
มั่นใจถนนบรมฯแห้งทันเปิดเทอม13ธ.ค.
"สุขุมพันธุ์" มั่นใจถนนบรมราชชนนีแห้งทันเปิดเทอมเทอม13 ธ.ค.นี้ สั่งเร่งระบายน้ำในชุมชน หลังคลอง-ถนนหลักน้ำลด จับมือภาคีจัดโครงการแยกขยะหลังน้ำลด นำร่องเขตภาษีเจริญ คาดขยะตกค้างล้นกรุง 1 แสนตัน เร่งปรับเปลี่ยนวิธีเก็บขยะ คาด 7 วันเห็นผล
12 ธ.ค. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินทางมายังถนนพุทธมณฑลสาย 1 เขตภาษีเจริญ เพื่อเปิดโครงการ "ปฏิบัติการจัดการขยะเพื่อฟื้นฟูชุมชน กทม." โดยกทม.ร่วมมือกับสำนักงานเขตฝั่งตะวันตก 6 เขต ได้แก่ เขตภาษีเจริญ เขตบางแค เขตหนองแขม เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตบางพลัด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิเอสซีจี หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถานศึกษา เครือข่ายชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการจัดการขยะอย่างเป็นระบบเพื่อลดภาระในการจัดเก็บและฝังกลบ ซึ่งจะนำไปสู่ระยะเวลาที่สั้นขึ้นของการจัดการขยะตกค้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการนี้เริ่มปฏิบัติการที่เขตภาษีเจริญเป็นแห่งแรก เพื่อวางระบบการจัดการขยะเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายจากน้ำท่วม โดยมีการออกแบบเส้นทางขนย้ายเพื่อนำไปสู่ลานตากและย่อยสลาย ซึ่งจะดำเนินการโดยอาสาสมัครเยาวชนในชุมชนในการแยกชิ้นส่วนและย่อยสลาย เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม หรือนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตใหม่ผ่านการสนับสนุนของมูลนิธิซีเมนต์ไทยและภาคเอกชนอื่นๆ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาอุทกภัยคลี่คลายแล้ว แต่ปัญหาที่ตามมาคือปริมาณขยะเป็นจำนวนมากที่ตกค้าง จากปกติ กทม.เก็บได้ประมาณ 8,500 ตันต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็นวันละไม่ต่ำกว่า 10,000 ตัน ส่วนใหญ่ประชาชนที่นำขยะมาทิ้งไม่ได้มีการคัดแยกประเภทของขยะ ทำให้ต้องใช้เวลานานนับเดือน ในการจัดเก็บขยะซึ่งโครงการปฏิบัติการจัดการขยะ เพื่อฟื้นฟูชุมชน กทม.เป็นการร่วมมือระหว่าง กทม.และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยหลังจากเริ่มทดลองมาได้ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สามารถคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะจากเฟอร์นิเจอร์ไม้ได้มากถึง 20 ตัน ดังนั้นกทม.เตรียมขยายโครงการในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ครอบคลุมโดยรอบ เช่น เขตบางแค เขตหนองแขม เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา และเขตบางพลัด เพื่อช่วยสนับสนุนจัดการขยะที่ตกค้างของพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพใช้เวลาให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งกทม.จัดการขยะโดยวิธีฝังกลบร้อยละ 90 อีกร้อยละ 10 จะนำขยะแปรรูปเป็นปุ๋ยนำไปใช้ใส่ต้นไม้ในพื้นที่ กทม.ต่อไป
สถานการณ์น้ำขณะนี้จุดที่ยังเป็นปัญหาอยู่ที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ แต่ซอยต่างๆ แห้งทั้งหมดแล้ว ซึ่งปัญหาที่มีม็อบ เข้าใจว่าหลายพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังและเดือดร้อนเพราะน้ำท่วมมานาน แต่อยากให้เข้าใจว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความสูงต่ำของพื้นที่ตั้ง เช่น หมู่บ้านวังทอง ชาวบ้านออกมาแล้วปิดถนนประท้วง ไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบกทม. แต่กทม.ได้เข้าไปช่วยเหลือด้วยการสูบน้ำลงคลองลาดเป็ด หลังจากดำเนินการมาได้2 วัน ระดับน้ำในหมู่บ้านวังทองลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่กี่วัน น่าจะเข้าสู่ภาวะปกติได้
"พื้นที่ที่ยังห่วงขณะนี้คือ ฝั่งตะวันตกหรือฝั่งธนบุรี เนื่องจากระบบบริหารจัดการน้ำค่อนข้างมีประสิทธิภาพน้อย ระบายน้ำได้ช้าหากเทียบกับพื้นที่ฝั่งตะวันออก อีกทั้งพื้นที่ค่อนข้างต่ำ หลายชุมชนที่สร้างมาเป็นเวลานานอยู่ต่ำกว่าถนนใหญ่ที่มีการสร้างขึ้นมาภายหลังทำให้การเข้าไปในพื้นที่ค่อนข้างยากลำบาก กทม.พยายามเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ลงคลองให้ได้มากที่สุด แต่ผมยืนยันว่าก่อนปีใหม่ทุกพื้นที่ของกทม.จะต้องแห้งกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และต้องจัดการเก็บขยะตกค้างออกให้หมด รถเก็บขยะและเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ สามารถจ้างเอกชนมาเพิ่มเติมได้ทันที"ผู้ว่าฯกทม.กล่าว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังได้เดินทางมายังถนนบรมราชชนนี เพื่อตรวจการระบายน้ำที่ท่วมขัง ซึ่งขณะนี้ถนนบรมราชชนนีฝั่งขาออกน้ำแห้งแล้ว แต่ฝั่งขาเข้ายังคงมีน้ำท่วมขังเป็นช่วง ๆ ที่ระดับ 5 -10 ซม. ทั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์หลังจากลงพื้นที่ว่า ถนนบรมราชชนนีมีน้ำท่วมขังฝั่งขาเข้าตั้งแต่บริเวณคลองทวีวัฒนาถึงคลองขุด ซึ่งภายในวันนี้จะกทม.เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังให้แห้ง หลังจากที่ 2 วันที่ผ่านมาได้ระบายน้ำฝั่งขาออกให้แห้งแล้ว เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ทันในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันทำการเปิดเทอมของโรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานราชการ โดยน้ำที่ฝั่งขาเข้าจะระบายน้ำลงคลองขุด ซึ่งคลองขุดจะระบายลงคลองชักพระ และจะไหลลงที่คลองบางกอกน้อยส่วนพื้นที่ฝั่งจังหวัดนครปฐมที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง ตนจะประสานกับจังหวัด เพื่อช่วยดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่ ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป คือเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนที่ยังท่วมขัง เช่น พื้นที่เขตดอนเมืองตอนเหนือและโดยรอบ
กทม.คาดขยะตกค้างล้นกรุง1แสนตัน
เมื่อเวลา 13.00 น. นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการจัดเก็บขยะพื้นที่น้ำท่วม เขตดอนเมือง หลักสี่ สายไหม และบางเขน ซึ่งมีนโยบายให้เร่งรัดจัดเก็บหลังน้ำลดตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ปัญหาขยะตกค้างหมดไป และกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายในสิ้นปีนี้
นายพรเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกเขตได้เร่งดำเนินการจัดเก็บขยะทุกวัน โดยมีการกำหนดจุดที่พักขยะ หรือดัมพ์ไซส์ เป็นที่พักรวมขยะก่อนจะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ขนไปที่สถานีขนถ่ายขยะท่าแร้ง ซึ่งจากการไปตรวจเยี่ยมพบปัญหาว่า แม้ว่าเขตจะได้ขนขยะที่จุดพักขยะไปทิ้งจนหมดแล้ววันรุ่งขึ้นก็ยังมีขยะมากองอีกจำนวนมากเช่นเดิม เนื่องจากยังมีขยะในชุมชนหมู่บ้านอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้มีปัญหารถตักไม่เพียงพอ จึงได้ให้เขตเร่งเช่ารถตักมาเสริม และปรับเปลี่ยนแผนโดยให้รถขนถ่ายน้ำขยะไปทิ้งที่บ่อขยะราชาเทวะ และกำแพงแสน โดยตรง เพื่อจะได้ไม่ต้องรอเข้าคิวที่สถานีขนถ่ายขยะซึ่งจะช่วยให้ขนถ่ายได้จำนวนเที่ยวมากขึ้น
นายพรเทพ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้คาดว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ มีขยะจากน้ำท่วมถึง 100,000 ตัน โดยเฉลี่ยครัวเรือนละ 0.5 - 1 ตัน โดยกทม.ได้เข้าไปจัดเก็บแล้ว 4.8 หมื่นตัน หลังเหลือค้างอีกกว่า 5 หมื่นตัน เฉพาะที่เขตหลักสี่มีประมาณ 10,000 ตัน เก็บไปแล้วประมาณ 5 พันตัน จึงขอให้เขตเร่งรัดเข้าจัดเก็บในชุมชนหมู่บ้านต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องนำขยะมากองด้านนอก โดยจ้างอาสาสมัครชักลากขยะวันละ 300 บาทต่อคน และนำรถเล็กเข้าไปเก็บในพื้นที่ และประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนแยกขยะครัวเรือนปกติ และขยะเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อจะได้รวดเร็วและสะดวกต่อการกำจัดมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าการปรับเปลี่ยนแผนการจัดเก็บได้จะใช้เวลาประมาณ 7 วันเพื่อให้สถานการณ์ขยะกลับสู่สภาวะปกติ



