
ตะลึง!สุพรรณบุรีรับงบเยียวยา307ล้าน
ครม.หว่านงบฟื้นฟูเยียวยา ระยะแรกดำเนินการโครงการภายในม.ค.55 กว่า 20,110 ล้านบาท-งง! สุพรรณฯได้307ล้าน นนทบุรี-ปทุมธานี-พระนครศรีอยุธยารับจังหวัดละ 2 พันล้านขึ้น ถก SML แบ่งจ่าย "300,000 - 400,000 - 500,000" ตามจำนวนคนในหมู่บ้าน อนุมัติ1,385ล้านกู้โบราณส
12 ธ.ค.2554 การประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ที่มีการอนุมัติงบประมาณ 20,110.5572 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ได้ทันที และมีการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรกการช่วยเหลือ ระยะสองภายในธ.ค.54 และระยะสาม ภายใน ม.ค.2555 นั้น เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยเอกสารสรุปรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยจำแนกเป็นรายจังหวัด จำนวน 63 จังหวัด ซึ่งพบว่ามีการช่วยเหลือจังหวัดทางภาคเหนือ 8 จังหวัด ประกอบด้วยจ. เชียงราย ได้งบประมาณ 26.3055 ล้านบาท จ.เชียงใหม่ ได้งบประมาณ 147.1404 ล้านบาท จ.น่าน ได้งบประมาณ 56.4554 ล้านบาท จ.แพร่ ได้งบประมาณ 24.7822 ล้านบาท จ.แม่ฮ่องสอน ได้งบประมาณ 22.3892 ล้านบาท จ.ลำปาง ได้งบประมาณ 93.0071 ล้านบาท จ.ลำพูน ได้งบประมาณ 30.8082 ล้านบาท และจ.อุตรดิตถ์ ได้งบประมาณ 27.1855 ล้านบาท
สำหรับภาคกลาง มีทั้งหมด 22 จังหวัด โดยได้รับงบประมาณ 20 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ตาก ได้รับงบประมาณ 95.6755 ล้านบาท จ.กำแพงเพชร ได้รับงบประมาณ 115.1444 ล้านบาท จ.ชัยนาท ได้รับงบประมาณ 222.0384 ล้านบาท จ.นครนายก ได้รับงบประมาณ 103.2092 ล้านบาท จ.นครปฐม ได้รับงบประมาณ 446.2535 ล้านบาท จ.นครสวรรค์ ได้รับงบประมาณ 740.0177 ล้านบาท จ.นนทบุรี ได้รับงบประมาณ 2,481.3765 ล้านบาท จ.ปทุมธานี ได้รับงบประมาณ 2,843.1492 ล้านบาท จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับงบประมาณ 2,537.2707 ล้านบาท
จ.พิจิตร ได้รับงบประมาณ 129.3740 ล้านบาท จ.พิษณุโลก ได้รับงบประมาณ 61.2206 ล้านบาท จ.เพชรบูรณ์ ได้รับงบประมาณ 35.9977 ล้านบาท จ.ลพบุรี ได้รับงบประมาณ 485.3255 ล้านบาท จ.สมุทรสาครได้รับงบประมาณ 351.4229 ล้านบาท จ.สระบุรี ได้รับงบประมาณ 215.2424 ล้านบาท จ.สิงห์บุรี ได้รับงบประมาณ 213.2920 ล้านบาท จ.สุโขทัย ได้รับงบประมาณ 71.2617 ล้านบาท จ.อ่างทอง ได้รับงบประมาณ 376.9475 ล้านบาท จ.อุทัยธานี ได้รับงบประมาณ 167.7006 ล้านบาท จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับงบประมาณ 18.0020 ล้านบาท และ จ.สุพรรณบุรี ได้รับงบประมาณ 307.9526 ล้านบาท
ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ภาคอีสาน) ประกอบด้วย จ.กาฬสินธุ์ ได้รับงบประมาณ 34.4116 ล้านบาท จ.ขอนแก่น ได้รับงบประมาณ 73.9099 ล้านบาท จ.ชัยภูมิ ได้รับงบประมาณ 25.6013 ล้านบาท จ.นครพนม ได้รับงบประมาณ 26.0795 ล้านบาท จ.นครราชสีมา ได้รับงบประมาณ 43.4790 ล้านบาท จ.บุรีรัมย์ ได้รับงบประมาณ 31.3125 ล้านบาท จ.มหาสารคาม ได้รับงบประมาณ 70.8100 ล้านบาท จ.มุกดาหาร 28.5335 ล้านบาท จ.ยโสธร ได้รับงบประมาณ 30.6593 ล้านบาท จ.ร้อยเอ็ด ได้รับงบประมาณ 86.3137 ล้านบาท จ.เลย ได้รับงบประมาณ 60.6495 ล้านบาท จ.ศรีสะเกษ ได้รับงบประมาณ 33.7966 ล้านบาท จ.สกลนคร ได้รับงบประมาณ 20.0394 ล้านบาท จ.สุรินทร์ ได้รับงบประมาณ 48.3022 ล้านบาท จ.หนองคาย ได้รับงบประมาณ 50.5976 ล้านบาท จ.อำนาจเจริญ ได้รับงบประมาณ 26.1030 ล้านบาท จ.อุดรธานีได้รับงบประมาณ 40.2489 ล้านบาท จ.อุบลราชธานี ได้รับงบประมาณ 74.1297 ล้านบาท จ.บึงกาฬ ได้รับงบประมาณ 9.2643 ล้านบาท
ภาคตะวันออก ประกอบด้วย จ.ชลบุรี ได้รับงบประมาณ 52.1982 ล้านบาท จ.ระยอง ได้รับงบประมาณ 27.5459 ล้านบาท จ.จันทบุรี ได้รับงบประมาณ 45.4007 ล้านบาท จ.ตราด ได้รับงบประมาณ 21.5589 ล้านบาท จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับงบประมาณ 155.7241 ล้านบาท จ.สระแก้ว ได้รับงบประมาณ 21.4996 ล้านบาท และจ.ปราจีนบุรี ได้รับงบประมาณ ต8.1264 ล้านบาท
ส่วนภาคใต้ ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ประกอบด้วย จ.พังงา ได้รับงบประมาณ 9.4990 ล้านบาท จ.ภูเก็ต ได้รับงบประมาณ 10.6659 ล้านบาท จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับงบประมาณ 9.4004 ล้านบาท จ.ระนอง ได้รับงบประมาณ 8.3510 ล้านบาท จ.สตูล ได้รับงบประมาณ 103.1285 ล้านบาท และจ.ตรัง ได้รับงบประมาณ 24.1460 ล้านบาท
สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 3,159.7152 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีการจัดงบประมาณส่วนกลาง จำนวน 3,081.6420 ล้านบาท รวมแล้วทั้งหมดเป็นงบประมาณจำนวน 20,110.5572 ล้านบาท
ถก SMLแบ่งจ่าย3-5แสนตามจำนวนคนในหมู่บ้าน
น.ส. อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ว่า การประชุมในวันนี้มีการหารือถึงเกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้านหรือ SML และเรื่องการกลั่นกรองโครงการต่างๆที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วม โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนกัน โดยเพื่อลดความซ้ำซ้อนของโครงการต่างๆ จึงมีการกำหนดว่าบางส่วนที่อาจใช้ งบประมาณปกติหรืองบประมาณปกครองท้องถิ่นได้ก็ให้ใช้เช่นเดียวกับบางส่วนที่อาจใช้งบกองทุนหมู่บ้านที่เรียกว่า SML ก็ได้
น.ส.อนุตตมากล่าวต่อว่า ในที่ประชุมนายกิติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงเรื่องกองทุน SML หรือ สำนักงานชุมชนพอเพียง ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของรัฐบาลชุดก่อนๆ เนื่องจากอาจจะมีการส่งเสริมหรือไม่ส่งเสริมการดำเนินการบางประเภทก็ ได้และอาจจะมีโปรเจคท์ ที่มีการอนุมัติค้างอยู่ ที่เรียกว่ากันติดปากว่าอนุมัติค้างท่อซึ่งจะอยู่ระหว่างช่วงรอยต่อโดยในขณะ นี้กำลังมีการพิจารณาอนุมัติกันอยู่และคาดว่าถ้าเหตุการณ์น้ำท่วมผ่านไปแล้ว ก็จะมีการพิจารณาอนุมัติต่อไป
"นอกจากนี้ นายกิตติรัตน์ยังชี้แจงว่าในอนาคตรัฐบาลจะให้คณะกรรมการชุมชนพอเพียงต่างๆดูแลเกี่ยวกับ เรื่องโครงการในพระราชดำริเท่านั้นอย่างแท้จริงและจะจัดตั้งกองทุน SML ขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้งบประมาณก็จะมีเท่าเดิมคือประมาณ 6,000 กว่าล้าน สำหรับการให้เงินช่วยเหลือที่มีจำนวน 300,000 บาท,400,000 บาท,และ500,000 บาท ซึ่งในขณะนี้พื้นที่ต่างๆในแต่ละจังหวัดก็มีข่าวออกมาว่าอาจจะแบ่งเป็น S1,S2,S3,หรือM1,M2,M3,L1,L2,L3 ซึ่งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงแล้วว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเป็นเรื่องที่ผิดอุดมการณ์ ที่มีมาแต่เดิมของกองทุนหมู่บ้าน โดยอาจส่งผลให้ประชาชนสับสนและยากต่อการปฎิบัติงาน"
นอกจากนี้น.ส.อนุตมา กล่าวอีกว่า นายยงยุทธ ชี้แจงว่าโครงการนี้จะไม่ทำแบบรัฐบาลชุดก่อนๆที่อาจมีการล็อบบี้กันในเรื่องการใช้เงินให้เป็นไปตามความต้องการของคนบางกลุ่ม ซึ่งโครงการ SML ต้องการจะให้การใช้เงินเป็นไปตามความต้องการของประชาคมหมู่บ้านอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สรุปหลังจากมีการถกกันเรื่อง SML ว่าจะมอบหมายให้นายยงยุทธ หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และส.ส.ทุกคน เกี่ยวกับวิธีการดำเนินงานของกองทุน SMLซึ่งจะมีการทำในอนาคตหลัง จากที่มีการอนุมัติงบประมาณเรียบร้อยถึงมือประชาชนแล้ว ซึ่งในขณะนี้กองทุนยังไม่ได้เริ่มขึ้น ดังนั้นการฟื้นฟูงบประมาณน้ำท่วมอะไรที่ไม่เร่งด่วนก็อาจอยู่ในงบตัวนี้ ส่วนในเรื่องของ SMLจะมีการแบ่งขนาดดังนี้ คือขนาด S ประชากรจะไม่เกิน 500 คน งบประมาณที่ได้รับคือ 300,000 บาท, ขนาด M ประชากรตั้งแต่ 500 - 1,000 คน ได้รับงบประมาณ 400,000บาท,ขนาด L ประชากร 1,001คนขึ้นไป ได้งบประมาณ 500,000 บาท อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ย้ำเรื่องการตรวจสอบให้ตรวจสอบการให้วงเงินว่าให้ใช้อย่างถูกวัตถุประสงค์และมีประสิทธิ ภาพถึงมือประชาชนและไม่ให้เกิดการทุจริตมีความโปร่งใสภายใต้การบูรณาการใน การทำงาน
อนุมัติ1,385ล้านกู้โบราณสถาน
นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า ที่ประชุม ครม. ได้มีมติอนุมัติวงเงินในการฟื้นฟูโบราณสถานหลังน้ำท่วม จำนวน 296 แห่ง วงเงิน 1,385 ล้านบาท โดยจากเดิม วธ. ได้ยื่นแผนของบประมาณเพื่อบูรณะซ่อมแซมโบราณสถาน 313 แห่ง วงเงิน 1,477 ล้านบาทไปยัง ครม.และสำนักงบประมาณ แต่เนื่องจากกรมศิลปากรจัดทำแผนการบูรณะโบราณสถานแล้วเสร็จแค่ 296 แห่ง ดังนั้น ครม. จึงอนุมัติงบประมาณก้อนแรกมาให้ วธ. เร่งดำเนินการซ่อมแซมโบราณสถานก่อน ส่วนโบราณสถานที่เหลืออีก จะมีการพิจารณางบประมาณบูรณะในรอบต่อไป
นางสุกุมล กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ แจ้งว่างบดังกล่าวเป็นงบฯ เร่งด่วนที่จะใช้ในช่วงเดือนธันวาคม.2554-มกราคม 2555 และจะต้องมีการเร่งรัดเบิกจ่ายเงินทั้งหมดภายใน 3 วัน ดังนั้นภายในสัปดาห์นี้ตนจะเรียกนางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร มาประชุมหารือเกี่ยวกับแผนการบูรณะการจัดจ้างในการบูรณะ เพื่อให้ทันกรอบระยะเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตามขณะนี้กรมศิลปากรได้จัดลำดับความสำคัญของโบราณสถานแต่ละแห่ง อาทิ ประเภทต้องเร่งดำเนินการบูรณะทันที และประเภทที่ค่อยดำเนินการตามแผนการบูรณะ



