ข่าว

'อี้'เผยมาเฟียเหนือ'ว.'สั่งฆ่าคนสนิท

'อี้'เผยมาเฟียเหนือ'ว.'สั่งฆ่าคนสนิท

12 ธ.ค. 2554

“แทนคุณ” หวั่น “จับแพะ” ไม่เชื่อ “เสธ.บ.” สั่งเก็บคนสนิท เหตุเคลียร์จบไปแล้ว ชี้เบาะแสผู้มีอิทธิพลอักษรย่อ “ว.” ส่งมือสังหารจากเหนือฆ่า ถาม “การุณ” รู้จักหรือไม่ เตรียมช่วยเรื่อง การศึกษาบุตรส

                    12 ธ.ค.2554 นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในวันที่ 13 ธ.ค.ในช่วงบ่ายตนจะไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีนายชุติเดช  สุวรรณเกิด อายุ 38 ปี คนสนิทที่ถูกยิงเสียชีวิต โดยได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนของตำรวจ  จากผู้เห็นเหตุการณ์ว่ามีผู้ร้ายลงมือ 2 คนใช้รถจักรยานยนต์ฟีโนสีชมพูขาวและลงมือโดยใช้อาวุธปืนจุด 38 ซึ่งจากข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวพันไปถึงคนมีอิทธิพลทั้งธุรกิจใต้ดินและการเมืองอักษรย่อ ว. เข้าไปบงการ


                “ตรงนี้ก็คงต้องสอบถามนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ว่าในฐานะเป็นผู้กว้างขวางพอจะรู้จักหรือช่วยหาตัวคน ๆ นี้มาให้ตำรวจดำเนินคดีได้หรือไม่  เพราะผมเชื่อว่าความเป็นคนกว้างขวางของนายการุณน่าจะรู้จักดีว่าเป็นใคร ผมมีความเป็นห่วงว่าจะมีการจับแพะเกิดขึ้นเพราะเริ่มมีสัญญาณในเชิงว่าเป็นเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะคำพูดของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่พูดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว  ไม่เกี่ยวกับการเมืองเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ" นายแทนคุณ กล่าวและว่า

    
                และอยากขอร้องร.ต.อ.เฉลิมว่า  ควรปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา  หากพบคนในรัฐบาลเกี่ยวข้องก็ต้องจัดการอย่างเด็ดเพื่อความโปร่งใส  เพราะคดีนี้แม้จะเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ผมไม่อยากให้การเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดี เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและครอบครัว ผมได้รับข้อมูลเชิงลึกที่น่าเชื่อถือว่าเรื่องนี้มีใบสั่งทางการเมืองจากคนที่มีชื่ออักษรย่อ ว. มีอิทธิพลในพื้นที่เป็นผู้จัดหามือปืนมาก่อเหตุ โดยทราบว่าเป็นมือปืนทางเหนือ ซึ่งผมกำลังสืบอยู่ว่าเป็นสายไหน และอยากให้ตำรวจจริงจังกับเรื่องนี้ ซึ่งหากสาวถึงผู้บงการได้เชื่อว่าจะล้างอิทธิพลในดอนเมืองได้ด้วย

          
                นายแทนคุณ ย้ำว่า อยากให้นายการุณขอขมาครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพราะมีการให้สัมภาษณ์ในลักษณะหยามเกียรติผู้ตาย ว่าเป็นไส้ศึกอีกทั้งยังพาดพิงผู้เป็นภรรยาว่า เข้าไปสะกิดนายการุณหลังสามีเสียชีวิตซึ่งไม่เป็นความจริง จึงอยากให้นายการุณรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง ทั้งนี้ตนไม่เคยคิดใส่ร้ายนายการุณและเห็นว่าเสธ.บ.ที่ถูกระบุถึง ว่าตำรวจจะเชิญไปให้ปากคำก็ควรจะแสดงตัว เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งโดยส่วนตัวทราบว่าเป็นนายทหารสังกัดกองทัพอากาศ เคยมีปัญหากับผู้เสียชีวิตเมื่อปี 2553 แต่ได้เคลียร์เรื่องจนจบไปแล้วจึงเชื่อว่าการถูกฆาตกรรมครั้งนี้ ไม่น่าเกี่ยวข้องกับปัญหาระหว่างผู้ตายกับเสธ.บ. ซึ่งทางครอบครัวของผู้ตายอยากให้ตำรวจจับคนผิดมาลงโทษให้ได้โดยเฉพาะตัวผู้บงการ

         
                นายแทนคุณ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ไม่คิดว่าจะเป็นฝีมือของเสธ.บ. เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ในปี 53 ที่ผ่านมามีพลทหารขโมยพระจากเสธ.บ. มาขายให้ผู้ตายโดยที่ผู้ตายรับซื้อไว้เพราะไม่ทราบว่าเป็นพระจากการขโมย จากนั้นเสธ.บ.ได้มาตามทวงพระคืนทำให้มีปากเสียงกัน แต่ผู้ตายก็คืนพระให้หลังจากนั้นมีการลอบวางระเบิดหน้าบ้านพักในลักษณะข่มขู่ ไม่ได้ปองร้ายชีวิตอีกทั้งมีการเคลียร์ปัญหากันจบแล้ว จึงไม่คิดว่าสาเหตุนี้จะทำให้มีการสั่งเก็บผู้ตาย

       
                “ผมได้หารือกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อดูแลบุตรสาวของนายชุติเดช ในเรื่องการศึกษาโดยจะพยายามดูแลให้จบปริญญาตรี และอาจจะมีการตั้งกองทุนช่วยเหลือครอบครัว ทั้งนี้ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้หัวหน้าพรรคจะเดินทางไปร่วมพิธีเผาศพด้วย และผมยืนยันว่าแม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะทำให้รู้สึกเสียใจ แต่ไม่เคยคิดถอดใจจะเดินหน้าทำงานการเมืองในดอนเมืองต่อไป เนื่องจากหากกลัวหรือเลิกทำงานการเมืองในพื้นที่นี้ ก็เท่ากับไม่รับผิดชอบต่อนายชุติเดชที่มาช่วยเหลือด้วยความศรัทธาในตัวผม ซึ่งคนที่ก่อเหตุก็คงกลัวว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในดอนเมืองเพราะหากกลุ่มเดิมหมดอำนาจก็จะทำให้ปัญหาอิทธิพลมืดทั้งบ่อนการพนัน ตู้ม้า หวยใต้ดิน จะได้รับผลกระทบแน่นอน ในขณะนี้มีการพุดว่าไม่ว่าใครที่มาช่วยผมจะถูกส่อง ทำให้ทีมงานก็รู้สึกหวั่นไหวบ้าง ซึ่งผมก็ต้องดูแลคนเหล่านี้อย่างดีที่สุดและให้ความมั่นใจกับคนที่มาทำงานร่วมกับผมว่า เมื่อเราทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อคนดอนเมืองก็ต้องยืนหยัดเปลี่ยนแปลงดอนเมืองให้ได้ ” นายแทนคุณ กล่าว


 
ผบ.ตร.เร่งล่ามือยิงหัวคะแนน"อี้"ข้อมูลคืบหน้าไปมาก


   
                เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม บก.น.2 พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เรียก พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุรเดช เด่นธรรม รอง ผบก.น.2 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐ์ผล ผกก.สน.ดอนเมือง ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.2 และเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. ประชุมเพื่อคลี่คลายคดีคนร้ายบุกยิงนายชุติเดช โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
   

                จากนั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เรียก ผบช.น. และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องประชุมเร่งรัดคดีมือยิงนายชุติเดชและติดตามความคืบหน้า โดยขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ชุดสืบสวนทำงานเร็วได้ข้อมูลต่างๆ เร็วมากซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ส่วนประเด็นสังหารยังไม่สรุปว่าเป็นเรื่องใดเพราะยังเร็วเกินไป แต่จะให้น้ำหนักไปในเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวมากกว่า คือเรื่องเกี่ยวกับการเช่าพระเครื่อง แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการเมืองทิ้ง แต่จะเน้นเรื่องส่วนตัวเพราะผู้ตายมีแผงเช่าพระและเป็นคนกว้างขวาง และเคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกับคู่กรณีคนหนึ่งเกี่ยวกับการเช่าพระ เหตุเกิดในท้องที่สน.ประชาชื่นเมื่อปี 2553 จนถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันมาแล้ว แต่ตอนนี้จะยังไม่เรียกคู่กรณีคนดังกล่าวมาสอบปากคำ เนื่องจากยังเร็วเกินไปต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนกว่านี้ก่อนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
   

                ผบ.ตร. กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดกำลังตรวจสอบอยู่ว่าสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้หรือไม่ และคนร้ายหลบหนีไปทางไหน สำหรับคนร้ายเป็นผู้ชำนาญและมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีก่อนลงมือ แต่เราก็มีพยานเห็นเหตุการณ์อยู่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอสอบปากคำพยานเหล่านี้และพยานคนอื่นๆ ที่ยังเหลืออยู่
   

                ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะโยงคดีไปที่เรื่องการเมืองของ 2 พรรคการเมืองหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่อยากให้โยงไปที่เรื่องการเมือง แต่จะให้น้ำหนักไปที่เรื่องส่วนตัวมากกว่า ตอนนี้ขอเวลารวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดก่อน ส่วนที่นายแทนคุณระบุว่า ผู้ตายเป็น 1 ใน 5 คนที่ถูกขึ้นบัญชีดำสังหารไว้นั้น คิดว่าเรื่องนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนายแทนคุณมากกว่าซึ่งไม่น่าจะมีอะไร
   

                ด้าน พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 กล่าวด้วยว่า สำหรับที่มีการระบุว่าผู้ตายคุยโทรศัพท์และเหมือนมีการทะเลาะกันทางโทรศัพท์ก่อนถูกยิงเสียชีวิต ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวคนที่คุยโทรศัพท์กับผู้ตายมาสอบปากคำแล้ว เบื้องต้นพบว่าเป็นการพูดคุยกันเกี่ยวกับธุรกิจรถบรรทุก โดยไม่มีการทะเลาะกันแต่อย่างใด ซึ่งประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้นำไปเชื่อมโยงกับการตาย แต่ก็ยังไม่ตัดเรื่องนี้ทิ้ง และอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อย้อนดูเหตุการณ์ก่อนและหลังเกิดเหตุ โดยทีม บก.สส.บช.น. จะรับผิดชอบในเรื่องนี้ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นก็ยังไม่พบภาพที่เกี่ยวข้องกับคนร้าย
   

                รอง ผบก.น.2 กล่าวต่อว่า กรณีนายทหารที่มีเรื่องกับผู้ตายก่อนหน้านี้ จะเป็นสาเหตุให้ถึงขั้นต้องมีการลงมือสังหารกันหรือไม่ ก็จะต้องเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร และไม่ได้เน้นไปที่นายทหารคนนี้เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีข้อมูลอะไรก็ตามที่เชื่อมโยงกันก็ต้องตรวจสอบทั้งหมด รวมทั้งนายการุณและนายแทนคุณก็มีการสอบปากคำและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันไปแล้ว ซึ่งพอได้ข้อมูลต่างๆมา ก็จะทำการคัดแยกว่า ประเด็นอะไรที่เป็นไปได้ถึงขั้นต้องมีการลงมือสังหารกันก็ต้องสอบในประเด็นนั้นเพิ่มเติม


                รวมทั้งตรวจสอบด้วยว่าหากผู้ตายเสียชีวิตแล้วใครจะได้รับผลประโยชน์ ส่วนประเด็นเรื่องพระเครื่องก็ต้องหาความเชื่อโยงตั้งแต่เกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดปิงปองใส่แผงพระเครื่องผู้ตายมาจนถึงขณะนี้ว่า เป็นความขัดแย้งที่ต่อเนื่องกันมาหรือไม่ หรือเป็นประเด็นใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น สำหรับกรณีที่ผู้ตายมีปัญหาช่วงน้ำท่วมกับนายการุณนั้นกำลังหาข้อมูลอยู่ แต่จากข้อมูลที่ได้ยังไม่เชื่อมโยงไปถึงประเด็นนั้น นอกจากนี้จะมีการนำกำลังตำรวจไปคุ้มกันนายแทนคุณหรือไม่ ขณะนี้นายแทนคุณยังไม่มีการร้องขอเข้ามา หากมีการร้องขอก็จะส่งกำลังไปดูแลความปลอดภัยให้ทันที
   

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่นายชุติเดชถูกยิง และที่แผงเช่าพระของนายชุติเดชก่อนเดินทางกลับ โดยให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กลับมาประชุมวางแผนการดำเนินงานต่อที่ บก.น.2 อีกครั้ง
   

                ต่อมา พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า หลังประชุมเสร็จก็ได้มอบหมายให้ลูกน้องแบ่งหน้าที่กันไปทำงาน โดยทีม บก.สส.บช.น.รับผิดชอบเรื่องการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี ซึ่งตอนนี้ก็เร่งหากล้องอยู่แต่พอดีเป็นวันหยุดยาวจึงยังทำอะไรไม่ได้มาก คาดว่าวันที่ 13 ธ.ค.น่าจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้