
เข้าบ้านหลังน้ำท่วม...ให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ
การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม จะพบว่ามีดินโคลน ทราย และเศษขยะที่มากับน้ำอยู่รอบบริเวณบ้านและภายในบ้าน นอกจากนี้ยังมีความชื้นสูงทำให้พบเชื้อราได้ง่าย ควรทำความสะอาดภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังน้ำลด
ชุดทำความสะอาด
แต่งกายรัดกุมเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำที่ท่วมขังโดยตรง สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว สวมถุงมือยาง รองเท้ายาง เอี๊ยมกันน้ำ หมวกคลุมผม แว่นตาและหน้ากาก
สำหรับแว่นตาควรเลือกแบบที่แนบสนิทกับใบหน้าและไม่มีรูระบายอากาศ นอกจากนี้ในบริเวณที่พบเชื้อรา ควรใช้หน้ากากชนิด N-95 ที่มีขนาดเหมาะสมกับใบหน้า เพื่อป้องกันการสูดดมเอาเชื้อโรคและเชื้อราเข้าไป (สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาและเวชภัณฑ์) ซึ่งหน้ากากกันฝุ่น ผ้าเช็ดหน้า ไม่สามารถกันเชื้อราได้ เนื่องจากสปอร์ของเชื้อรามีขนาดเล็กมาก
อุปกรณ์ทำความสะอาด
เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด แปรงขัด น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อ อาจซื้อแบบสำเร็จรูป หรือสามารถทำได้เองง่ายๆ ขึ้นอยู่กับลักษณะของพื้นผิววัสดุที่จะทำความสะอาด หากเป็นวัสดุที่มีรูพรุน หรือไม่สามารถทำให้แห้งสนิทได้ การกำจัดเชื้อราจะทำได้ยาก และไม่หายขาด อาจต้องทิ้งไป
ขั้นตอนการทำความสะอาด
1.แต่งกายรัดกุม สวมชุดทำความสะอาดที่เตรียมไว้
2.เปิดหน้าต่างและประตูบ้านให้มีลมและแสงแดด ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
3.ทำความสะอาดผนัง พื้นบ้านและสิ่งของที่ปนเปื้อนด้วยน้ำสะอาดและสบู่หรือน้ำยาล้างจาน ขัดให้คราบสกปรกหลุดออกให้หมด จากนั้นทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ปล่อยทิ้งไว้จนแห้งสนิท
4.บริเวณที่ต้องทำความสะอาดมากเป็นพิเศษ คือ ครัว ชั้นวางอาหาร และบริเวณที่สำหรับเด็กอยู่อาศัย
5.ภาชนะใส่อาหารของใช้และของเล่นเด็ก ต้องนำมาล้างให้สะอาดด้วยน้ำร้อนกับสบู่ หรือน้ำยาล้างจาน แช่ในน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างน้อย 15 นาที จากนั้นนำมาล้างทำความสะอาดอีกครั้ง ด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน ตากแดดให้แห้งก่อนเก็บ หรืออาจใช้วิธีต้มในน้ำเดือดนานอย่างน้อย 10 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อโรค
6.ถ้าพื้นผิวที่ต้องการทำความสะอาดแห้งและเห็นเป็นราขึ้นฟู ควรเช็ดด้วยกระดาษชำระเนื้อเหนียว พรมน้ำให้เปียกเล็กน้อย หากใช้ผ้าแห้งหรือกระดาษแห้งๆ เช็ด อาจทำให้สปอร์ของราฟุ้งกระจายมากขึ้น วิธีเช็ดควรเช็ดไปในทิศทางเดียว เช่น บนลงล่าง หรือซ้ายไปขวา แล้วทิ้งกระดาษไป ห้ามเช็ดย้อนไปมา เพราะจะทำให้บริเวณที่เช็ดราออกไปแล้ว ปนเปื้อนราได้อีก จากนั้นเช็ดด้วยน้ำสบู่ สำหรับบริเวณพื้นผิวที่ราติดแน่นต้องขัดด้วยแปรงแข็ง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ปล่อยให้แห้ง ก่อนที่จะเช็ดครั้งสุดท้ายด้วยน้ำยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา แล้วปล่อยทิ้งไว้จนแห้งสนิท
7.แยกซักเสื้อผ้า ผ้าม่าน พรมที่ปนเปื้อนออกจากผ้าปกติ ซักด้วยน้ำร้อนและน้ำยาซักผ้า
8.ของใช้และของแต่งบ้านบางอย่างที่ชำรุดเสียหาย และไม่สามารถทำความสะอาดได้ เช่น หมอน ตุ๊กตายัดไส้ พรม ควรทิ้ง ส่วนวอลล์เปเปอร์และผนังที่ขึ้นราควรลอกออกให้หมด และทำความสะอาดด้วยแปรงแข็งและน้ำยาฆ่าเชื้อ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ปล่อยให้แห้ง ไม่ควรติดวอลล์เปเปอร์หรือทาสีทับลงไป โดยไม่ลอกออก เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและมีผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้
9.ภายหลังทำความสะอาด ให้ล้างมือและฟอกสบู่ด้วยน้ำสะอาด ถูทั้งสองมือด้วยกันให้ทั่วถึงทั้งหลังมือ ฝ่ามือ ซอกนิ้ว เล็บ และข้อมือ ใช้เวลาถูมืออย่างน้อย 20 วินาที
10.แยกซักเสื้อผ้าที่สวมขณะทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนและน้ำยาซักผ้า หน้ากากใช้แล้ว และขยะที่เกิดจากการทำความสะอาดให้ทิ้งลงในถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้สนิท
11.เฝ้าระวังไม่ให้ภายในบ้านอับชื้น ความชื้นที่มักไม่เกิดเชื้อราคือที่ระดับความชื้น 40-60% คอยตรวจสอบบริเวณที่เคยพบเชื้อรา และบริเวณที่อับชื้นไม่ให้เกิดเชื้อราขึ้นอีก
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
โทร.0-2667-1000



