ข่าว

ก.อุตฯสั่ง'กก.นิคมฯ-กรมโรงงาน'สรุปน้ำท่วม

ก.อุตฯสั่ง'กก.นิคมฯ-กรมโรงงาน'สรุปน้ำท่วม

12 ธ.ค. 2554

กระทรวงอุตฯ สั่ง 'กก.นิคมฯ-กรมโรงงาน' ตั้งคณะทำงานร่วมสรุปบทเรียนจากปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำท่วม 7 นิคม พร้อมรองรับภัยพิบัติในอนาคต ระบุพื้นที่พัฒนานิคมต้องครบวงจร กระจายไปยังภูมิภาค ลดความเสี่ยง

          นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วันที่ 15 ธันวาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งจะมอบหมายให้ กนอ.และกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ตั้งคณะทำงานร่วมกันถาวร เพื่อศึกษาและสรุปบทเรียนที่เกิดขึ้นกับนิคม ทั้งกรณีปัญหาสิ่งแวดล้อมในนิคมมาบตาพุด และวิกฤติน้ำท่วม ซึ่งสร้างความเสียหายต่อภาคอุตสาหกรรมเป็นมูลค่ามหาศาล

          ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าวจะดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใน 3 ด้านหลัก ๆ ได้แก่

          1. จัดทำแผนป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ ที่จะเกิดแก่นิคมอุตสาหกรรม เช่น ป้องกันน้ำท่วม อัคคีภัย อุบัติภัย เป็นต้น

          2. การประสานงานให้การออกใบอนุญาตตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรมจะต้องมีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนไม่ให้เกิดความล่าช้า

          3. การติดตามเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความปลอดภัยต่าง ๆ ของโรงงาน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในพื้นที่โดยรอบนิคม เพราะที่ผ่านมาปัญหาสิ่งแวดล้อมในนิคมมาบตาพุดส่งผลกระทบต่อการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม และเกิดการสูญเสียมูลค่าหลายแสนล้านบาท

          คณะกรรมการชุดนี้ยังจะต้องตรวจสอบสารพิษอันตรายในนิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนเข้าไปดูแลกากอุตสาหกรรมให้เข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้นด้วย จากปัจจุบันที่มีอยู่นอกระบบจำนวนมาก รวมทั้งจะมอบหมายให้ กนอ.ประสานกับนิคม เขตประกอบการ และสวนอุตสาหกรรมของภาคเอกชนทั้งหมด ให้มีการวางแผนการป้องกันภัยต่าง ๆ รวมทั้งการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ และให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย

          สำหรับแนวทางการหาพื้นที่พัฒนานิคมอุตสาหกรรมในอนาคต จะต้องไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยจะต้องกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้มากขึ้น เพราะปัจจุบันนิคมส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มและติดแม่น้ำ เนื่องจากในอดีตต้องการให้มีความสะดวกต่อระบบการขนส่งสินค้า หรือโลจิสติกส์ และการพัฒนานิคมใหม่จะต้องมีความครบวงจรมากขึ้น เช่น นิคมเพื่อประกอบกิจการอัญมณี , สิ่งพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์ โดยจะให้มีตั้งแต่การผลิตต้นน้ำจนถึงปลายน้ำในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่นักลงทุน

          รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดในมาบตาพุดส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงัก 76 โครงการ สร้างความเสียหายทางธุรกิจมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท ขณะที่น้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างความเสียหายต่อภาคอุตสาหกรรม 474,750 ล้านบาท โดยมีโรงงานนิคมทั้ง 7 แห่ง จมน้ำจำนวน 838 โรงงาน มูลค่าความเสียหาย 237,340 ล้านบาท

 

 

...............................

(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)