ข่าว

อย่าบอกใคร

อย่าบอกใคร

10 ธ.ค. 2554

อย่าบอกใคร : ทางข่าว โดยศรายุทธ สายคำมี [email protected]

                ก็เรียกได้ว่า เนียนๆ กันไป สำหรับ "กี้ร์" อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ที่เข้ามอบตัวคดีก่อการร้าย และอีกหลายคดี แล้วศาลไม่ให้ประกัน เพราะมีพฤติการณ์หลบหนี แต่เมื่อมาอยู่ในมือกรมราชทัณฑ์ ที่เพิ่งได้อธิบดีใหม่ ก็ให้นอนคุกกับนักโทษทั่วไปให้เป็นที่หวาดหวั่นใจนิดหน่อย
   
                อีกแค่ไม่กี่คืน อธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็พูดแล้วว่า จะให้ย้ายไปที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ขังรวมคนเสื้อแดงที่ถูกจับมาตั้งแต่ก่อนหน้าโน้น
   
                พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ บอกว่า ที่ย้ายไปเพราะทำตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และมติ ครม. ที่ให้แยกนักโทษคดีการเมืองออกไป
   
                ก็เอาเถอะยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ บอกว่านี่คือคดีก่อการร้าย ไม่ใช่คดีการเมือง แต่มายุครัฐบาลนี้บอกว่า นั่นคือคดีการเมือง ก็ว่ากันไปแล้วแต่มาตรฐานของใคร
   
                แต่น่าเสียดายที่ อริสมันต์ กำลังปรับตัวได้ดีกับนักโทษทั่วไป วันที่ 20 ธันวาคมนี้ก็คงจะบ๊ายบายกันซะแล้ว ไม่งั้นคงได้นักโทษเป็นเพื่อนอีกเยอะ !
   
                เรื่องนี้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เองก็บอกว่า ไม่ได้เป็นการให้อภิสิทธิ์กับคนเสื้อแดง เพราะกฎระเบียบเหมือนกันทุกประการ
   
                ก็อย่างว่า ตอนที่แกนนำเสื้อแดงมอบตัวใหม่ๆ ถูกส่งไปหัวหิน กินลม ชมไวน์กันมาแล้ว ชาวบ้านเขาก็เลยสงสัยว่า กับเสื้อแดงนี่มันมาตรฐานไหน โดยเฉพาะยิ่งเปิดคุกพิเศษรับเฉพาะคนรู้ใจด้วยแล้วก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็น
   
                แต่ที่ชาวบ้านเขาไม่เข้าใจก็คือ กรณีอริสมันต์ พล.ต.อ.ประชาบอกว่า ยังไม่รู้ว่าเข้าข่ายด้วยหรือเปล่า เพราะเรื่องนี้มีคณะกรรมการตรวจสอบ แต่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ฟังฉับแบบแทบไม่ต้องคิดเลยว่า "เข้า"
   
                คงมีคนอยากรู้ว่า พ.ต.อ.สุชาติ นี่ไปไงมาไง ก่อนมาเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์...เล่าให้ฟังคร่าวๆ ก็คือ ก่อนหน้านี้เคยเป็นรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือที่เรียกว่าดีเอสไอ แล้วก็เป็นผู้ร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์คดีใช้เงินสนับสนุนพรรคการเมืองผิดประเภท แล้วก็ย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีที ก่อนที่จะกลับมาเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ชนิดคนในกระทรวงยุติธรรมปากอ้าตาค้างอุทานออกมาตรงกันว่า "เอากันอย่างนั้นเลยเรอะ !"
   
                ยาวกว่านั้นอีกหน่อย พ.ต.อ.สุชาติ สมัยเป็นตำรวจช่วงหนึ่งเป็นผู้ช่วยนายเวรยุค พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ พี่ชายของ พล.ต.อ.สมบัติ และ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แกนนำคนสำคัญของพรรคไทยรักไทย ที่ยังติดแหง็กอยู่บ้านเลขที่ 111
   
                รู้แล้วอย่าบอกใครละว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ !