ข่าว

'เทพไท'บี้'เฉลิม'เปิดชื่อคนวางระเบิดหน้ากองสลาก

'เทพไท'บี้'เฉลิม'เปิดชื่อคนวางระเบิดหน้ากองสลาก

10 ธ.ค. 2554

'เทพไท'บี้'เฉลิม'เปิดชื่อคนวางระเบิดหน้ากองสลากหลังระบุชัดเป็นคนมือสั่นพูดมาก

                     10 ธ.ค.54 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรับมนตรี ระบุว่า กรณีการวางระเบิดหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นฝีมือของคนมือสั่น พูดมากนั้น แสดงว่า ร.ต.อ.เฉลิม ได้รู้ตัวผู้กระทำผิดครั้งนี้แล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย เพราะเมื่ออำนาจรัฐอยู่ในมือของตัวเองแล้วก็ควรที่จะดำเนินการทันที ไม่ใช่เป็นการสร้างกระแสหรือประโคมข่าวในลักษณะกวนน้ำให้ขุ่นซึ่งไม่เป็นผลดีต่อต่อบรรยากาศในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่คนไทยทั้งประเทศต้องการความสุข

                     นายเทพไท กล่าวว่า การอ้างดังกล่าว ถ้ามีข้อมูลจริงก็ควรที่จะระบุชื่อให้ชัดเจน เพื่อที่สังคมจะได้รับรู้ว่า ใครอยู่เบื้องหลังการกระทำครั้งนี้ หากไม่กล้าระบุตัวตนที่แท้จริง ก็อาจจะถูกสังคมเคลือบแคลงสงสัยว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของคนในรัฐบาลก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมาคนในรัฐบาลหลายคนมีความชำนาญ ในการสร้างสถานการณ์ลักษณะเช่นนี้ นับตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนมาถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เหตการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในระหว่างการชุมนุม ก็เป็นที่ทราบกันอยู่ว่าเป็นฝีมือของคนกลุ่มเดียวกัน

                     นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมากล่าวหาว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น ตรงกับการวิเคราะห์สถานการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะเกิดความรุนแรงหลังน้ำลดแล้ว นั้นถือว่าเป็นการใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ โดยปราศจากข้อเท็จจริงเพราะสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์พูดถึงสถานการณ์หลังน้ำลดแล้วว่า จะเกิดความวุ่นวายก็เพราะฝีมือบริหารจัดการที่ล้มเหลวงของรัฐบาลเอง อาจจะนำมาซึ่งความไม่พอใจและผสมโรงกับเงื่อนไขทางการเมืองที่รัฐบาลเป็นคนสร้างขึ้นมาทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษธรรม ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี การแก้ พรบ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหมปี 25511 เพื่อให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปล่วงลูก การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อประโยชน์ ให้กับคนในระบอบทักษิณ ก็อาจจะเป็นประเด็นที่นำมาซึ่งความรุนแรงทางการเมืองได้ และอาจตรงกับคำทำนายของโหรหลายสำนัก ว่าจะเกิดความรุนแรงและการนองเลือดเกิดขึ้นได้หลังปีใหม่ ในยุคนารีเป็นผู้นำ

                     “ถ้ารัฐบาลต้องการให้เกิดความสงบในบ้านเมืองก็ควรที่จะเข้ามาแก้ปัญหาคนของตัวเองไม่ให้ออกมาสร้างความวุ่นวาย และไม่ควรปฏิเสธแบบข้างๆคูๆ ว่าความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เพราะคนทั้งประเทศเขารู้ว่าทั้งรัฐบาลและคนเสื้อแดงเป็นกลุ่มเดียวกัน และรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลได้ เพราะคนเสื้อแดงที่เผาบ้านเผาเมืองมา อย่ามาโยนความผิด ใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ ที่พร้อมจะร่วมมือกับรัฐบาล และทำงานการเมืองในระบอบรัฐสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ”นายเทพไท กล่าว

 

“ชวนนท์" เปิดคลิปชายชุดดำแยกคอกวัว เตือนความจำ  “เฉลิม”

                     นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎรธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีต รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และอดีต ผอ.ศอฉ. ได้เดินทางไปให้ปากคำพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในว่าทั้ง 2 เดินทางไปในฐานะพยาน เพราะฉะนั้นการบิดเบือนหรือการพยายามที่จะไปสร้างภาพว่าทั้ง 2 คนมีส่วนไปทำร้ายประชาชนหรือสั่งฆ่าประชาชน ตนก็อยากให้หยุดและขอให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าอย่างแท้จริง

                     นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า การเสียชีวิตจากการชุมนุมเมื่อปี 2553 จำนวน 91 ศพนั้น ถูกลุ่มคนเสื้อแดงพยายามที่จะหยิบยกขึ้นมาแนประเด็นทางการเมือง ตนคิดว่า สิ่งหนึ่งในวันนี้ที่ต้องนำมาพูดกันก็ คือว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้เช่นกันทั้งหมด 11 ศพ เพราะฉะนั้นตรงนี้ประชาชนต้องรับฟังข้อเท็จจริงอย่งครบถ้วนรอบด้าน และยังมีผู้เสียชีวิตที่ยังเป็นประชาชนทั่วไปอีกมาก เช่น แม่ค้าขายข้าวแกงที่โดนระเบิด M 79 บริเวณแยกศาลาแดง ก็ต้องถามกลับไปยังผู้ชุมนุมว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้ลงมือหรือไม่ และภาพเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วประชาชนลืมหรือไม่ว่า มีชายชุดดำแทรกตัวเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุม ในวันที่มีเหตุการณ์บริเวณแยกคอกวัว เรื่องนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ได้ให้ข้อมูลกับทางตำรวจไปเมื่อวานนนี้

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว โฆษกฯพรรคประชาธิปัตย์ได้นำคลิปเหตุการณ์ที่บริเวณสี่แยกคอกวัวมาเปิด โดยให้เหตุผลว่า เพราะ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า ไม่รู้ไม่ทราบไม่เห็นว่ามีชายชุดดำจึงต้องการเปิดคลิปเพื่อเตือนความจำดังกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้น

                     ทั้งนี้ นายชวนนท์ กล่าวว่า จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีชายชุดดำใช้อาวุธสงครามทำร้ายประชาชนและยืนอยู่ฝั่งเดียวกับผู้ชุมนุมชัดเจน เพราะฉะนั้นต้องถามกลับไปว่าคนที่ไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้ตกหล่นข้อมูลนี้ได้อย่างไร เพราะประชาชนเห็นกันทั้งประเทศ และเรื่องที่น่าเศร้าเสียใจ เพราะ ขณะนี้ถ้าคิดว่าจะใช้กระบวนการยุติธรรม เข้าสู่กระบวนการปรองดองของชาติ ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลทำอย่างตรงไปตรงมา เปิดเผยรับฟังข้อมูลรอบด้าน แต่ถ้าจะใช้กลไกทางการเมืองเข้ามากลั่นแกล้งกันแล้ว ตนเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งรอบใหม่ ทั้งนี้ขอยืนยันอีกครั้งว่าพรรคประชาธิปัตย์และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ในรัฐบาลชุดที่แล้วยินดีจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ กับเจ้าหน้าที่ในการที่จะค้นหาความจริงและค้นหาต้นเหตุแห่งปัญหา และพร้อมที่จะร่วมมือในการหาแนวทางสมานฉันท์ให้กลับคืนสู่ประเทศไทย

 

จี้ 'รัฐบาล'แสดงความชัดเจนแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม

                     นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงว่า ปัญหาอุทกภัยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาและแนวทางการแก้ปัญหาที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาล ส่งผลต่อความมั่นใจของนักลงทุน ซึ่ง 2 วันที่ผ่านมาไจก้าได้ถอนการให้เงินสนับสนุนคันกั้นน้ำในนิคมอุตสาหกรรม และเมื่อวานนี้บริษัทซันโย กับแคนนอนได้ถอนการลงทุนออกจากประเทศไทยไปที่กัมพูชาบ้างไปที่เวียตนามบ้าง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ที่นักกำลังทยอยลงทุนและบริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่ กำลังจะทยอยถอนตัวออกไปจากประเทศไทย โดยเฉพาะญี่ปุ่นเพราะไจก้าจะร่วมทุนกับไทยมาโดยตลอด แต่เขาอาจจะได้สัญญาณอะไรจากรัฐบาลญี่ปุ่นหรือไม่ ถึงได้ระงับการให้เงินกู้ดังกล่าว และต่อมาบริษัทญี่ปุ่นก็ได้ถอนตัวออกจากประเทศไทย

                     โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากไปกว่านั้น คือ นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องเศรษฐกิจต่างๆ ก็ดูจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย พูดอยู่คำเดียวว่าปีหน้าเศรษฐกิจจะดีแต่ไม่มีเหตุผลอะไรรองรับเลย นอกจากนี้ยังยืนยันอีกอย่างว่าน้ำจะไม่ท่วมแน่นอน ซึ่งงตนก็เห็นนักธุรกิจบ่นกลับมาว่าไปบอกกับเขาว่าน้ำไม่ท่วมแน่ เขาก็ถามว่ามีหลักฐานอะไร รัฐบาลก็บอกกำลังทำอยู่ ทั้งที่ไม่มีเอกสารหลักฐานอะไรรองรับเลย

                     นายชวนนท์ กล่าวว่า ก่อนที่เศรษฐกิจจะเสียหายไปมากกว่านี้ รัฐบาลต้องตั้งหลักในการหาแนวนโยบาย และแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนในการป้องกัน ซึ่งพรรคขอเสนอ คือ 1. ขอให้รัฐบาลประกาศแผนปฏิบัติการสร้างความเชื่อมั่น ในการป้องกันปัญหาอุทกภัยที่ชัดเจน และมีวงเงินงบประมาณที่ชัดเจน 2. ต้องเลิกนิสัยที่จะไปแก้ไขปัญหาเล็กๆ เช่น ระบุว่าให้กู้เงินสร้างคันกั้นน้ำที่นิคมอุตสาหกรรม อย่างนี้ไม่ใช่วิธีการแก้ไขแบบมืออาชีพ เพราะนักลงทุนก็เห็นอยู่ว่า สร้างคันกั้นน้ำที่เดียวก็ไปท่วมพื้นที่รอบข้าง ซึ่งคนญี่ปุ่นเขามีสำนึกต่อบุญคุณของแผ่นดิน สำนึกต่อความรับผิดชอบของสังคม การแก้ไขแบบลูบหน้าปะจมูก สร้างคันกั้นน้ำทีละจุดเขาไม่เห็นด้วย เพราะเขาต้องการการแก้ไขแบบบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำ รัฐบาลต้องประกาศแผนตั้งแต่ตรงนั้น ถึงจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้ 3. ต้องประกาศการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ให้เป็นวาระแห่งชาติ ยกเลิกโครงการประชานิยมที่ไม่จำเป็น เช่น โครงการรถยนต์คันแรกที่ใช้วงเงิน 300 ล้านบาท

                     “ขณะนี้ตัวเลขเบื้องต้นที่กระทรวงแรงงานประกาศไปเมื่อวานนี้ มีแรงงานตกงานกว่า 11,862 คน หากรัฐบาลจ่ายค่าจ้างขั้นต้ำวันละ 300 บาท จะต้องใช้เงินวันละ 3 ล้านบาท และถ้าชดเชยอย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน ใช้เงินประมาณ 300 ล้านบาท กว่าที่จะตั้งหลักกลับเข้าสู่วงจรแรงงานได้ ทำไมถึงไม่ประกาศออกมาให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ว่าถ้าบริษัทไหนเลิกจ้างงาน รัฐบาลจะให้ค่าแรง 300 บาททันที โดยนำแรงงานเหล่านี้มาช่วยฟื้นฟูบูรณพื้นที่ ซ่อมแซมพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยด่วนอย่างนี้ถึงจะเรียกว่าแก้ไขแบบครบวงจร ใช้เงินอย่างถูกวิธีเหมาะกับสถานการณ์ของประเทศ ตัวเลขดัชนีผู้บริโภคล่าสุด ที่หอการค้าประกาศออกมาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. นั้นตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี เพราะเขาไม่มั่นใจว่าสถานการณ์เศรษฐกิจ จะสะท้อนกลับมาได้อย่างไร จะใช้อาชีพอะไรในการหาเช้ากินค่ำ ดังนั้นรัฐบาลควรดำเนินการข้อเรียกร้องดังกล่าวข้างต้น ไม่ต้องกลัวเสียหน้า” นายชวนนท์ กล่าว