
ประธานาธิบดีรัสเซียสั่งสอบโกงเลือกตั้ง
ประธานาธิบดี ดมิทรี่ เมดเวเดฟ ของรัสเซีย สั่งสอบเรื่องโกงเลือกตั้ง ชาวรัสเซียไม่ปลื้มข้อความในเฟซบุ๊ก
ประธานาธิบดีดมิทรี่ เมดเวเดฟ ของรัสเซีย กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาได้สั่งสอบสวนไปสู่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโกงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม หลังชัยชนะในการเลือกตั้งของพรรคยูไนเต็ด รัสเซีย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ก่อให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 เป็นต้นมา
ประชาชนมากกว่า 5 หมื่นคน ได้ไปชุมนุมกันในกรุงมอสโคว์ และอีกหลายนครใหญ่เมื่อวันเสาร์ซึ่งนับเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ใหญ่ที่สุด ในยุคหลังโซเวียตของรัสเซีย เพื่อประท้วงกรณีที่มีรายงานการโกงการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีวลาดิมีร์ ปูติน ก้าวลงจากอำนาจ อันนับเป็นบททดสอบอันใหญ่หลวงสำหรับนายกรัฐมนตรีปูติน ที่มีแผนจะกลับไปเป็นประธานาธิบดีในปีหน้า และนับเป็นการเผชิญแรงกดดันทางการเมืองที่หนักหน่วงที่สุดเป็นครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อปี 2543
ประธานาธิบเมดเวเดฟ ซึ่งไม่ได้เคลื่อนไหวใด ๆ เป็นเวลา 2 วัน ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นในเฟซบุ๊ก เมื่อวันอาทิตย์ ระบุว่า เขาไม่เห็นด้วยกับคำขวัญและคำปราศรัยของผู้ชุมนุมแต่เขาก็ได้สั่งให้ตรวจสอบเรื่องการโกงการเลือกตั้งตามที่มีรายงานแล้ว แต่เขาไม่ได้ระบุว่าใครคือผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบเรื่องนี้ และไม่เห็นด้วยกับการจัดการเลือกตั้งใหม่
ข้อความที่ประธานาธิบดีเมดเวเดฟ โพสต์ในเฟซบุ๊ก ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นมากกว่า1 พันความเห็น ภายใน 50 นาที ส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจ เช่น " น่าละอาย " และ " เราไม่เชื่อคุณ " มีผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกหลายคน ถามเขาในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับคำขวัญของการประท้วงครั้งนี้ ที่ว่า " เราทำเพื่อการเลือกตั้งที่ยุติธรรม " ( We're for fair elections) ขณะที่บางคนถึงกับบอกว่า พอเห็นข้อความของเมดเวเดฟแล้ว ทำให้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมการชุมนุมต่อต้านการโกงการเลือกตั้งในครั้งต่อไป ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 24 ธันวาคม
นายบอริส เนมซอฟ อดีตรัฐมนตรีที่หันมาวิพาษ์รัฐบาล มองว่า ข้อความที่ประธานาธิบดีโพสต์ในเฟซบุ๊กนั้นไร้ค่า ไม่มีทางทำให้ผู้คนสงบลงได้
นักวิเคราะห์การเมืองรัสเซียคนหนึ่ง ให้ความเห็นว่า การโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของประธานาธิบดีเมดเวเดฟ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และยิ่งทำให้จำนวนรัสเซียที่เชื่อว่ามีการโกงการเลือกตั้งเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่ประธานาธิบดี ควรจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากคูหาเลือกตั้ง , สมาชิกจากพรรคการเมืองที่สังเกตการณ์การเลือกตั้ง , สื่อ และจากภาคประชาสังคม ที่มีสิทธิ์จะสังเกตการณ์การเลือกตั้ง และการนับคะแนนเสียง แต่ประธานาธิบดีกลับทำไม่ได้ แม้แต่จะบอกว่า ใครจะรับผิดชอบในการสอบสวนเรื่องนี้
ทั้งประธานาธิบดีเมดเวเดฟ และนายกรัฐมนตรีปูติน ต่างไม่ได้ปรากฎตัวต่อสาธารณชนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเพียงนายดมิทรี่ เปสคอฟ โฆษของนายกรัฐมนตรีปูติน ที่ประกาศผ่านแถลงการณ์ที่ระบุว่า รัฐบาลเคารพต่อความเห็นของผู้ประท้วง และรับฟังสิ่งที่พวกเขาพูด
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเมดเวเดฟ ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2551 มีฐานเสียงในกลุ่มของคนในเมืองที่มีการศึกษา แต่การประกาศเมื่อเดือนกันยายน ปีนี้ว่า เขาจะก้าวลงจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีปูติน กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ทำให้เขาเสียคะแนนจากคนกลุ่มนี้
นายกรัฐมนตรีปูติน อดีตสายลับเคจีบี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากสลับขั้วอำนาจให้เมดเวเดฟ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อปี 2551 แต่แม้จะเปลี่ยนตำแหน่ง แต่บรรดานักสังเกตการณ์ต่างก็มองว่า เขาคือผู้นำที่กุมอำนาจตัวจริง ขณะที่ปูตินเตรียมหวนคืนสู่ทำเนียบเครมลินอีก 12 ปี ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคม
นักวิเคราะห์หลายคน มองเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่มีความหมายเกี่ยวกับนโยบายของเครมลิน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อันแสดงให้เห็นถึงความวิตกต่อปฏิกิริยาของสาธารณชน และสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ยังสร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่สุด ด้วยการรายงานข่าวการประท้วงหลังจากเคยถูกชุมชนชาวอินเตอร์เน็ต เหยียดหยามมาแล้วที่ไม่ยอมรายงานข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบหลังการเลือกตั้ง ซึ่งแหล่งข่าวในทำเนียบเครมลิน ระบุว่า เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของประธานาธิบดีเมดเวเดฟ และยังบอกด้วยว่า ประธานาธิบดีเมดเวเดฟ ได้สั่งให้ตำรวจมอสโคว์รับมือกับผู้ประท้วงอย่างเบามือที่สุด หลังเห็นนักเคลื่อนไหวกระจัดกระจายไปเพราะถูกตำรวจปราบจลาจลเข้าสลายเมื่อสัปดาห์ก่อน



