ข่าว

'อี้'พาเมีย'ชุติเดช'แถลงข่าวทั้งน้ำตา ยันตายเพราะการเมือง

'อี้'พาเมีย'ชุติเดช'แถลงข่าวทั้งน้ำตา ยันตายเพราะการเมือง

13 ธ.ค. 2554

“อี้” พาเมีย "ชุติเดช"แถลงข่าวทั้งน้ำตา ยันตายเพราะการเมือง แนะตัดเรื่อง “เสธฯบ.” ทิ้งเพราะเคลียร์กันแล้ว แจงไม่มีธุรกิจมืด มิเช่นนั้นคงรวยกว่านี้

           วันที่ 13 ธ.ค.54 เวลา 11.00 น. นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพ เขตดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนางณัฐทัย เครื่องสาย อายุ 21 ปี ภรรยานายชุติเดช สุวรรณเกิด คนสนิทนายแทนคุณที่ถูกยิงเสียชีวิต และ บุตรสาววัย 5 ปี ร่วมแถลงข่าวเรียกร้องพนักงานสอบสวนคดีนายชุติเดชอย่างตรงไปตรงมา โดยนางณัฐทัย แถลงทั้งน้ำตาว่า นายชุติเดชเป็นคนดี ทำงานช่วยพรรคปชป.มาตลอด ตั้งแต่นายแทนคุณลงสมัครรับเลือกตั้ง รวมถึงเป็นอาสาช่วยน้ำท่วมในเขตดอนเมือง ทั้งออกช่วยประชาชนแต่เช้า ทั้งเก็บขยะ ขนของบริจาค แม้ว่าตนจะขอตามไปก็ด้วยก็ห้าม โดยบอกว่าการเมืองดอนเมืองมันร้อน ให้รออยู่บ้านเพราะจะอันตราย 
 
          นางณัฐหทัยกล่าวว่า ขอฝากไปยังร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่ระบุว่าสาเหตุของการตายของสามีนั้นมาจากเรื่องส่วนตัวนั้น ไม่เป็นความจริงแน่นอนเพราะขอยืนยันในฐานะภรรยาที่นอนด้วยกันทุกคืนว่าเป็นเรื่องการเมืองแน่นอน ส่วนเรื่องเสธ.บ.ที่เคยระบุว่ามีความขัดแย้งกับผู้ตายนั้น ยอมรับว่าเคยมีปัญหาการจริง แต่ผ่านมา 3 ปี และเคลียร์ปัญหากันแล้ว  อีกทั้งเมื่อครั้งที่นายชุติเดชจะลงสมัคร สข. เสธ.บ.ยังโทรมาหาถามว่าให้ช่วยอะไรหรือไม่ ดังนั้นประเด็นของเสธ.บ.ขอให้ตัดทิ้งได้เลย
 
          นางณัฐทัย กล่าวว่า ตนเป็นคนจับศพสามีคนแรก อยู่ในสภาพนอนหงาย มีเลือดกบปาก เชื่อว่าถูกยิงจากด้านหน้าแน่นอนและเป็นลักษณะการตามไปยิงซ้ำ ซึ่งความแค้นส่วนตัวทางการเมืองก็เป็นสาเหตุให้ยิงในลักษณะดังกล่าวได้ นอกจากนี้ขอชี้แจงว่านายชุติเดชไม่ได้มีธุรกิจรถบรรทุกตามที่ตำรวจอ้าง มีเพียงแผงพระเป็นตู้เล็กๆเท่านั้น และถ้าเกี่ยวข้องกับธุรกิจมืดเราคงรวยกว่านี้ เพราะตอนนี้ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าไฟ ค่าน้ำ ยังค้างอยู่เลย
 
          นางณัฐหทัยกล่าวอีกว่า นายชุติเดชรู้จักคนเยอะมากและกุมความลับของดอนเมืองไว้เยอะ และมาบอกข้อมูลกับนายแทนคุณหมดเกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมายทุกเรื่อง นายชุติเดชเคยอยู่กับนักการเมืองใหญ่คนหนึ่งมาก่อน เรียกได้ว่าเคยเป็นลูกน้องคนสนิท แต่หลังจากที่ช่วยงานนักการเมืองคนดังกล่าวแล้วชีวิตของนายชุติเดชก็ไม่ได้ดีขึ้น มีปัญหาทางการเมืองโทรไปหานักการเมืองคนดังกล่าวก็ไม่ยอมรับสายทั้งที่นายชุติเดชรักนักการเมืองคนดังกล่าวมาก และน่าสนใจตรงที่เมื่อนายชุติเดชแยกตัวออกมาลง สข.อิสระด้วยตัวเอง กลับมีคะแนน เพราะคนดอนเมืองรัก

ปัดตอบชื่อ "เก่ง การุณ" อ้างเจ้าตัวรู้ดี

          ผู้สื่อข่าวถามว่า นักการเมืองคนดังกล่าวใช่นายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทยหรือไม่ นางณัฐทัย กล่าวว่า เจ้าตัวรู้ดีแก่ใจ ตนไม่อยากพูด เพราะนายชุติเดชเคยติดต่อไปแต่ไม่ยอมรับสาย และบอกเลยว่านายชุติเดชมีบทบาทสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีฐานเสียงที่แข็งขึ้นในดอนเมือง โดยเฉพาะมีบทบาทอย่างมากในการช่วยประชาชนที่ถูกน้ำท่วมและเป็นคนเอาเรือออกมาช่วยชาวดอนเมืองเป็นคนแรก

เผยถ้ามีโอกาสอยากพบนายกฯ
 
          “ไม่อยากให้ตำรวจตั้งธงว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะกฎหมายบ้านเมืองต้องมีความยุติธรรม เมื่อคืนที่ผ่านมาลูกสาวยังฝันถึงพ่อ บอกว่าพ่อมาหา ดังนั้นคนไม่ดีแม้จะอยู่เหนือกฎหมายแค่ไหน ก็อย่าไปเกรง ต้องตรงไปตรงมาอย่าเบี่ยงเบน ดิฉันอยากขอความเป็นธรรม ถ้าผู้ใหญ่ให้โอกาสก็อยากไปร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรีด้วย แต่ก็ภูมิใจถ้าการตายของสามีช่วยทำให้คนชั่วหายไปจากวงการชั่วในดอนเมือง ครอบครัวเรามีกันแค่ 3 คน เขามาทำต่อหน้าต่อตามันเกินไป ถ้าคุณมีลูกเมีย คุณให้เขาตายโหงขนาดนี้ได้อย่างไร เพราะคุณเองก็มีลูก คุณน่าจะรู้ ยอมรับว่าไม่มั่นใจการทำงานของตำรวจและไม่ไว้วางใจใครสักคน" นางณัฐ
หทัยกล่าว


แฉ พบ “เก่ง” นั่งสุมหัว ตร.สน.ดอนเมือง หลังเกิดเหตุสงสัยรู้เรื่องเร็วผิดสังเกต
 

          "นายการุณบอกว่าดิฉันไปกอดขอร้องให้ช่วยนั้น วันเกิดเหตุดิฉันถูกเรียกไปให้ปากคำที่ สน.ดอนเมือง อย่างฉุกละหุก ยังไม่ทันส่งศพสามีถึงโรงพยาบาลตำรวจ ไปถึงก็พบนายการุณนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินหลังสน.กับตำรวจเยอะมาก และรู้สึกแปลกใจเหมือนกันว่านายการุณไปนั่งอยู่และทราบเรื่องไวจัง ตอนนั้นยังกลัวด้วยว่าตำรวจจะสอบปากคำต่อหน้านายการุณด้วยซ้ำ นายการุณก็เรียกแล้วเปิดน้ำมาให้ลูกสาวขวดหนึ่งบอกว่า โถ...ลูก แต่เราไม่ดื่ม เพราะอีกราว 3 นาที ตำรวจก็เรียกขึ้นให้ปากคำที่สน. ”นายณัฐทัยกล่าวพลางร่ำไห้


"อี้" ห่วง "เฉลิม" ชี้นำ กลัวสุดท้าย "จับปื๊ด"
 

          ด้านนายแทนคุณกล่าวว่า ขอบคุณนายกฯ ผบ.ตร. และร.ต.อ.เฉลิมที่เร่งรัดคดีนี้ แต่ห่วงกรณีร.ต.อ.เฉลิมที่ชี้นำว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะตำรวจชั้นผู้น้อยจะกดดันในการทำงาน ทำให้การสรุปคดีมีข้อตกหล่นและบิดเบือนได้ เรื่องเสธ.บ.ที่พูดถึงนั้น บอกได้เลยว่าคือ เสธ.บอย ซึ่งจบกันไปนานแล้วเรื่องเช่าพระเครื่อง มีการเคลียร์และขอขมาลาโทษกันไปแล้ว และขอให้เสธ.บอย ออกมาพูดเพื่อพิสูจน์ความจริง เพราะหวั่นว่าจะมีการจับแพะหรือจับปื๊ด ซึ่งตนจะติดตามอย่างที่สุด

เผย "ชุติเดช" แฉธุรกิจมืดดอนเมือง
 

          นายแทนคุณกล่าวต่อว่า ตนมีข้อมูลเชิงลึกมากมายที่นายชุติเดชเล่าให้ฟังก่อนเสียชีวิตและอาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต โดยนายชุติเดชเป็นคนบอกข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล ธุรกิจผิดกฎหมาย บ่อนการพนันย่านดอนเมือง ซึ่งในช่วงหาเสียงราวเดือนเมษายน-มีนาคม ตนได้ประสานข้อมูลให้ตำรวจเข้าจับกุมหลายแห่ง ทำให้มีฝ่ายเสียประโยชน์ จนมีคนมาบอกว่าถ้าตนไม่ได้เป็น ส.ส. นายชุติเดชตายแน่ ดังนั้นการเสียชีวิตของนายชุติเดช จึงน่าจะเกี่ยวกับการเมืองและผลประโยชน์ธุรกิจผิดกฎหมาย เพราะหลังมีการจับกุมก็มีการขึ้นบัญชีดำฝ่ายเราไว้ 5 คน


แฉชื่อย่อ "ว." "ก." "ม."  ตัวบงการ
 

          นายแทนคุณ กล่าวว่า ตัวละครที่บงการสังหารนายชุติเดช ประกอบด้วย ว. ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลย่านดอนเมืองในเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ก.ซึ่งเป็นนักการเมือง รวมถึง ม.ซึ่งเป็นผู้จัดหามือปืนจากซุ้มจ .สุโขทัยมาลงมือ โดยตอนแรก ว. สั่งให้ลูกน้องอีกคนหามือปืน แต่นายชุติเดชยังมีบุญคุณกับลูกน้องคนดังกล่าว เลยโอนงานไปให้ ม.เป็นคนหา ทั้งนี้ในอดีตนายชุติเดชเคยเป็นมือขวาของ นักการเมือง ก. โดยมี ว.เป็นมือซ้าย แต่พอนายชุติเดชแยกตัวไป ว. ก็กลายเป็นมือขวา ซึ่งการสังหารที่เกิดขึ้นทำงานกันเป็นทีมของตัวละครทั้งหมด และมีการนำรถมอเตอร์ไซค์ไปล้มขวางทางระหว่างนำนายชุติเดชไปโรงพยาบาลด้วย
 
          นายแทนคุณกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ธุรกิจผิดกฎหมายที่เชื่อมโยงกับ ว. มีหลายอย่าง ทั้งบ่อนวิ่ง โต๊ะพนันฟุตบอล หวยเถื่อน ในเขตดอนเมือง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีของบรรดานักเล่นว่ามีพนันทุกรูปแบบ ซึ่งถ้ามีเวลาและหลักฐานเพียงพอ ตนจะร้องไปยังปปง. และป.ป.ช. ให้ตรวจสอบด้วย โดยเส้นทางผลประโยชน์ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.ช่องทางหาเงิน ได้แก่บ่อนและธุรกิจผิดกฎหมายทั้งหลาย 2.กระบวนการส่งเงินไปฟอก และ3.บรรดานักเลงและอิทธิพลที่ใช้คุมธุรกิจ ไปจนถึงข้าราชการ และนักการเมือง โดยมีการส่งผลประโยชน์ให้คนมีสีเดือนละ 1 ล้านบาท ซึ่งตรงกับที่นักการเมืองคนหนึ่งเคยไปพูดในที่สาธารณะด้วยซ้ำว่าจ่ายเดือนละ 1-2 ล้านบาท ดังนั้นถ้ารัฐบาลจะเข้าไปเอาจริงเอาจัง จับกุมเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายในดอนเมือง ดอนเมืองจะได้สะอาดเสียที


เตรียมส่งศพให้ “หมอพรทิพย์” ชันสูตรซ้ำ
 

          นายแทนคุณกล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อเกิดเรื่อง ว. ได้ออกนอกพื้นที่ดอนเมืองไปอยู่กับผู้มีอิทธิพลเจ้าของบ่อนคนหนึ่ง แต่ยังอยู่ในกทม. ทั้งนี้ในช่วงหาเสียงทีผ่านมาที่มีการจับกุมธุรกิจผิดกฎหมายทำให้มีฝ่ายเสียประโยชน์นับ 10 ล้านบาท ซึ่งจูงใจให้เกิดการสังหารได้ และในตอนนั้นนายการุณก็โจมตีตนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าอย่าดูถูกคนดอนเมือง ทั้งนี้ข้อมูลธุรกิจและอิทธิพลผิดกฎหมายในดอนเมืองทั้งหมด ตนได้เล่าให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลภาค 2 ฟังแล้วซึ่งก็ยอมรับว่ามี แต่ติดปัญหาเรื่องหลักฐานการเอาผิด นอกจากนี้ตนยังห่วงเรื่องการชันสูตร ซึ่งหากตำรวจสรุปว่ายิงจากด้านหลังก็คงมีการประสานให้พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เป็นผู้ตรวจพิสูจน์อีกครั้งซึ่งได้ประสานความไปแล้ว ซึ่งจะดำเนินการก่อนวันเผาศพในวันที่ 17 ธันวาคมนี้


"หมอพรทิพย์" เผย "อี้" หารือกรณีศพคนสนิท แต่ยังไม่ระบุชัดให้ตรวจพิสูจน์ซ้ำหรือไม่

          พ.ญ. คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจากนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ กรณีนายชุติเดช สุวรรณเกิด คนสนิทถูกยิงเสียชีวิตแล้ว โดยนายแทนคุณระบุว่ามีบางประเด็นที่ไม่เข้าใจ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าไปตรวจหรือไม่ และคงต้องขอหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดความไม่เข้าใจกันได้ อย่างไรก็ตาม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์พร้อมเข้าไปตรวจสอบหากได้รับการร้องขอ แต่ต้องเป็นญาติโดยตรงและต้องยื่นคำร้องไปที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

 

 "อี้-แทนคุณ"เชื่อปมสังหารขัดแย้งธุรกิจมืด10ล้าน

           นายแทนคุณ กล่าวว่า เดินทางมาให้ข้อมูลกับทางตำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวผู้บงการฆ่า นายชุติเดช รวมถึงปมสังหารด้วย เพราะขณะนี้ตนมีข้อมูลและหลักฐานรวมทั้งพยานต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นจำนวนมาก โดยปมสังหารมาจากเรื่องผลประโยชน์ของพวกอิทธิพลมืดที่ทำธุรกิจใต้ดิน ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มนักการเมือง เช่น บ่อนวิ่ง ตู้ม้า หวยเถื่อน หรือพวกยี่กีต่างๆ ที่นายชุติเดชเข้าไปรู้เรื่องพวกนี้ก่อนที่จะมาอยู่กับตน ซึ่งปมขัดแย้งเรื่องนี้เกิดก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานายชุติเดชได้มาอยู่กับตนก็ได้เล่าให้ตนและภรรยาฟังตลอดว่าเป็นอย่างไร กระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิต

          นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการตั้งประเด็นในเรื่องอื่นๆ ตนยืนยันว่า ไม่ใช่ทั้งเรื่องของ เสธ.บอย นายทหารอากาศคนหนึ่งที่มีเรื่องมีราวกับ นายชุติเดช ก็มีการเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้นและจบไปกว่า 1 ปีแล้ว และกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลงานด้านความมั่นคง และพล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ให้น้ำหนักไปที่เรื่องส่วนตัวนั้น ตนก็ไม่ตัดประเด็นนี้ทิ้ง แต่เท่าที่ได้ข้อมูลมายืนยันได้ว่า เป็นเรื่องธุรกิจมืดใต้ดินมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้เราก็เคยดำเนินการบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนมีการจับกุมได้และมีการกวาดล้างไปแล้ว ซึ่งน่าจะให้พวกนี้ไม่พอใจ ตรงนี้นายชุติเดชก็ไปรับรู้เรื่องในธุรกิจมืดและเหมือนถูกบีบบังคับให้ทำอะไรบางอย่างโดยที่ตัวเองไม่อยากทำจึงย้ายมากับตน ซึ่งตนขอเรียกว่าเป็นการกลับตัวกลับใจมากกว่า ข้อมูลตรงนี้ภรรยาของนายชุติเดชก็รู้ดี

          "สำหรับบ่อนที่พูดถึงนั้นอยู่ซอยช่างอากาศอุทิศ ชื่อ “แมนซิตี้” ติดกับปั้มน้ำมัน ป.ต.ท. ในพื้นที่ดอนเมือง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อมูลที่นายชุติเดช ภรรยาของนายชุติเดช และคนในพื้นที่ให้ข้อมูลที่ตรงกันมา ข้อมูลตรงนี้เราก็จะนำมาให้ตำรวจตรวจสอบด้วย นอกจากนี้ก่อนที่นายชุติเดชถูกยิงเคยเตือนตนเรื่องอิทธิพลมืดว่าให้ระวังตัวไว้ และพูดว่าหากตนไม่ได้เป็น ส.ส. นายชุติเดชก็คงต้องตายแน่นอน ตอนแรกตนไม่เชื่อแต่พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงก็ทำให้รู้ว่าสิ่งที่นายชุติเดชพูดมาเป็นเรื่องจริงทั้งหมด และเรื่องนี้ตนถือว่าเป็นการถูกฆาตกรรมที่อำมหิตอย่างมาก" นายแทนคุณ กล่าว

          อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวด้วยว่า ตอนนี้ห่วงเรื่องรูปของคดี เพราะ ร.ต.อ.เฉลิม พูดดักทางไว้ทำนองเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ตนเชื่อมั่นในตัวตำรวจและผบ.ตร. โดยเฉพาะ พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 ที่ตนได้พูดคุยกันตลอด ท่านก็ยืนยันด้วยเกียรติว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ไม่ทรยศต่อวิชาชีพของตัวเองอย่างแน่นอน จึงทำให้เกิดความเชื่อมันในการทำงานของตำรวจ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องคู่แข่งทางการเมืองแต่อย่างใด ไม่อยากจะดึงให้มาเป็นเรื่องการเมืองเพื่อโจมตีคู่แข่ง แต่มันเหมือนเป็นการเช็คบิลของพวกแปรพรรคหรือเปลี่ยนขั้ว และไปรู้อะไรบางอย่างมามากกว่า ตรงนี้จึงอยากพิสูจน์ว่าใครเป็นคนทำและทำเพื่ออะไร ทั้งนี้ตนรู้ว่า คนที่มีอักษรย่อ ว.ซึ่งเป็นคนมีอิทธิพลในพื้นที่ดอนเมืองเป็นคนบงการฆ่านายชุติเดช และหลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้วและไปอยู่กับคนที่ใหญ่กว่าตัวเองด้วย ตรงนี้มีข้อมูลยืนยันได้

          “ตอนนี้คงต้องพึ่งพาอำนาจรัฐและกฎหมายในการคลี่คลายคดี ส่วนบ่อนยังไม่อยากพาดพิงหรือป้ายสีใคร เราอยากเชิญ นายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย มาช่วยกันพิสูจน์คดีนี้ โดยเฉพาะผู้มีอักษรย่อ ว. ที่เกี่ยวข้องกับบ่อนการพนันในพื้นที่ นายการุณน่าจะช่วยหาตัวได้ไม่ยากเพราะเป็นคนกว้างขวางในพื้นที่ สำหรับพยานตนมี 3-4 คน ซึ่งมีเบอร์โทรศัพท์และมีชื่อเสียงพร้อมให้ข้อมูลทุกอย่าง บางคนเป็นอาสากู้ภัยในพื้นที่ และเป็นคนที่มีงานมีการทำตรวจสอบได้ทั้งหมด และพวกนี้รู้ว่าใครทำอะไรกันบ้าง แต่ไม่พร้อมที่จะเปิดตัว โดยหนึ่งในนี้ก็เป็นคนที่มีรายชื่อถูกสั่งเก็บด้วย จึงไม่สามารถเปิดเผยให้สื่อมวลชนทราบได้ แต่จะเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้กับตำรวจ” อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

          นายแทนคุณ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ยังเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับบ่อนดังกล่าวด้วย ซึ่งตนเองก็เสี่ยงที่จะถูกเก็บเพราะออกมาเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงหากจับคนร้ายได้ จึงขอทำทุกอย่างให้กระจ่างและเกิดความโปร่งใสขึ้นมา และขณะนี้ได้มีการประสานไปยัง พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนะสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ช่วยพิสูจน์ศพของนายชุติเดชแล้ว แต่ขณะนี้ผลตรวจของทางนิติเวชยังไม่ออกมา ก็รู้สึกสงสัยว่าทำไมถึงล่าช้า แต่ก็ได้รับคำอ้างว่าติดวันหยุดยาว ทั้งนี้ที่ขอให้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ร่วมตรวจสอบศพผู้ตาย เพราะสงสัยการถูกยิง เนื่องจากตนดูศพแล้วไม่มีแผลทะลุท้ายทอย แต่เห็นถูกยิงที่ปาก 3 นัด คือริมผีปากบน 1 นัด ล่าง 1 นัด และมุมปากอีก 1 นัด ซึ่งไม่ตรงกับที่ตำรวจออกมาให้ข้อมูลกับนักข่าว ตรงนี้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ก็รับปากเข้ามาช่วยคลี่คลายคดีแล้ว

          "สำหรับที่ตนเป็น 1 ใน 5 คนที่ถูกขึ้นบัญชีดำสั่งตายนั้น ถ้าเขาจะเก็บจริงก็สามารถเก็บตนได้ทุกที่อยู่แล้ว ที่ผ่านมาตนก็พยายามแนะนำทุกคนเวลาเข้าพื้นที่ให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีสัญญาณเตือนที่อุกอาจว่าเขาทำแน่ ทำแล้วและก็ทำจริงด้วย โดย 4 คนที่อยู่ในบัญชีนั้น มี 2 คนอยู่ในพื้นที่ อีก 2 คนรวมทั้งตนนั้นอยู่นอกพื้นที่ จะเข้าๆ ออกๆ เป็นระยะ เรื่องนี้มันเป็นคดีอาญาเกี่ยวกับการเมือง แต่ก็ไม่อยากให้การเมืองมาเกี่ยวข้องกับการทำคดีนี้ ขอยืนยันว่า นายชุติเดชเคยเตือนก่อนหน้านี้ว่ามีซุ้มมือปืนที่จังหวัดเพชรบุรีขยับแล้ว ตนก็ไม่เชื่อจนเกิดเรื่องขึ้น และก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนวนเวียนอยู่ที่หน้าที่ทำการพรรคของตน ก็ได้แจ้งตำรวจจับกุมไปสอบสวนแล้วเบื้องต้นมีการปล่อยตัวไปเพราะยังไม่ได้กระทำความผิด ตอนนี้ห่วงเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะมีคนให้ข่าวชี้นำไปแล้วว่าเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งที่ผลสรุปยังไม่ชัดเจน ขณะเดียวกันผลชันสูตรก็ยังไม่ออกมา แต่กลับระบุว่าเป็นการยิงแบบสะเปะสะปะ ตรงนี้มันไม่ใช่แต่มันเป็นการตั้งใจยิงที่ปากและต่อหน้าคนเยอะๆ" นายแทนคุณ กล่าว

          นายแทนคุณ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้อยากให้ เสธ.บอย รีบออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพราะตนเชื่อว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากปัญหาได้เคลียร์กับจบไปนานแล้ว และตอนที่นายชุติเดชลงสมัครสก. เสธ.บอยก็เคยโทรศัพท์มาเสนอให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินทองด้วย ส่วนเรื่องรถบรรทุกยิ่งไม่เกี่ยวข้องไปใหญ่ เพราะรถบรรทุกเป็นรถที่ตนเป็นคนเคลียร์เรื่องค่าเช่าเอง แต่นายชุติเดชเป็นแค่คนดูแลรถบรรทุกเท่านั้น แต่ที่เกี่ยวข้องคือนายชุติเดชไปขัดแย้งกับพวกที่มีอิทธิพลมืดก่อนการเลือกตั้ง และไปทำให้พวกนี้เสียผลประโยชน์กว่า 10 ล้านบาทด้วย โดยโครงสร้างของอิทธิพลมืดพวกนี้จะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.ดูแลเรื่องเงินที่ได้จากธุรกิจมืด 2.การบริหารจัดการเงินที่ได้มาว่าจะให้ใครบ้างและเอาไปทำอะไรบ้าง และ 3.การบริหารจัดการคนจำพวกนักเลง อันธพาลต่างๆ ซึ่งนายชุติเดชเคยอยู่ในกลุ่มที่3 ได้ไปคุมวินรถจยย. หรือคุมคนนั่นเอง ซึ่งพวกนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของพวกที่มีอำนาจทำกัน และตอนหลังนายชุติเดชก็ถูกบีบบังคับให้ทำในสิ่งที่เกินขอบเขต เลยมาขออยู่กับตนและขอทำงานด้วย ยืนยันว่านายชุติเดชทำงานดีและไม่ใช่ไส้ศึกอย่างที่ถูกกล่าวหา อยากเรียกร้องให้นายการุณมาขอขมาศพนายชุติเดชที่ไปเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของความเป็นลูกผู้ชายของนายชุติเดช และเหมือนเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนายการุณเองด้วย เพราะที่ผ่านมานายชุติเดชไม่เคยกล่าวให้ร้ายกับนายการุณแม้แต่ครั้งเดียว จึงควรมีสำนึกของความเป็น ส.ส. ออกมาขอขมาและแสดงความรับผิดชอบ พร้อมร่วมกันคลี่คลายคดีนี้ด้วย

          อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ที่มีอักษรย่อ ว. นั้นมีความเกี่ยวข้องกับการเมือง และมีลูกน้องชื่ออักษรย่อ ม. อีกคนด้วย โดยผู้ที่มีอักษรย่อ ม.เป็นคนรับงานจาก ว. ไปหามือปืนซุ้มจังหวัดสุโขทัยมายิงนายชุติเดช ซึ่งทั้งอักษรย่อ ว.และม. ตนจะบอกตำรวจว่าเป็นใคร  แต่ก็ยังห่วงเรื่องการสืบสวนเพราะยังมีคนที่เหนือกว่า ว.มีอิทธิพลทางการเมืองเป็นผู้บงการอีกทีหนึ่ง นอกจากนี้ยังเกิดความสงสัยในวันเกิดเหตุด้วยว่า ขณะที่ภรรยาผู้ตายยังเศร้าโศกเสียใจทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับรีบร้อนให้เข้ามาให้ปากคำ ทั้งที่เลือดยังเปรอะเปื้อนตัวอยู่ และเมื่อมาถึงโรงพักก็กลับพบนักการเมืองคนหนึ่งนั่งรออยู่แล้ว และนักการเมืองคนนั้นก็ออกมาพูดว่าภรรยาผู้ตายไปโอบกอดร้องไห้ ซึ่งมันไม่ใช่ความจริง เพียงแค่สบตากันเท่านั้น ตรงนี้จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผิดสังเกต และที่กลัวที่สุดคือกลัวมีการจับแพะบ้าง จับไอ้ปื้ดบ้าง ซึ่งหนทางที่ตนจะรอดชีวิตจากเรื่องนี้ได้ก็คือต้องจับคนร้ายให้ได้อย่างเดียวเท่านั้น

          ด้าน พ.ต.อ.สุรเดช กล่าวว่า จะให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำนายแทนคุณเพิ่มเติมไว้ และสืบหาพร้อมตรวจสอบข้อมูลหลักฐานต่างๆ ที่นายแทนคุณนำมามอบให้ หากข้อมูลไหนมีประโยชน์ต่อรูปคดีก็จะใช้ในการติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป