
'ปู'ถกเยียวยาน้ำท่วมเล็งโละที่ซ้ำซ้อน
"ยิ่งลักษณ์" ถกเยียวยาน้ำท่วม 3 ชั่วโมง เล็งโละโครงการซ้ำซ้อนในจังหวัดน้ำท่วม "กิตติรัตน์" อุบงบ บอกแค่อยู่ในกรอบงบ 1.2แสนล้าน กองทัพไทยร่วมเนชั่น-ระวังภัยแจกถุงยังชีพ "พายัพ-อบต.หนองใหญ่" มอบถุงยังชีพซอยกันตนา
ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ธ.ค. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเยียวยาปัญหาอุทกภัย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาในการประชุมนาน 3 ชั่วโมง
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมคณะทำงานเตรียมการสำหรับการประชุมครม.นัดพิเศษวันที่ 12 ธ.ค. ที่นายกฯจะเป็นประธาน โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ นายปิติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบน้ำ ส่วนตนเป็นตัวแทนในส่วนของการฟื้นฟูอุตสาหกรรมและความเป็นอยู่เข้าร่วม
ที่ประชุมหารือเรื่องโครงการต่างๆที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการชุดต่างๆที่พร้อมเสนอเข้าครม. ซึ่งวันที่ 12 ธ.ค.จะเปิดโอกาสให้ครม.ทุกคนทุกกระทรวงซักถาม เติมเต็มส่วนที่มีข้อมูลที่เหมาะสมและอาจจะหารือกับผู้ว่าราชการบางจังหวัดผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้นท์เพื่อตรวจสอบว่ามีความซ้ำซ้อนหรือไม่ โดยข้อสรุปในวันที่ 12 ธ.ค.จะเป็นการอนุมัติให้ดำเนินการได้สำหรับ 3 ด้าน ในระดับแรก คือการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพชีวิตและด้านเศรษฐกิจ
คิดว่าในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องมีการซ่อมสร้างจะพยายามระมัดระวังไม่ให้ไปซ่อมสร้างส่วนที่เราจะต้องการที่จะปรับเปลี่ยนในอนาคต ซึ่งนายปิติพงษ์ก็ได้รับฟังว่าโครงการที่จะซ่อมสร้างทางหลวงหรือเส้นทางรถไฟมีอะไรบ้าง
“ในการประชุมครม.นัดพิเศษวันที่ 12 ธ.ค.น่าจะมีการพิจารณางบประมาณชัดเจน ซึ่งวันนี้ถือว่าเสร็จร้อยละ 90 แล้ว แต่ต้องการให้รัฐมนตรีที่ไม่ได้อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการต่าง ๆ ให้ท่านได้ให้ความเห็นอีกครั้งเพราะงบประมาณมีความสำคัญที่ต้องใช้ให้คุ้มค่า ส่วนจำนวนเงินนั้นขอให้มีการพิจารณาที่ชัดเจนก่อน เพราะบางโครงการอาจจะมีการตัดทอนลงไปได้ เพราะให้เจ้ากระทรวงและทางจังหวัดให้ความเห็นด้วย ฉะนั้นขอยังไม่ตอบเรื่องวงเงินก็แล้วกัน แต่จะมีการพิจารณาในล็อตแรกในระดับที่มีนัยยะสำคัญทีเดียว”นายกิตติรัตน์ กล่าว
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีห่วงความซ้ำซ้อนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานหรือคุณภาพชีวิตมากกว่า รองนายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องทั้งสอง เพราะถ้าจะดำเนินการแล้วต้องเป็นผลในวงกว้าง ถ้าไปซ้ำซ้อนก็จะเสียโอกาสในการพัฒนา อย่างไรก็ตามในส่วนของการฟื้นฟูอุตสาหกรรมตนเรียนที่ประชุมว่าเนื่องจากมีผลกระทบมากถึง 62 จังหวัด ฉะนั้นการดำเนินการก็จะดูแลไม่ให้ซ้ำซ้อนในส่วนของกองทุนหมู่บ้านหรือSML และอีกหลายโครงการที่ทางจังหวัดเสนอมาก็มีความจำเป็นเพราะว่าบางหมู่บ้านต้องใช้คำว่าแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัวกันเลย ซึ่งจะดูให้สอดรรับกันทั้งหมดทุกส่วนเพื่อให้งบประมาณถูกจัดลงในพื้นที่อย่างครอบคลุม
“ส่วนที่ซ้ำไม่ได้มีใครตั้งใจให้ซ้ำเพราะหน่วยงานในจังหวัดจะมีผู้แทนกระทรวงในจังหวัดทำงานร่วมกับผู้ว่า ซึ่งโครงการเหล่านั้นกระทรวงก็มีหน้าที่รวบรวมแล้วก็พบว่ามันตรงกันพอดีก็จะถอดออก” นายกิตติรัตน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่างบฯส่วนนี้จะต้องเข้าไปในคณะกรรมาธิการหรือไม่ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า งบอันนี้จะเป็นในส่วนของ 1.2 แสนล้านบาท ฉะนั้นถ้ามีความคืบหน้าถึงขั้นมีความชัดเจนแล้วก็คงจะนำส่งกรรมาธิการ แต่ไม่มีข้อผูกมัดอะไรว่าต้องครบ 1.2 แสนล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการพิจารณาเต็ม 1.2 แสนล้านบาท เพราะอยู่ในขั้นของการใช้งบประมาณไปพลางก่อน ฉะนั้นในการใช้งบฯไปพลางก่อนมันมีเพดานอยู่ในระดับประมาณ 4 หมื่นกว่าล้าน ดังนั้นในการพิจารณาในกลุ่มนี้จะดูเรื่องของกลุ่มที่เป็นการใช้งบไปพลางก่อนเพียงแต่ว่าใน 4 หมื่นกว่าล้านบาทจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติอะไรตนขอให้เป็นสิทธิ์ของครม.ในวันที่ 12 ธ.ค.
เมื่อถามว่าสิ่งที่จะพิจารณาเป็นเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับน้ำท่วมไม่ใช่โครงการในอนาคตของแต่ละจังหวัดใช่หรือไม่ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ใช่ แต่ไม่ได้ตัดสิทธิ์โครงการที่ต้องพิจารณา แต่ตนเชื่อว่าอะไรที่ไม่เกี่ยวกับน้ำท่วมก็อาจจะเอาไว้พิจารณาในวาระปกติก็ได้ แต่อาจจะมีบางเรื่อง อาทิ พักหนี้ครัวเรือน ที่เป็นนโยบายกลางที่ท่วมหรือไม่ท่วมก็ต้องดำเนินการอยู่แล้ว ก็อาจจะถกกัน
เมื่อถามว่ามีกี่โครงการที่ซ้ำซ้อนแล้วต้องตัดออก นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า บอกไม่ได้เดี๋ยวมันคลาดเคลื่อน
กองทัพไทยร่วมเนชั่น-ระวังภัยแจกถุงยังชีพ
เมื่อเวลา 10.00 น.ที่บริเวณกลางซอยเทศบาล 1 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พลโท หฤทธิ์ พุ่มหิรัญ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร ได้เดินทางมาเป็นประธานมอบสิ่งของ ถุงยังชีพ โดยร่วมกับสถานีข่าวระวังภัย 24 ชม.และเนชั่นทีวี ร่วมนำถุงยังชีพบริจาคให้แก่ผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก
โดยประชาชนที่เดินทางมารับถุงยังชีพประกอบไปด้วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในตำบลท่าตำหนัก ต.สัมปทวน และเทศบาลตำบลนครชัยศรี จำนวนกว่า 500 คน รวมทั้งยังได้มอบถุงยังชีพให้กับแม่ชี จากสำนักปฎิบัติธรรมที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมอีกด้วย
สำหรับถุงยังชีพที่นำมาแจกจ่ายในวันนี้นอกจากจะมีถุงยังชีพจากสำนักข่าวเนชั่น และสถานีข่าวระวังภัยแล้ว ยังมีหน่วยงานภาคเอกชนที่ได้ส่งมอบถุงยังชีพผ่านทางกองทัพมาอีกจำนวนมาก ทั้งธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน ตลาดหุ้น และอีกหลายหน่วยงาน
ได้จัดกิจกรรมนำดนตรีของทหารพร้อมนักร้องหญิงมาร้องเพลงขับกล่อมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย และยังได้จัดทหารเปิดบูธช่วยสอนการผลิตน้ำอีเอ็มเพื่อกำจัดน้ำเน่าเสีย มีสัตวแพทย์มาให้บริการรักษาสัตว์ฟรี มีให้บริการตรวจวัดสายตา พร้อมแจกแว่นตาฟรีให้กับผู้ที่มีปัญหาด้านสายตาและยังเปิดให้บริการฑันตกรรม บริการถอนฟันฟรีพร้อมหน่วยแพทย์ทหารเคลื่อนที่มาทำการตรวจรักษาโรคต่างๆพร้อมกับแจกจ่ายยารักษาโรค อีกทั้งยังได้มีการนำอาหารมาแจกจ่ายให้กับประชาชนได้รับประทานกันฟรี โดยมีข้าวกล่องกว่า 1,000 กล่อง และก๋วยเตี๋ยวอีก 1,000 ชาม
"พายัพ-อบต.หนองใหญ่"มอบถุงยังชีพซอยกันตนา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 11 ธ.ค.นี้ ผู้แทนนายพายัพ ชินวัตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย นางวิไลภรณ์ อัจฉิรยะประสิทธิ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะที่ประกอบด้วยน.ส.สุกานดา เสนหิรัญ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายอมร มะโนรัตน์ นายก อบต.หนองใหญ่ อ.เมืองจันทร์ จ.ศีรสะเกษ ได้มอบถุงยังชีพแก่ประชาชนในซอนกันตา ต.บางใหญ่ ประกอบด้วยหมู่บ้านวิรากร หมู่บ้านธนวัฒน์ และหมู่บ้านทรัพย์บางใหญ่ และประชาชนหมู่ 3 ต.บางใหญ่
เล็งย้ายชุมชนพ้นฟลัดเวย์
นายกิตติรัตน์ กล่าวระหว่างการปาฐกถาพิเศษเรื่อง รวมพลังขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างยั่งยืน ในงานประชุมหอการค้าทั่วประเทศที่ จ.ระยองว่า ขณะนี้รัฐบาลได้จัดทำแผนแม่บทการจัดการน้ำทั้งระบบเสร็จสิ้นแล้ว และมั่นใจว่าแม้ในปีหน้าปริมาณน้ำฝนจะมากเหมือนกับปีนี้หรือมากกว่า ก็จะไม่เกิดความเสียหายรุนแรงในพื้นที่เศรษฐกิจ เพราะมีแผนที่ชัดเจนว่าจะผันน้ำไปในพื้นที่ใด ซึ่งแม้จะทำให้เกิดความเสียหายในพื้นที่ทางการเกษตรในบางส่วน แต่รัฐบาลก็จะดูแลเกษตรกรกลุ่มนี้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ สิ่งแรกที่รัฐบาลจะดำเนินการคือการบริหารจัดการ 25 ลุ่มแม่น้ำให้มีระบบป้องกันปัญหาอุทกภัยที่ทันสมัย ซึ่งถูกจัดอยู่ในแผนแม่บทที่พร้อมจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ รวมทั้งแผนที่จะสร้างทางระบายน้ำขนาดใหญ่ หรือฟลัดเวย์ ทั้งในพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตก ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ต้องมีการลงทุนและใช้เวลาในการดำเนินการนาน แต่เชื่อว่าสิ่งที่จะทำนั้นคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นที่รัฐบาลเห็นว่าจะต้องเร่งดำเนินการคือการขุดลอกคูคลอง และบริหารจัดการประตูระบายน้ำที่ชำรุดและสำรวจเครื่องสูบน้ำ เนื่องจากที่ผ่านมาเห็นว่าเมื่อมีการเบิกงบประมาณเพื่อมาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีการดำเนินการจริงหรือไม่ โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3-5 เดือนนี้ เพื่อให้ทันกับฤดูฝนในเดือนพฤษภาคมปี 2555
บินสำรวจพื้นที่ 12 ธ.ค.
ส่วนการกำหนดพื้นที่ฟลัดเวย์นั้น จะทำการบินสำรวจเส้นทางทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ โดยร่วมกับกองทัพบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดพื้นที่ที่จะใช้ดำเนินการ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องศึกษาว่าจะใช้พื้นที่ใดอย่างรอบคอบ เนื่องจากจะต้องมีการปรับปรุงทางหลวงสิ่งก่อสร้าง เวนคืนที่ดินบางส่วน ตลอดจนที่อยู่อาศัยในเส้นทางที่ถูกกำหนดให้เป็นฟลัดเวย์ รวมทั้งต้องกำหนดอัตราค่าจ่ายเงินเวนคืนหรือชดเชยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการทำโครงการดังกล่าว โดยจะเตรียมเมืองเล็กๆ ไว้รองรับ ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นโครงการระยะยาวที่ต้องดำเนินการ
นอกจากนี้ รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยในอดีตมีเพียงหน่วยงานเดียวที่ดูแลเรื่องน้ำ ทำให้มองไม่ครบทุกด้าน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะเข้ามารับผิดชอบและเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องน้ำทั้งหมด
ส่วนความเป็นห่วงของภาคเอกชนที่กังวลว่าจะมีการคอรัปชั่นในโครงการฟื้นฟูประเทศ และป้องกันน้ำท่วมนั้น รัฐบาลจะบริหารทุกโครงการให้มีความโปร่งใส รวมทั้งยังมีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นที่หอการค้าไทยเป็นแกนนำเข้ามาช่วยตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นการป้องกันทุจริตไม่ให้งบประมาณรั่วไหลได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้โครงการต่างๆ จะอยู่ภายใต้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ที่มีนายวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน รวมทั้งยังมีคณะกรรมการอีกหลายท่านที่เป็นผู้ที่มีประวัติการทำงานดีมาตลอดชีวิต ซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งจะสร้างความมั่นใจได้ว่าจะไม่เปิดช่องให้มีการคอรัปชั่นในโครงการต่างๆ ได้
ด้านนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) กล่าวว่า เรื่องการบริหารจัดการน้ำในประเทศต้องยอมรับว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนานมากในการดำเนินการ แต่ตนเห็นเรื่องดังกล่าวจะพยายามกู้เงินในประเทศให้มากที่สุด เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยไม่จำเป็นที่จะสร้างหนี้โดยการกู้เงินจากต่างประเทศ เนื่องจาก 12 ปีที่ผ่านมา เห็นว่าประเทศไทยมีเงินออมเป็นจำนวนมากกว่าเงินลงทุน อีกทั้งเห็นว่าอาจจะมีการดำเนินการเรื่องการโอนหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหนี้ของโครงการกองทุนฟื้นฟูที่ขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลคืนกลับไปให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งอาจจะต้องมีการเจรจากันในเร็วๆ นี้
ร.ร.10แห่งในปทุมธานี-นนทบุรีเลื่อนเปิดเทอม
ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประสานกับโรงเรียนจำนวน 24 แห่งใน จ.นนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม ที่คาดว่าในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ จะไม่สามารถเปิดเรียนได้นั้น ขณะนี้ได้รับรายงานจากเขตพื้นที่การศึกษาว่า มีโรงเรียน 10 แห่งที่ไม่สามารถเปิดเรียนได้ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ แยกเป็นโรงเรียนในสังกัด จ.ปทุมธานี 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดลาดสนุ่น โรงเรียนวัดประยูรธรรมาราม และโรงเรียนวัดโพสพผลเจริญ และโรงเรียนใน จ.นนทบุรี 7 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนชุมชนวัดบางโค โรงเรียนบ้านคลองพระพิมล โรงเรียนบ้านดอนตะลุมพุก โรงเรียนวัดคลองเจ้า โรงเรียนวัดเพรางาย โรงเรียนวัดมะสง มิตรภาพที่ 55 และโรงเรียนสมบูรณ์ศาสตร์พัฒนา
"ขณะนี้โรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมเปิดเรียนได้เกือบครบ 100% แล้ว แต่โรงเรียนทั้ง 10 แห่งนี้จำเป็นต้องเลื่อนเปิดเทอมออกไปจากวันที่ 13 ธันวาคมนี้ เนื่องจากสถานการณ์น้ำยังไม่ลดลง แต่จะไม่มีการเคลื่อนย้ายเด็กไปเรียนที่อื่นชั่วคราว ทั้งนี้ โรงเรียนกลุ่มนี้ได้เตรียมแผนการสอนชดเชย แบบทดสอบทักษะเด็กและงดกิจกรรมนอกหลักสูตร เช่น กีฬาสี เพื่อจะได้มีเวลาสอนชดเชยให้เด็กได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม สพฐ.จะประเมินสถานการณ์เป็นระยะ และจะพยายามให้โรงเรียนเหล่านี้เปิดเทอมโดยเร็วที่สุด" เลขาธิการกพฐ.กล่าว



