
ธปท.ชี้ปี55แห่ขอสินเชื่อซ่อมบ้านอื้อ!
ธปท.ชี้ปี 2555 แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐแข่งขันรุนแรงขึ้น ความต้องการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูมีมากขึ้น หลังปัญหาน้ำท่วมคลี่คลาย ขณะที่ผู้บริโภคน่าจะได้ประโยชน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.54 นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปีหน้าธุรกิจธนาคารพาณิชย์จะมีการแข่งขันระหว่างกัน รวมทั้งแข่งขันกับธนาคารเฉพาะกิจของภาครัฐมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการปล่อยสินเชื่อที่จะมีความต้องการมากขึ้น ตามความต้องการของประชาชนที่กำลังอยู่ในช่วงซ่อมแซมบ้านเรือน และภาคธุรกิจที่ต้องเร่งฟื้นฟูสถานประกอบการโดยเร็ว หลังจากปัญหาน้ำท่วมคลี่คลาย
"ธนาคารจะมีการแข่งขันกันมากขึ้นแน่นอน สะท้อนให้เห็นได้จากในระยะสั้น จะมีการจับจ่ายใช้สอยเกิดขึ้น หลังปัญหาน้ำท่วมหมดไป โดยเฉพาะธนาคารเฉพาะกิจของภาครัฐที่ต้องระดมทุน เพื่อดำเนินโครงการลงทุนต่าง ๆ ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งส่วนตัวมองว่า ถ้ายิ่งธนาคารแข่งขันกันมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นผลดีมากขึ้นเท่านั้น เพราะคนที่จะได้รับประโยชน์คือประชาชน"
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว คงไม่มีปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาคธนาคารพาณิชย์ของไทย แต่จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกได้ เพราะแม้เศรษฐกิจสหรัฐจะกระเตื้องขึ้นบ้าง แต่ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปยังไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อไป ส่วนจีนและญี่ปุ่น ยังต้องพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐกับยุโรปเป็นหลัก ทำให้เศรษฐกิจมีความเชื่อมโยงกัน เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
ด้านนางพวงทิพย์ ปรมาพจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดการกองทุน ธปท. ในฐานะผู้บริหารจัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (เอฟไอดีเอฟ) กล่าวว่า กองทุนฟื้นฟูอยู่ระหว่างพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธปท. เพื่อยืดระยะเวลาการปิดตัวกองทุนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ตามมติของกระทรวงการคลังที่ไม่ต้องการให้กองทุนฟื้นฟูปิดกิจการลง
สำหรับการแก้ไข พ.ร.บ.ธปท. ในส่วนนี้ อาจมีการแก้ไขในบทเฉพาะกาล มาตรา 19 ซึ่งกำหนดให้กองทุนฟื้นฟูทำหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือแก่สถาบันการเงินที่ประสบภาวะวิกฤตต่อไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2555 ซึ่งคงต้องมาพิจารณากันว่าจะแก้ให้ออกมาเป็นในรูปแบบใด นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาถึงแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น เช่น มีสถาบันการเงินรายใดรายหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นมาและกองทุนฟื้นฟูต้องเข้าไปช่วยดำเนินการแก้ไข เพราะปัจจุบันกองทุนฟื้นฟูไม่มีรายได้ ซึ่งแตกต่างจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่มีรายได้จากฐานเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ที่ 0.4 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม กระบวนการพิจารณาต่าง ๆ น่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปีหน้า หรืออย่างน้อยต้องเสร็จก่อนที่จะครบกำหนดปิดตัวกองทุนในเดือนสิงหาคม 2555
........................................................
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว : แฟ้มภาพข่าว)



