โจรใต้เหิม!วางบึ้ม-ยิงเอ็ม79ถล่ม2ฐานทหาร
คนร้ายลอบวางระเบิด-ยิงเอ็ม79 ถล่มฐานทหาร 2 จุด อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โชคดีไม่มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ-เสียชีวิต เหตุแขวนไว้บริเวณรั้วของฐาน พบตัดต้นไม้สกัดเจ้าหน้าที่ติดตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อฝีมือกลุ่มถล่มฐานพระองค์ดำ อบต.ที่ตั้งฐานทหารปิดทำการ เจ้าหน้าที่
13 ธ.ค. 54 พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.อ.หมัดอุเส็ง เหมาะสะนิ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ และ ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายวางแผนบุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ทหาร จำนวน 2 จุด และตัดต้นไม้ขวางถนนอีกจำนวน 1 จุด รวมเป็น 3 จุด โดยจุดแรกเป็นฐานปฏิบัติการณ์ทหาร สังกัด ร้อย ร.15323 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งตั้งอยู่ภายในที่ทำการ อบต.สุวารี ม.5 ต.สุวารี และฐานปฏิบัติการณ์ทหารหมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 2 ก.ม.
โดยทั้ง 2 จุด ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้ใดเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ มีเพียงอาคารที่ทำการ อบต. เครื่องใช้สอยภายในสำนักงาน และกำแพงรั้วได้รับความเสียหาย จน อบต.สุวารีต้องปิดทำการไปโดยปริยาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่เกิดความหวาดกลัวและไม่มีความมั่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนจุดที่ 3 ซึ่งห่างจากจุดที่ 2 ประมาณ 1.5 ก.ม. คนร้ายได้ตัดต้นยางพาราริมถนน เพื่อขวางถนนไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุน จนส่งผลทำให้สายไฟฟ้าริมถนนขาด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในตำบลสุวารี จำนวน 8 หมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้
ทั้งนี้ จุดแรกเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ทำการ อบต.สุวารี ซึ่งตั้งอยู่ ม.6 บ้านดือแยฮายี ต.สุวารี ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการณ์ทหารสังกัด ร้อย ร.15323 ฉก.นราธิวาส 30 พบกำแพงรั้วหน้าที่ทำการ อบต.เป็นรูโหว่ จำนวน 2 จุด ซึ่งทั้ง 2 จุด ห่างกัน ประมาณ 10 เมตร โดยจุดแรกคนร้ายได้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิค หนัก 15 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ แล้วนำไปผูกไว้กับลวดแขวนไว้ที่บริเวณข้างกำแพงด้านนอก ส่วนจุดที่ 2 คนร้ายได้ประกอบระเบิดใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ แล้วนำไปผูกไว้กับลวดแขวนไว้กับกำแพงรั้วด้านนอกเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 จุด เจ้าหน้าที่พบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบว่าที่บริเวณหลังคาตัวอาคารที่ทำการ อบต.สุวารี กระเบื้องมุงหลังคาถูกอนุภาพของระเบิดแบบขว้าง ที่คนร้ายขว้างเข้าใส่ได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง และยังพบว่าเครื่องใช้สอยภายในสำนักงาน เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องปรับอากาศ ยังถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายไปด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการณ์ทหารหมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งถูกคนร้ายใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ และใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบ เอ็ม.19 ยิงถล่มใส่ฐาน จำนวน 1 นัด แต่กระสุนพลาดเป้า ทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้ใดเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ส่วนจุดที่ 3 ซึ่งเป็นจุดสุดท้าย พบต้นยางพาราริมถนนถูกคนร้ายตัดโค่นล้มขว้างถนนไป 1 ช่องจราจร แถมกิ่งไม้ฟาดไปถูกสายไฟฟ้าริมถนนจนขาด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านช่วยกันใช้เลื่อยยนต์ตัดแต่งกิ่งไม้ พร้อมทั้งเคลื่อนย้ายไปไว้ริมถนน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ยานพาหนะสัญจรไปมาได้สะดวก
จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมาเวลา 02.00 น. ได้มีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK จำนวน 40-50 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ วางแผนแยกกำลังออกเป็น 3 ชุด โดยนัดแนะลงมือปฏิบัติการณ์ในเวลาพร้อมกัน โดยคนร้ายกลุ่มแรกได้อาศัยความมืดนำระเบิด จำนวน 2 ลูก ที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิคและประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก นำไปผูกแขวนไว้ที่บริเวณริมกำแพงรั้วหน้าที่ทำการ อบต.สุวารี แล้วใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดทั้ง 2 ลูก เพื่อต้องการให้กำแพงรั้วพังลงทั้งแถม แล้วกลุ่มคนร้ายจะวิ่งกรูเข้าไปบุกโจมตีทหารแบบประชิดตัว แต่อนุภาพของระเบิดไม่รุนแรงดั่งที่คนร้ายตั้งใจไว้ คนร้ายจึงได้ตัดสินใจใช้ระเบิดขว้างใส่หลังคาที่ทำการ อบต. เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารที่อาศัยอยู่ในฐานปฏิบัติการณ์ทหาร ต่างวิ่งกรูเข้าหาที่กำพัง และใช้อาวุธปืนประจำกายกราดยิงใส่กลุ่มคนร้าย จนคนร้ายทั้งหมดต้องล่าถอยไป
ส่วนคนร้ายกลุ่มที่ 2 ได้ใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะโดยคนร้ายที่นั่งกระบะหลัง ได้ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม.79 ยิงถล่มใส่เข้าไปในฐานปฏิบัติการณ์ทหารสังกัด หมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 30 จำนวน 1 ลูก เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนไม่ให้เจ้าหน้าที่ทหารส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือ ทหารที่ถูกกลุ่มคนร้ายบุกโจมตีอยู่ภายในที่ทำการ อบต.สุวารี ส่วนคนร้ายชุดที่ 3 ได้ใช้เครื่องเลื่อยยนต์ตัดต้นยางพาราของชาวบ้านที่ปลูกไว้ในสวนริมถนน เพื่อให้ขวางถนนสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุน แต่แผนที่กลุ่มคนร้ายวางไว้เกิดความผิดพลาด ทำให้กลุ่มคนร้ายทั้งหมดพากับหลบหนีไป
พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ กล่าวว่า คนร้ายมีการนัดแนะวางแผนมาอย่างดี แต่เกิดความผิดพลาดทำให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ตั้งฐานอยู่ในที่ทำการ อบต.สุวารี จำนวน 30 นาย รอดตายไปอย่างอย่างหวุดหวิด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ บางส่วนเคยร่วมบุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ทหารพระองค์ดำ ซึ่งตั้งอยู่ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตไป 4 นาย ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย และอาวุธปืนถูกคนร้ายปล้นไปจำนวนกว่า 50 กระบอกและเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง
ประกบยิงช่างกลึงดับกลางถนนสายหาดใหญ่-ปัตตานี เจ้าหน้าที่มุ่ง2ปมสังหารขัดแย้งส่วนตัว-สถานการณ์ใต้
ร.ต.ท.รณชัย วิมลสมบัติ ร้อยเวร สภ.หนองจิก จ.ปัตตานีรับแจ้งเกิดเหตุยิงกันบริเวณสาย 42 ระหว่างปัตตานี-หาดใหญ่ ปากทางเข้าเมืองปัตตานี ม.1 บ้านดอนรัก ต.ดอนรัก อ.เมือง จึงพร้อมกำลังตำรวจ ทหาร ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและตำรวจพิสูจน์หลักฐานไปที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ เมื่อไปถึงพบศพนายวิรัช บำรุงวงศ์ อายุ43ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 ม.1ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา อาชีพช่างโรงกลึงในพื้น อ.เมืองปัตตานี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่กลางถนน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม.เข้าบริเวณศีรษะรวม 2 นัด ห่างเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ดรีม สีแดง ป้ายทะเบียน ฌ 9017 ปัตตานี ของผู้ตายล้มคว่ำอยู่ ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน9 มม.จำนวน 2 ปลอก
จาการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีบ้านพักอยู่ที่ ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักเพื่อเดินทางเข้าไปทำงานในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี พอถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับประกบ คนร้ายที่ซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม ยิงเข้าใส่โดนบริเวณศรีษะ จักรยานยนต์เสียหลักล้มลงในที่เกิดเหตุ จากนั้นคนร้ายได้เข้าไปจอดและจ่อยิงซ้ำที่ศรีษะอีก 1 นัด ท่ามกลางประชาชนที่ผ่านไปมา ก่อนหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเบื้องต้น อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัว หรืออาจจะเป็นการกระทำของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ ต้องทำการสืบสวนสอบสวนเสียก่อน
คนร้ายยิงทหารพรานดับอีกรายที่ยะลา เชื่อฝีมือ “อาหมัด-ยาสะ” 2 คนร้ายชื่อดังลงมือ
ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตที่หน้าบ้านเลขที่ 3/1 หมู่ 6 บ.บ่อเจ็ดลูก ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา ร.ต.ท.อนุมัติ รื่นพานิช ร้อยเวรปราบปราม สภ.เมืองยะลา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุหน้าบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพชายนอนเสียชีวิตในลักษณะคว่ำหน้า ทราบชื่อคืออาสาสมัครทหารพรานอานันต์ อาแว อายุ 29 ปี อาสาสมัครทหารพรานสังกัด ร้อย ทพ.47 มีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่บริเวณหลังและท้ายทอยรวม 3 นัด โดยที่ข้างศพเจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนปืนขนาด .38 ตกอยู่จำนวน 2 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนภรรยาของผู้ตายทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน นุ่งผ้าโสร่ง สวมหมวกกะปิเย๊าะ โดย 1 ในสองมีลักษณะอ้วน ได้ขี่ จยย.มาจอดที่หน้าบ้าน แล้วแจ้งว่าจะขอหลบฝน เนื่องจากฝนกำลังตก และในขณะที่ อาสาสมัครทหารพรานอนันต์ เดินออกจากบ้านเพื่อไปเก็บเสื้อที่หน้าบ้าน แล้วเดินกลับเข้าบ้าน คนร้ายลักษณะอ้วนได้เดินเข้าด้านหลังผู้ตายพร้อมชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ยิงใส่ 5-6 นัด จนอส.ทพ.อนันต์ ล้มลงเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนที่คนร้ายทั้งสองจะขี่ จยย.หลบหนีไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อว่า คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มของนายอาหมัด ตืองะ และนายยาสะ ดาแม แกนนำก่อเหตุรุนแรง ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่หมู่6 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา และมีหมายจับในคดีด้านความมั่นคงหลายคดี โดยนายอาหมัด ตืองะ เป็นกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในระดับสั่งการ และนายยาสะ ดาแม เป็นแกนนำในระดับปฎิบัติการ



