
มุ่งเป้าขัดแย้งเช่าพระยิงคนสนิท'อี้'
นครบาลจัดทีมล่ามือยิงคนสนิท "อี้-แทนคุณ" พร้อมลงพื้นที่หาข้อมูล 2 วัน ตั้งปมไว้หลายประเด็นทั้งเรื่องส่วนตัวและการเมือง พบปี 53 เคยถูกทำร้ายเกี่ยวกับการเช่าพระ จึงให้น้ำหนักเป็นพิเศษ พบนายทหารชื่อย่อ"เสธ.บ."คู่กรณี
ที่ห้องประชุม บก.น.2 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ธ.ค. พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 ได้เรียก พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุรเดช เด่นธรรม รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐ์ผล ผกก.สน.ดอนเมือง ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.2 และเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. ประชุมเร่งรัดคดีคนร้ายบุกยิง นายชุติเดช สุวรรณเกิด อายุ 38 ปี หัวคะแนน นายแทนคุณ จิตต์อิสระ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตดอนเมือง เสียชีวิตที่ลานจอดรถตลาดโกสุมรวมใจ เขตดอนเมือง เมื่อเย็นวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กล่าวก่อนประชุมว่า หลังเกิดเหตุตนพร้อมด้วย พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง และฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.2 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที โดยเบื้องต้นได้มีการสอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก ส่วนปมสังหารได้ตั้งไว้หลายประเด็นรวมทั้งประเด็นทางการเมืองด้วย เพราะผู้ตายเป็นหัวคะแนนคนสำคัญของนายแทนคุณ นอกจากนี้ยังมีพยานคนหนึ่งระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายคุยโทรศัพท์เหมือนมีการทะเลาะกันทางโทรศัพท์ในเรื่องธุรกิจอีกด้วย ซึ่งตรงนี้ทำให้เจ้าหน้าที่พุ่งประเด็นไปที่เรื่องขัดแย้งผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้ตายก่อน เพราะผู้ตายนอกจากเป็นหัวคะแนนแล้วยังมีธุรกิจอื่นอีกเป็นจำนวนมาก อาทิ มีแผงรับเช่าพระ มีรถบรรทุกให้เช่า และอดีตยังเคยคุมวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งถือเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่อย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม จะไม่ตัดประเด็นทางการเมืองทิ้ง
ผบก.น.2 กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายแทนคุณ ระบุว่าภายใน 3 วันตำรวจน่าจะมีความชัดเจนในเรื่องคดีนี้นั้น ขณะนี้เราเร่งรัดคดีอย่างเต็มที่ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาก็มีการประชุมแบ่งงานกันทำ โดย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. และพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นอย่างมาก และต้องการให้เร่งรัดคดีนี้ จึงส่งทีมสืบสวน บก.สส.บช.น. เข้าร่วมกันคลี่คลายคดีนี้ด้วย ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่ คาดว่าในการประชุมวันนี้น่าจะมีอะไรคืบหน้าไปมากกว่าเดิม
ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กล่าวภายหลังการประชุมโดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ว่าในที่ประชุมมีความคืบหน้าไปมาก และให้น้ำหนักกับทุกเรื่องทั้งเรื่องส่วนตัวและประเด็นการเมือง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อปี 2553 ผู้ตายเคยมีเรื่องถูกทำร้ายร่างกายเกี่ยวกับการเช่าพระกับคนนอกพื้นที่ด้วย อีกทั้งยังถูกปาระเบิดปิงปองใส่แผงพระ บริเวณถนนช่างอากาศอุทิศ แต่ไม่มีใครได้รับบาดสเจ็บ ตรงนี้ได้ให้น้ำหนักเป็นพิเศษ โดยให้ตรวจสอบอย่างละเอียดและไปดูคดีเก่าๆ ของนายชุติเดช ด้วยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง เพราะอาจนำไปสู่การสังหารในครั้งนี้ได้
ส่วนนายแทนคุณ และนายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำทั้งคู่ไปแล้ว ซึ่งได้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างมาก สำหรับ นางณัฐทัย เครื่องสาย อายุ 21 ปี ภรรยาผู้ตาย ได้สอบปากคำแล้ว แต่ไม่ได้ข้อมูลอะไรมาก เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องส่วนตัวของสามีเท่าไหร่ จึงต้องไปหาข้อมูลกับเพื่อนสนิทของผู้ตายแทน
ผบก.น.2 กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะมีการจัดกำลังไปคุ้มครองภรรยาผู้ตายด้วย ส่วนที่ผู้ตายมีบาดแผลถูกยิงที่ปากนั้น ไม่ได้มีนัยยะอะไรเป็นพิเศษ ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นการเจาะจงยิงเข้าที่ปาก แต่คนร้ายยิงผู้ตายตรงท้ายทอยด้านหลังแล้วมาทะลุปาก แล้วยิงที่อกกับท้องอีกอย่างละ 1 นัด ส่วนที่พยานได้ยินเสียงปืนดัง 5 นัด คาดว่าอีก 2 นัดเป็นการยิงเปิดทางเพื่อหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนคันก่อเหตุหลบหนีไป กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด
แต่เบื้องต้นรู้เส้นทางที่คนร้ายหลบหนีแล้วยังเปิดเผยไม่ได้ และยังมีพยานที่เห็นตำหนิรูปพรรณคนร้าย และอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุด้วย แต่คนร้ายสวมหมวกกันน็อคเต็มใบแล้วสวมหมวกไหมพรมทับอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ยากต่อการสเก็ตซ์ภาพคนร้าย เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน คนหนึ่งชี้เป้าส่วนอีกคนเป็นคนลงมือยิง และมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน รวมทั้งเตรียมการมาอย่างดี มีการมาดักรอเป้าหมายและอาศัยช่วงเวลาที่เหมาะสมลงมือยิงในที่ที่มีคนอยู่น้อย เพราะหลังจากตลาดถูกน้ำท่วมกระทั่งกลับสู่ภาวะปกติผู้ตายก็เพิ่งกลับมาที่แผงพระเป็นวันแรกก็มาถูกยิงเสียชีวิต และขณะนี้ยังไม่อยากให้คิดว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นนัยยะไปสู่ความรุนแรงในเรื่องของการเมือง เพราะอาจเป็นเรื่องอื่นก็ได้ต้องรอให้มีหลักฐานชัดเจนก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังประชุมเสร็จเจ้าหน้าที่ต่างแยกย้ายกันลงพื้นที่ไล่ล่าคนร้ายรายนี้ โดยจะใช้เวลาในการติดตามตัวคนร้ายและหาข้อมูลต่างๆ เป็นเวลา 2 วัน ก่อนจะกลับมาประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันอังคารที่ 13 ธ.ค.นี้ เวลา 14.00 น. ที่ บก.น.2 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
พบนายทหารชื่อย่อ'เสธ.บ.'คู่กรณี
รายงานข่าวจากฝ่ายสืบสวนว่าคดีเมื่อปี 2553 ที่นายชุติเดชถูกทำร้ายร่างกายเรื่องการเช่าพระนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของ สน.ประชาชื่น จึงได้ตรวจสอบไปที่ สน.จนทราบว่า คนที่ลงมือทำร้ายนายชุติเดช เป็นนายทหาร มีชื่อย่อว่า "เสธ.บ."
กองปราบช่วยสางคดี
ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป. นำกำลังชุดสืบสวนเข้าร่วมคลี่คลายคดีคนร้ายจ่อยิงนายชุติเดช โดยเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง หรือปัญหาส่วนตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะแบ่งหน้าที่กันออกสืบสวนติดตามคนร้าย โดยแยกกันดำเนินการเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ดำเนินการอยู่แล้ว
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ขณะนี้ได้วางแนวทางการสืบสวนโดยมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งทางการเมือง โดยจะตรวจสอบในส่วนของเส้นทางที่คนร้ายก่อเหตุและใช้หลบหนี ในส่วนของพยานแวดล้อม ความเชื่อมโยงของผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนถึงประเด็นที่เป็นสาเหตุการสังหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบจะแบ่งหน้าที่กันดำเนินการ และเนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ทาง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.และผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ความสนใจ จึงกำชับให้เร่งสืบสวนคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว ซึ่งชุดสืบสวนไม่ได้มีความกดดันในการทำงาน



