ข่าว

ก้าวสู่มืออาชีพ

ก้าวสู่มืออาชีพ

13 ธ.ค. 2554

ก้าวสู่มืออาชีพ : เลียบค่าย ชัยกร ใบเงิน

                 หากใครไม่ได้สัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับแวดวงตำรวจ คงเข้าใจธรรมชาติคนในองค์กรนี้ได้ยาก
   
              ภาพที่ปรากฏมักถูกมองว่าเป็นแค่นักหากิน รีดไถ ทุกครั้งที่มีโพลล์หรือการประเมินคะแนนจึงอยู่ในแดนลบเสมอ ต้นทุนต่ำ แต่ความจริงตำรวจมีศักยภาพ แต่ถูกใช้ไปในทางที่ผิด
   
              แรงกดดันและความคาดหวังจากสังคม มีส่วนทำให้พฤติกรรมตำรวจเพี้ยน คดีใหญ่ๆ คนสนใจทำให้ตำรวจต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อคลี่คลาย จนไม่สนว่าวิธีการถูกกฎหมายหรือไม่
   
              จับแพะ ซ้อมผู้ต้องหา ยัดยาเสพติด จึงปรากฏเป็นข่าวอยู่เสมอ
   
              เมื่อผลลัพธ์กลับเป็นบวก กลายเป็นผลงาน วิธีการที่นำสู่เป้าหมายเลยทำได้ทุกรูปแบบจากประสบการณ์ กลายเป็นสัญชาตญาณ พฤติกรรมเลยสืบทอดกันมา ถูกผิดไม่แยก ผสมปนเปกันไปหมด
   
              สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงเป็นแหล่งอำนาจที่นักการเมืองถวิลหา อยู่ภายใต้อิทธิพลมาตลอด
   
              เมื่อใดที่ขั้วการเมืองเปลี่ยนมือ ตำรวจก็ต้องดิ้นรนหาช่องทางเพื่อความอยู่รอด เปลี่ยนสี ตีสองหน้า ค้นหาทุกช่องทางเข้าถึงศูนย์อำนาจใหม่
   
              โดยมีแรงผลักมาจากผลประโยชน์บนตำแหน่งหน้าที่การงาน
   
              วัฏจักรจึงวนเวียนอยู่อย่างนี้ตั้งแต่ยุคเป็นกรมตำรวจจนถึงปัจจุบัน
   
              การแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่มีกฎเกณฑ์อย่างจริงจัง ทำให้การทำงานสะดุด ไม่ต่อเนื่องระดับปฏิบัติไม่มั่นใจในผู้บังคับบัญชา ซ้ำหากนายลูกน้องมาจากสายเดียวกันยิ่งกลายเป็นเล่นเข้าขา
   
              เรียกว่า เปรมกันไปทั้งหน่วย
   
              งานในหน้าที่จึงไร้ประสิทธิภาพ
   
              มีคนบอกว่าตำรวจเป็นข้าราชการชนิดพิเศษ ถ้าเรื่องหาเงินหาทองจะร้ายกาจดุจนักธุรกิจอันชาญฉลาด เก่งด้านการจัดการ บริหารผลประโยชน์ลงตัว แบ่งสันปันส่วนกันอย่างทั่วถึง ประเภท "นั่นของพี่ นี่ของนาย"
   
              นายตำรวจประเภทนี้จึงถูกใจนักการเมือง โดนเรียกใช้ในภารกิจพิเศษเสมอ
   
              ตรงข้ามงานในหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ กลับทำแบบข้าราชการไม่มีนอกลู่นอกทาง ยึดมั่นกฎระเบียบ ทำตามกฎหมายที่วางกรอบไว้ ไม่มีรัฐศาสตร์
   
              ความจริงก็คือ ตำรวจไม่ได้รับการพัฒนา อบรม ฝึกฝนให้เป็น "มืออาชีพ" อย่างต่อเนื่องและกว้างขวางพอ
   
              พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. น่าจะจัดงบประมาณส่งตำรวจไปเรียนรู้หลักสูตรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ไปสัมผัสเอามาพัฒนาองค์กร
   
              ถ้าการเมืองไม่มาแทรกแซงสัก 3-5 ปี เชื่อว่าเราจะได้ตำรวจเลือดใหม่ความคิดดีๆ เป็นมืออาชีพเพิ่มขึ้นมากมาย ลองเอาเลือดใหม่มาขับเลือดเก่าออกสิครับ!!