ข่าว

ชง3กลุ่มปชช.ร้องเรียนอื้อเข้าครม.

ชง3กลุ่มปชช.ร้องเรียนอื้อเข้าครม.

11 ธ.ค. 2554

ครม. รับทราบเรื่องร้องเรียนจากปชช. เเบ่ง 3 กลุ่มที่โดนจวกเละ หน่วยงานรัฐคือ 'สตช.-สธ.-พณ.' รัฐวิสาหกิจคือ 'ขสมก.-การไฟฟ้าฯ-ทีโอที' องค์กรท้องถิ่นคือ 'กทม.-อยุธยา-สงขลา' ด้าน 'กิตติรัตน์' เสนอยืดอายุนำเข้าอุปกรณ์แก๊สติดรถอีกหนึ่งปี ส่วน ปปช. ชง กม.ราคากลา

          รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยเสนอเรื่องการสรุปผลการดำเนินการเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนในปีงบประมาณ2554 ต่อครม. รายละเอียดดังนี้ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการติดตามผลการดำเนินการและสรุปรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามมติครม.ทุกสามเดือน และรับทราบความคืบหน้าการแก้ไขจากกระทรวงและจังหวัดที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากฐานข้อมูลในระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล ดังนี้ 

          สถิติการร้องทุกข์ของประชาชนจากสี่ช่องทางของรัฐบาล 129,526 เรื่องจำแนกตามประเภทเรื่อง 86,562 เรื่อง (เรื่องหลักคือด้านสังคมและสวัสดิการ ด้านการเมืองและการปกครอง ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องรองคือสาธารณูปโภค  กล่าวโทษหรือร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐ สังคมเสื่อมโทรม เรื่องย่อยคือ  ขอให้ซ่อมแซมไฟฟ้าและติดตั้งปรับปรุงระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้า การแก้ไขปัญหาอุทกภัยครบวงจร  การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ)

          สำหรับจำนวนเรื่องราวร้องทุกข์และผลการดำเนินการจำแนกตามหน่วยงาน(ไม่รวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัด) 27,108 เรื่อง หน่วยงานที่ได้รับการประสานงานเรื่องร้องทุกข์คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ประเด็นที่ประชาชนร้องทุกข์มากคือบ่อนการพนัน  ยาเสพติด การอำนวยความสะดวกในการให้บริการและการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของตำรวจ)

          กระทรวงสาธารณสุข (ประเด็นที่ประชาชนร้องทุกข์มากคือการอำนวยความสะดวกในการให้บริการและการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงนี้และขอความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในส่วนที่อยู่นอกเหนือสิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาล)กระทรวงพาณิย์(ประเด็นที่ประชาชนร้องทุกข์มากคือขอให้แก้ไขปัญหาสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภคขาดแคลนและมีราคาสูง  กับขอให้ปรับเพิ่มราคารับซื้อข้าวเปลือกและพืชผลทางการเกษตร)

          ส่วนรัฐวิสาหกิจได้แก่ ขสมก.(ประเด็นที่ประชาชนร้องทุกข์มากคือขอให้ปรับปรุงการให้บริการของพนักงานของรถเอกชนร่วมบริการกับขอให้เพิ่มจำนวนของรถโดยสารประจำทาง) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(ประเด็นที่ประชาชนร้องทุกข์มากคือขอให้ปรับปรุงระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้า  และแสดงความเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าปรับของการไฟฟ้าฯกับการอำนวยความสะดวกในการให้บริการของการไฟฟ้าฯ)บริษัททีโอทีจำกัด(มหาชน)(ประเด็นที่ประชาชนเสนอมามากคือชมเชยการให้บริการ และขอให้ปรับปรุงซ่อมแซมโรศัพท์สาธารณะและขยายเขตการให้บริการทางโทรศัพท์และแก้ปัญหาสัญญาณขัดข้อง)

          จำนวนเรื่องราวร้องทุกข์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดต่างๆ จำนวน  20,481เรื่อง    ดังนี้ กทม.(ประเด็นที่ประชาชนร้องทุกข์มากคือเหตุเดือดร้อนจากเสียง กลิ่นเหม็น ฝุ่นละอองจากร้านรับซื้อของเก่าและบ้านเรือน ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซมถนน  ร้องเรียนการอำนวยความสะดวกในการให้บริการของสำนักงานเขตและเทศกิจ)

          จ.พระนครศรีอยุธยา(ประเด็นที่ประชาชนร้องทุกข์มากคือการขอความช่วยเหลือในการจัดหาเครื่องอุปโภคและบริโภค เรือ กระสอบทรายฯลฯโดยเร่งด่วน ขอให้เร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยภายหลังน้ำลด) จ.สงขลา(ประเด็นที่ประชาชนร้องทุกข์มากคือขอให้เร่งรัดให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยและวาตภัย ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซมและขยายถนน)

 

"กิตติรัตน์"เสนอยืดอายุนำเข้าอุปกรณ์แก๊สติดรถอีกหนึ่งปี

          รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมครม.วันที่ 13 ธ.ค.54 มีวาระที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์เสนอร่างประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา12แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530(ฉบับที่..) (มาตรการขยายระยะเวลาการยกเว้นอากรขาเข้าเพื่อสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์)

          ทั้งนี้ มีใจความว่า กระทรวงการคลังได้รับเรื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมรรถยนต์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขอให้พิจารณาขยายระยะเวลาการยกเว้นอาการขาเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์(ถังบรรจุก๊าซธรรมชาติประเภทถึงเหล็กตามประเภทย่อยสี่รายการ ชุดอุปกรณ์ควบคุมการใช้ก๊าซธรรมชาติในรถยนต์สามประเภท คือชุดอุปกรณ์ควบคุมการใช้ก๊าซธรรมชาติอัดในรถยนต์เครื่องยนต์เบนซินเบนซินโอยอัตโนมัติ  ชุดอุปกรณ์ควบคุมการใช้ก๊าซธรรมชาติอัดในรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลโดยอัตโนมัติ  และชุดอุปกรณ์ควบคุมการใช้ก๊าซธรรมชาติอัดในรถยนต์ระบบเดียว  และควรครอบคลุมการนำเข้าชิ้นส่วนครบชุดสมบูรณ์ด้วย )

          ตามที่กระทรวงการคลังได้ดำเนินการให้การสนับสนุนไปแล้วออกไปอีกหนึ่งปีตั้งแต่วันที่1ม.ค.จนถึงวันที่ 31ธ.ค.2555เนื่องจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ดังกล่าวยังไม่มีผู้ผลิตในประเทศเสนอ

 

ปปช. ชง กม.ราคากลางให้ครม. รับลูก

          รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 13 ธ.ค. 54 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำข้อมูล รายละเอียดค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะราคากลาง และการคำนวณราคากลาง ไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็คทรอนิคส์ เพื่อให้ประชาชน สามารถเข้าตรวจดูได้ และการกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

          สาระสำคัญ เพื่อดำเนินการตาม พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2554 มาตรา 103 /8 ที่บัญญัติให้ ปปช.มีหน้าที่รายงานต่อครม.เพื่อสั่งการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ตามมาตรา 103/7วรรค1โดยหน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ครม.มีมติเห็นชอบ

          ทั้งนี้ ปปช.ได้รับความคิดเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่มีการประชุมสัมมนา และระดมความคิดเห็น เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนทั่วไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 พ.ค.54 ซึ่งคณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบในการประชุม เมื่อวันที่ 5 ก.ค.54 จึงกำหนดให้หน่วยงานของรัฐ ดำเนินการตามที่กฎหมายบัญญัติ

          รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในส่วนกระทรวงพลังงาน ขอให้นำเสนอคณะนัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ให้องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย แต่งตั้งสำนักงาน M/s KPMG เป็นผู้สอบบัญชีขององค์กรร่วม-มาเลเซีย ประจำปี 2554 และแต่งตั้ง ให้เป็นผู้สอบบัญชีองค์รวมต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี จนถึงปี 2558

          ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอครม.พิจารณาอนุมัติ 1 ยกระดับสถานกงสุลประจำนคร โฮบาร์ต เป็นสถานกงสุลใหญ่ ประจำนครโฮบาร์ต เครือรัฐออสเตรเลีย 2 เลียนฐานะนาย อภิรัตน์ อจลบุญ กงสุลกิตติมศักดิ์ ประจำนครโฮบาร์ต เป็นกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ประจำเครือนครโฮบาร์ต เครือรัฐออสเตรเลีย

 

"โกวิท"เสนอร่างสามกม.ควบคุมเเพทย์เเผนไทย

          รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมครม.วันที่13ธ.ค.54 มีวาระที่พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีเสนอให้ครม.พิจารณาร่างพรบ.การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ...และร่างพรบ.การประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่...)พ.ศ...และร่างพรบ.สถานพยาบาล(ฉบับที่...)พ.ศ....

          โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ปัจจุบันวิทยาการและเทคโนดลยีทางด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์ในประเทศไทยได้เจริญก้าวหน้าเป็นอันมาก ประกอบกับมีผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาดังกล่าวมากขึ้น 

          อีกทั้งเพื่อให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญที่ให้บุคคลมีเสรีภาพในการประกอบกิจการ หรือประกอบอาชีพหรือการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม

          จึงสมควรแยกการกำกับดูแลและการควบคุมการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ออกจากอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ  คณะกรรมการวิชาชีพการแพทย์นไทยและสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์  ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ โดยจัดตั้งสภาการแพทย์แผนไทยขึ้น จึงจำเป็นต้องมีร่างพรบ.ทั้งสามฉบับขึ้นมาและขอความเห็นชอบจากครม.ต่อไป