ข่าว

'ดิเรก'หนุนแก้รธน.แนะรบ.อย่าจุ้น

'ดิเรก'หนุนแก้รธน.แนะรบ.อย่าจุ้น

12 ธ.ค. 2554

อดีต ปธ. กก.สมานฉันท์ หนุนแก้ รธน. ย้ำแก้มาตรา 291 เปิดทางตั้ง ส.ส.ร.3 ยึดโมเดล ส.ส.ร. 1 เป็นหลัก เตือนหากตั้งได้รัฐบาลอย่าจุ้น ส.ส.เพื่อไทย หนุนดึง ก.เกษตรฯมาคุมเอง

               11ธ.ค.2554 นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวเนชั่น ต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า จากการทำหน้าที่ของตนในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ ที่ผ่านมา เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนั้นมีที่มาจากการรัฐประหาร ซึ่งไม่ชอบด้วยกระบวนการประชาธิปไตย สำหรับช่วงเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เบื้องต้นมองว่าช่วงเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะเริ่มต้นให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยรัฐบาลต้องเป็นผู้เริ่มกระบวนการแก้ไข ด้วยการยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 291 เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ชุดที่ 3 เพราะห้วงเวลาทำงานที่แท้จริงนั้น คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 1 ปี อาทิ การคัดเลือก ส.ส.ร. 3 ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน และเมื่อมี ส.ส.ร. 3 แล้ว ก็จะใช้เวลาพิจารณา ศึกษาไม่ต่ำกว่า 1 ปี


               ที่สำคัญกว่านั้นเมื่อตั้ง ส.ส.ร. 3 แล้ว รัฐบาลต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ สมาชิก ส.ส.ร. 3 อย่าเข้าไปก้าวก่ายหรือชี้นำใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้ได้ชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นวิธีการที่เป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องที่สุด ส่วนจะนำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 หรือ รัฐธรรมนูญ 2550 มาเป็นต้นฉบับหรือไม่นั้น ต้องปล่อยให้สมาชิก ส.ส.ร. 3 เป็นผู้พิจารณา สำหรับนักวิชาการที่ได้ออกมาแสดงความเห็น เรื่องกรอบการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ จะนำรัฐธรรมนูญฉบับใด ฉบับหนึ่งมาเป็นต้นฉบับในการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ขอให้นำความเห็นไปว่ากันในส่วนของ ส.ส.ร. 3 หรือเสนอความเห็นในกระบวนการที่ส.ส.ร.3ได้ดำเนินการ ไม่ต้องมานำเสนอต่อรัฐบาล นายดิเรก กล่าว


               นายดิเรกกล่าวด้วยว่าหากขั้นตอนดำเนินการไปถึงการตั้ง ส.ส.ร.3 แล้ว ทางสมาชิกวุฒิสภา คงได้มีการแสดงความเห็นเพื่อเสนอแนะแนวทางที่นำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. เบื้องต้นตนเห็นว่าการตั้ง ส.ส.ร. 3 นั้นควรนำต้นแบบของ ส.ส.ร. 1 มาปฏิบัติ เพราะเป็นวิธีการที่ทำให้เกิดการยอมรับจากสังคมมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วอาจจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งประเทศเข้ามามีส่วนร่วมเลือก ส.ส.ร. 3 ผ่านการเลือกตั้งบุคคลที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมยกร่างรัฐธรรมนูญ



เพื่อไทยหนุนดึงก.เกษตรฯมาคุมเอง



               นายสุรสิทธิ์เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมดึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากพรรคชาติไทยพัฒนามาดูแลเองหากมีการปรับครม.เกิดขึ้นว่า ตนเคยบอกไปแล้วว่า กระทรวงหลักอย่างกระทรวงเกษตรฯ นั้นควรจะอยู่ในความดูแลของพรรคเพื่อไทย เพราะต้องดึงมาบูรณาการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบควบคู่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 


               "ที่ผ่านมาอย่างที่รู้กันว่ากรมชลประทานภายใต้การกำกับของกระทรวงเกษตรฯ นั้นมีการบริหารจัดน้ำพลาด น้ำถึงได้ท่วม กทม.บางจุด ขณะที่พื้นที่ที่มีการกักน้ำไม่ให้เข้าอีกจุดนั้น น้ำกลับไหลมาอีกจุดแทนจนท่วม ส่วนหากดึงกระทรวงเกษตรฯกลับมาดูแลเองแล้วพรรคจะมอบหมายให้ใครเป็นรมว.นั้น ถือเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะพิจารณา และคงต้องเจรจาด้วยว่าจะเอากระทรวงใดที่พรรคดูแลอยู่ไปแลกกับพรรคชาติไทยพัฒนา"  นายสุรสิทธิ์ กล่าวและว่า


               ไม่เพียงเฉพาะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้นแม้แต่รัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทยเองก็ควรต้องปรับเช่นกัน  เพราะบางคนเป็นรัฐมนตรีแล้วขาลอย ไม่รับฟังความเห็นของส.ส. ทั้งๆที่ก่อนจะเป็นรัฐมนตรีนั้นก็ต้องอาศัยส.ส. เพื่อทำให้ชนะการเลือกตั้งก่อน ดังนั้นไม่ควรจะทำตัวเป็นพวกขาลอย ไม่ฟังความเห็นจากส.ส.ในพื้นที่ เพราะเราเพียงเสนอความเห็น แต่ไม่ได้ไปแทรกแซง ส่วนใครควรถูกปรับออกและมีกี่คนนั้น ไม่ขอบอก เพราะเดี๋ยวจะถูกว่าเอาได้ แต่สื่อน่าจะทราบอยู่แล้วว่าเป็นใคร