ข่าว

เยียวยาน้ำท่วม

เยียวยาน้ำท่วม

12 ธ.ค. 2554

เยียวยาน้ำท่วม : วิถียุติธรรม โดย ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ

              หลังน้ำลดคนจำนวนมากพูดถึงการฟื้นฟูและการเยียวยาเพื่อให้การใช้ชีวิตกลับคืนสู่ปกติไม่ว่าเป็นการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนทรัพย์สินข้าวของเครื่องใช้ ซึ่งต้องใช้เงินทั้งสิ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์โครงการฟื้นฟูและเยียวยาอย่างต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าทำอย่างไรการฟื้นฟูและเยียวยาจึงเป็นไปด้วยความเป็นธรรม


               วิถียุติธรรมในการฟื้นฟูและเยียวยาจะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใสรวดเร็ว ทั่วถึง เท่าเทียม ซึ่งผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมจะต้องเข้าถึงความช่วยเหลือตามโครงการนี้ได้อย่างเสมอภาคกัน การบริหารจัดการในเรื่องนี้ไม่ควรจะต้องเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เหมือนเช่นการบริหารจัดการน้ำดังที่ผ่านมา


               เมื่อพูดถึงการฟื้นฟูและเยียวยาเราคงเข้าใจกันได้ว่าหมายถึงเงินช่วยเหลือ หรือการให้สิ่งของ และเมื่อเป็นเรื่องเงินทองหากเป็นเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ แน่นอนว่าต้องเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินซึ่งที่มาย่อมมาจากเงินภาษีอากร การใช้จ่ายและการได้มาซึ่งเงินประเภทนี้จะต้องมีกลไกและกระบวนการที่มีกฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งตามหลักการแล้วชาวบ้านทุกคนควรจะเชื่อมั่นว่าการดำเนินการจะต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและผู้ที่มีสิทธิได้รับก็ต้องเป็นผู้ที่สุจริต


               หากมองโลกในแง่ดีเราคงได้เห็นผู้ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมหน้าตายิ้มแย้มคลายความวิตกกังวลและเสียใจอันเนื่องมาจากความเสียหายเพราะเงินที่ใช้ในการฟื้นฟูและเยียวยาที่กำลังพูดกันอยู่นี้โดยหลักการและโดยกฎหมายไม่ใช่เงินของใครคนใดคนหนึ่งที่ให้มาไม่ใช่เงินบริจาคที่มาจากผู้มีใจบุญ แต่เป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน จึงต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการของรัฐ


               ทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมต้องถือว่ามีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการเข้าถึงการฟื้นฟูและเยียวยาจึงเข้าใจกันได้ว่าการบริหารจัดการจะต้องเป็นอย่างมืออาชีพ ไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวก ไม่มีการทุจริตอมเงินช่วยเหลือไว้ให้เฉพาะกลุ่มตัวเองหรือบรรดาวงศ์ญาติ ขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือจะต้องสะดวกไม่ยุ่งยากในการกรอกเอกสารหรือจัดเตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำร้อง และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือการพิจารณาคำร้องหรือคำขอจะต้องไม่ใช้เวลาเนิ่นนานจนเกินไป เพราะมิฉะนั้นจะไม่ถือว่าเป็นการฟื้นฟูและเยียวยาตามที่ชาวบ้านเข้าใจ แต่จะกลายเป็นการขอรับการสงเคราะห์


               ความชัดเจนของการฟื้นฟูและเยียวยาจึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ชาวบ้านซึ่งกำลังรับข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลต่างๆไมว่าจะเป็นสื่อมวลชนประเภทต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน หรือเป็นสื่อชาวบ้านประเภทปากต่อปาก ซึ่งการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนทั้งอันเนื่องมาจากกระบวนการในการสื่อสารไม่ทั่วถึง หรืออาจมาจากสาเหตุของความไม่ชัดเจนของเนื้อหาก็เป็นอีกประการหนึ่งที่อาจก่อความสับสนและวิตกกังวลที่ต่อเนื่องจากความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการผันน้ำและการบริหารจัดการน้ำ


               การทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ชัดเจนว่าอะไรคือขอบเขตและความหมายของการฟื้นฟูและเยียวยารวมทั้งบริการและความช่วยเหลือที่ผู้เดือดร้อนหรือประสบภัยน้ำท่วมจะได้รับ ที่สำคัญที่สุดหากการช่วยเหลือเป็นเงิน จำนวนเงินที่จะได้รับ รวมทั้งกฎเกณฑ์ในการได้รับเงินที่ชัดเจนเป็นอย่างไร หากเป็นการที่จะต้องได้รับการพิจารณาด้วยดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ อะไรคือหลักเกณฑ์ประกอบในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ประเด็นเหล่านี้หากชาวบ้านไม่เข้าใจและรัฐขาดความชัดเจน ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าความสับสน  และช่องทางในการทุจริตจะมากขึ้น


               ประเด็นต่อมาคือการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในการฟื้นฟูและเยียวยายังเป็นประเด็นสำคัญสำหรับสังคมไทยอีกเช่นเคยไม่เว้นเรื่องนี้เช่นกันเพราะการมีส่วนร่วมของชาวบ้านจะสร้างความเป็นเจ้าของซึ่งนำมาถึงความรับผิดชอบและหน้าที่ รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกของความเป็นผู้มีใจสุจริตไม่คิดโกง อีกทั้งยังทำหน้าที่ในการชี้เบาะแส ไม่ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับการทุจริตหรือการเลือกปฏิบัติซึ่งเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมอีกด้วย


               น้ำลดตอจะผุดแต่ถ้าเห็นตอแล้วช่วยกันบอกช่วยกันขุด เดินก็ไม่สะดุด เท้าไม่เจ็บ ก้มหน้าก้มตาฟื้นฟูและเยียวยาตัวเองต่อไป ลุ้นกันใหม่ปีหน้า