
ชาวพิจิตรผวา!ตลิ่งทรุดหวั่นบ้านพังซ้ำ
ตลิ่งริมแม่น้ำน่านทรุดตัวบ้านเรือนประชนเก่าแก่ในตลาด100 ปีพังเสียหายเป็นวงกว้าง ล่าสุดชาวบ้านในตำบลท่าฬ่อบ้านพังเพิ่มอีก 1 หลังคาเรือน
13 ธ.ค.54 ชาวบ้านต้องช่วยกันรื้อไม้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน นายพิทักษ์ ทับทิม อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 7 ต.ท่าฬ่อ อ.เมือง จ.พิจิตร ขึ้นจากแม่น้ำน่านหลังจากที่ห้องครัวและห้องนอนส่วนหนึ่งพังลงไปในแม่น้ำน่าน จากดินริมแม่น้ำน่านทรุดตัวสร้างความเสียหายให้กับบ้านนับแสนบาท
นอกจากนั้น ยังยังพบรอยร้าวของดินปนทรายเป็นระยะทางเพิ่มขึ้นอีก โดยชาวบ้านที่อาศัยอยู่ ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่กว่า 100 ปี จำนวน 60 หลังคาเรือน พากันหวั่นเกรงว่าตลิ่งที่ทรุดตัวจะพังเพิ่มเติมอีก
นายพิทักษ์ ทับทิม อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 7 ต.ท่าฬ่อ อ.เมือง จ.พิจิตร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้พยายามขอให้ทางเทศบาลตำบลท่าฬ่อ อ.เมืองพิจิตร มาทำแก้ไขปัญหาของชาวบ้าน แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ชาวบ้านต้องใช้เหล็กแป็บน้ำมาค้ำบ้านของตัวเองไว้แต่ในที่สุดบ้านเรือนก็พังไปในแม่น้ำเนื่องจากไม่มีตอหม้อที่ลึกพอ
ด้านนายประเสริฐ เมฆนันท์ไพศิฐ อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ต.ท่าฬ่อ อ.เมือง จ.พิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านหวาดผวา เกรงว่าบ้านจะพังลงในน้ำเนื่องจากในขณะนี้ตลิ่งที่ค่อยๆพังลงไปเรื่อยๆ ชาวบ้านต้องคอยซ่อมแซมและใช้ไม้ค้ำบ้านปีละหลายหมื่นบาทเนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไข โดยก่อนหน้านี้ ตนและชาวบ้านคนอื่นไม่ได้ปลูกบ้านอยู่ริมแม่น้ำ แต่แม่น้ำน่านได้พังทลายลง จนที่ดินตนหายไปกว่า 20 เมตร จนถึงบ้านเรือน แม่น้ำที่เคยแคบกว่านี้ก็กว้างขึ้น จากดินที่สไลด์ลงไป
"พยายามขอให้เทศบาลตำบลท่าฬ่อ เข้ามาสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันตลิ่งพัง แต่ก็ได้รับคำตอบว่าให้ไปร้องเรียนจังหวัด ชาวบ้านจึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป"นายประเสริฐ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลดลงของแม่น้ำน่านอย่างรวดเร็วเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนน้ำที่ท่วมกรุงเทพฯทำให้ดินริมแม่น้ำเกิดทรุดตัวและทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำน่าน พังเสียหายจำนวนมากและขยายวงกว้างออกไป โดยเริ่มต้นที่เขตเทศบาลเมืองตะพานหิน บ้านเรือนประชาชนพังไปจำนวน 2 หลังคาเรือน เทศบาลเมืองพิจิตร 1หลังคาเรือน และล่าสุดเขตเทศบาลตำบลท่าฬ่อ 1 หลังคาเรือน และมีชาวบ้านนับ 10 หลังคาเรือน ที่พอมีเงินก็พากันรื้อบ้านหนีจากเหตุการณ์ดังกล่าวและคาดว่าจะรุกลามต่อเนื่อง ๆจากแม่น้ำน่านยังมีระดับที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง



