ว ประเทศพม่าหลังทหารได้อำนาจขึ้นมา หลังสมัยอูนุถูกยึดอำนาจ อูนุก็หนีมาประเทศไทย จนปี พ.ศ.2507 เนวินได้ประกาศนิรโทษกรรม อูนุและทุกคนที่มีโทษทางการเมือง กลุ่มถืออาวุธทุกกลุ่มเข้าเจรจากับเนวิน เพียงแต่ตกลงกันไม่ได้ การหยุดยิงจึงไม่เกิดขึ้น มีแต่อูนุกับนักโทษการเมืองที่กลับคืนประเทศพม่า


 เมื่อปี พ.ศ.2532 พม่าก็ประกาศเจรจากับทุกกลุ่มอีกครั้ง จึงเกิดเป็นการหยุดยิงกับกลุ่มเมืองลา กลุ่มว้าแดง กลุ่ม SSA เหนือ กลุ่มโกก้าง กลุ่มกะฉิ่น กลุ่มปะโอ ซึ่งมีแต่ข้อตกลงหยุดยิงแล้วจะเจรจาทางการเมืองทีหลัง จากนั้นพม่าก็เปิดประชุม NC (ประชุมสมัชชาแห่งชาติ-National Convention) อยู่ 14 ปี และเขียนรัฐธรรมนูญเสร็จไปเมื่อปี พ.ศ.2551 เพียงแต่ที่เขียนรัฐธรรมนูญครั้งนี้ พม่าไม่ฟังกลุ่มชาติพันธุ์เท่าไหร่ พม่าเขียนเอง หาเสียงสนับสนุนรัฐธรรมนูญของเขาเอง เหมือนเอากลุ่มชาติพันธุ์เป็นเครื่องมือเฉยๆ โดยกลุ่มชาติพันธุ์ก็ไม่ได้รับรองรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีแต่ทางว้าแดง (UWSA) ที่รับรอง หลังปี พ.ศ.2553 ที่ผ่านมา การที่พม่าแตกแยกกับกลุ่มหยุดยิงคือ กะเหรี่ยงพุทธ DKBA, กองกำลังรัฐฉานเหนือ (SSA-N) และกลุ่มปลดปล่อยชาติพันธุ์คะฉิ่น (KIO) นั่นเป็นเครื่องแสดงว่า พม่าไม่ได้จริงใจกับกลุ่มชาติพันธุ์เท่าไหร่ หยุดยิงแล้วบีบให้เขาทำตามความต้องการของพม่าอย่างเดียว กลุ่มชาติพันธุ์รับไม่ได้ เพราะกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มก็มีหน้าที่รักชาติบ้านเมืองเท่าเทียมกันกับพม่า


 หลังจากพม่ามีรัฐธรรมนูญ ก็จัดการเลือกตั้ง พม่ามีรัฐบาลขึ้นมาแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลจะถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ดีหรือไม่ดี แต่ทั่วโลกก็เห็นว่า พม่าพัฒนาประชาธิปไตยขึ้นมาแล้ว เต็งเส่งก็เปลี่ยนบทบาทใหม่ เขาพยายามแสดงความจริงใจ เขาประกาศกับทั่วโลกแล้วว่า เขาจะสร้างประชาธิปไตยในพม่า แล้วเขาก็ประกาศว่า เขาจะเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม ให้เกิดสันติภาพในประเทศ หลังจากเต็งเส่งประกาศแล้ว วันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทางสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ก็เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะเจรจาพูดคุยกัน เพราะ RCSS ได้ประกาศมาตลอดว่า เราอยากเอาการเมืองแก้ปัญหาทางการเมือง ถ้ารัฐบาลเต็งเส่งจริงใจอย่างจริงจัง การเจรจาทางการเมืองก็จะเกิดขึ้นได้


 ผมว่า พม่าก็รับบทเรียนมาเยอะแล้ว ที่เรารบกันมา 50 กว่าปี พม่าก็ไม่ชนะกลุ่มชาติพันธุ์ ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ก็ไม่ชนะพม่า มีแต่ประชาชนที่ลำบาก เมื่อเต็งเส่งเปิดออกมาอย่างนี้แล้ว ทุกกลุ่มน่าจะเจรจา เอาสันติวิธีแก้ปัญหา อันนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว


 ผมคิดเห็นอย่างนั้น ผมก็เขียนหนังสือส่งไปที่เต็งเส่ง หลังจากนั้น เต็งเส่งก็ตอบรับมา และส่งผู้แทนมาพูดกับผม การเจรจาระหว่าง RCSS กับเต็งเส่ง จึงเกิดขึ้น