
พร้อมพงศ์ปูดคนมีสียศพลเอกจ้องป่วนเมือง
"เสด็จพี่" ปูดคนมีสีนอกแถวยศพลเอกจ้องป่วนเมือง ชี้เป็นกลุ่มอำนาจเก่าที่เสียผลประโยชน์ "เพื่อไทย" งง "ปชป." เสี้ยเบี้ยรักษาขุน ปกป้อง"มาร์ค"
วันที่ 11 ธ.ค.54 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณใกล้สำนักงานกองสลาก ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามเรื่องนี้อยู่ แต่ตนได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้ซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจเก่า และกลุ่มที่เสียประโยชน์ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์เหล่านี้หลังน้ำลด
ดังนั้นอยากให้สตช.และหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ ให้รีบดำเนินคดี และสาวให้ถึงผู้บงการ เพราะเบื้องหลังเป็นใครนั้นน่าจะมีไม่กี่คน แต่หนึ่งในนั้นเป็นกลุ่มคนมีสีนอกแถว และมียศเป็นถึงพลเอก คนเหล่านี้หนักแผ่นดิน ซึ่งคนที่มีสีส่วนใหญ่ผ่านการอบรมมาแล้ว ควรให้ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่กลับเห็นเพียงผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง ไม่คิดถึงประโยชน์ชาติ
"เพื่อไทย" งง "ปชป." เสี้ยเบี้ยรักษาขุน ปกป้อง"มาร์ค" ทั้งที่ขายไม่ออก
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เข้าให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย. และพ.ค.53 ที่ผ่านมาว่า รู้สึกแปลกใจ ที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาปกป้องนายอภิสิทธิ์ ทั้งๆที่ข้อเท็จจริงนายอภิสิทธิ์ เป็นผู้แต่งตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ที่มีนายสุเทพเป็น ผอ.ศอฉ. ซึ่งการกระทำดังกล่าวของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการยอมเสียเบี้ยเพื่อรักษาขุน ทั้งๆที่การเลือกตั้งเมื่อ 3 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น ก็พิสูจน์แล้วว่า นายอภิสิทธิ์ขายไม่ออก แต่ก็ยังปกป้องกันเหมือนไข่ในหินอีก เป็นการใช้มาตราฐานที่เพี้ยน นายอภิสิทธิ์เป็นผู้ตั้ง ศอฉ. และนายสุเทพก็เป็นผู้สั่งให้มีการใช้กำลังทหารและอาวุธ ตามที่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อดีตโฆษก ศอฉ. ที่อยู่ในการประชุมทุกครั้งออกมายืนยัน ว่ามีการให้เคลื่อนไหวกำลังทหาร และการใช้อาวุธ ว่าเป็นคำสั่งของฝ่ายการเมือง ทำให้เห็นว่าความรับผิดชอบในเรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ กับนายสุเทพจะปฏิเสธไม่ได้ แม้ว่ากฏหมายจะเอื้อมไปไม่ถึง แต่กระบวนการยุติธรรมยังต้องดำเนินอย่างตรงไปตรงมา
"พร้อมพงศ์" ยุ "อภิสิทธิ์" ตบปากสั่งสอนโฆษกพรรค หลังกล่าวหา"ทักษิณ" นายกตัวจริง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง โดยอ้างถึงกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทย และส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบเพื่อหารือถึงการปรับครม.ด้วยว่า คำพูดของโฆษกพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นการใช้จินตนาการ และไม่สร้างสรรค์ เพราะการปรับครม.เป็นการตัดสินใจของนายกฯและกรรมการบริหารพรรค
ส่วนกรณีที่่มีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการปรับครม. 6-7 ตำแหน่งนั้น เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของบางบุคคล ทั้งนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้ แต่จะปรับหรือไม่ปรับครม.นั้นตนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับการเล่นฟุตบอล ที่ต้องมีการเปลี่ยนตัวเข้าและออก
อย่างไรก็ตามภาพสะท้อนของผลโพลล์ที่ออกมานั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลแก้ปัญหาได้ถูกทาง เชื่อว่าการปรับครม.จะมีขึ้นในปีหน้า ไม่ใช่ปีนี้ ส่วนจะปรับใครเข้าหรือออกนั้น นายกฯกับคณะกรรมบริหารพรรคจะมีการหารือกันอีกครั้ง ไม่อยากให้พรรคประชาธิปปัตย์ รวมถึงคนกลุ่มอื่นออกมาวิพากษ์ วิจารณ์ เป็นการแกว่งปากหาเรื่องรายวัน ดิสเครดิสรัฐบาล การให้ข่าวของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ส่งเสริมความปรองดอง อยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อบรมสั่งสอนสมาชิกพรรค โดยเฉพาะโฆษกพรรคด้วย ช่วยเรียกมาตบปากก็ยังดี



