
'มวลชน'สยบม็อบกลยุทธ์ตร.สายไหม
"มวลชน" สยบม็อบน้ำท่วม กลยุทธ์..."ตำรวจสายไหม" : สารพันตำรวจ : ทัศชยันต์ วาหะรักษ์
วิกฤติมหาอุทกภัย 2554 ชาวกรุงเทพมหานครจำนวนไม่น้อยคงมีโอกาสได้รู้จักชุมชนแอนเน็กซ์ คลองหกวาสายล่าง ประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ และประตูระบายน้ำลำหม้อแตก เขตสายไหม กันมากยิ่งขึ้น
ชุมชนแอนเน็กซ์ ถือเป็นชุมชนแรกของกรุงเทพฯ ฝั่งทิศเหนือ ที่ถูกน้ำท่วมในระดับสูง และท่วมขังเป็นเวลานานเกือบ 2 เดือนเต็ม จนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ร่วมกับชุมชนใกล้เคียงบุกพังแนวบิ๊กแบ็กที่เจ้าหน้าที่รัฐทำไว้เป็นแนวกั้นน้ำไว้ จนผวากันถ้วนทั่วว่าน้ำจากบริเวณนี้อาจจะทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชั้นใน
คลองหกวาสายล่าง ประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ รวมถึงประตูน้ำลำหม้อแตก โด่งดังเมื่อกลุ่มประชาชนจากฝั่ง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี บุกพังแนวกระสอบทราย และบุกยึดประตูระบายน้ำทั้งสองแห่งพร้อมปรับเพิ่มระดับประตูระบายน้ำให้สูงขึ้น จนหวิดปะทะกับประชาชนในฝั่งสายไหมที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
ท่ามกลางความขัดแย้งของประชาชนสองฝ่าย ที่ถูกแบ่งแยกโดยเขตปกครองระหว่างกรุงเทพฯ กับปทุมธานี และมีคลองหกวาสายล่างกั้นกลาง เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องเข้าไปหย่าศึก และเนื่องด้วยพื้นที่พิพาทตั้งอยู่ในเขตสายไหม ตำรวจ สน.สายไหม จึงต้องรับหน้าเสื่อในการไกล่เกลี่ยให้ประชาชนสองฝั่งคลองมีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน
“ผมเดินเข้าไปหาแกนนำเลย คว้ามือเขามาคุยกัน บอกเขาว่าเราเข้าใจและเห็นใจที่พวกเขาต้องลำบากเพราะถูกน้ำท่วมมานาน แต่ก็อยากให้เห็นใจประชาชนฝั่งนี้บ้าง แค่เขาเปิดประตูระบายน้ำไม่กี่ชั่วโมงน้ำก็เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกคุณมาร้อยคนเดี๋ยวฝั่งนี้เขามาสองร้อยเกิดปะทะกันจะยุ่งกันใหญ่ อยากให้เข้าใจช่วยกันได้ก็น่าจะช่วยกัน สุดท้ายเขาก็ยอมกันครึ่งทาง จากที่เคยเปิดประตูกว้าง 1.5 เมตร ก็ลดระดับลงมา ในระดับที่ไม่กระทบกับฝั่งสายไหม” พ.ต.อ.หาญ เลิศทวีวิทย์ ผกก.สน.สายไหม ย้อนเหตุการณ์ขณะเปิดโต๊ะเจรจากลางม็อบประตูระบายน้ำ
วิกฤติน้ำท่วมคราวนี้ อาจเกิดการกระทบกระทั่งกันง่าย พ.ต.อ.หาญ บอกว่า งานมวลชนสัมพันธ์ถือเป็นหัวใจหลักที่จะช่วยให้คลี่คลายสถานการณ์ลงได้ สน.สายไหม ต้องจัดส่งตำรวจลงพื้นที่สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชน ดึงมวลชนมาช่วยงานตำรวจภายใต้โครงการ "ตำรวจบ้าน”" ซึ่งสามารถช่วยงานตำรวจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเจรจาพูดคุยกับประชาชนที่มาชุมนุม เพราะแต่ละคนล้วนแล้วแต่รู้จักกับตำรวจแทบทั้งหมด
กรณีชาวชุมชนแอนเน็กซ์และใกล้เคียงรวมตัวกันพังบิ๊กแบ็กตรงแยก คปอ. ถนนพหลโยธิน พ.ต.อ.หาญ ใช้ตำรวจประสานกับชาวชุมชนที่มาช่วยงานตำรวจ เจรจาต่อรองไม่ให้ผู้ที่มาชุมนุมใช้ความรุนแรง รวมทั้งยังช่วยเจรจาหาข้อยุติ ผนวกกับการเจรจาที่เป็นมิตรกับชาวบ้านของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ศปภ. การชุมนุมจึงยุติ
“ตำรววจต้องเป็นมิตรกับชาวบ้าน ตอนน้ำท่วมทุกคนเดือดร้อน ตำรวจก็เดือดร้อนเพราะน้ำท่วมโรงพัก ผมก็ขนตำรวจไปตั้งเต็นท์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นโรงพักชั่วคราวตรงบริเวณสะพานสายไหม เพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน รวมทั้งยังนำอาหาร นำน้ำดื่ม ซึ่งก็ได้ผลตำรวจกับชาวบ้านกลายเป็นมิตรที่ดีต่อกัน” พ.ต.อ.หาญบอก
หลังน้ำลด ตำรวจ สน.สายไหม ก็ยังไม่ยุติงานมวลชนสัมพันธ์ ยังจัดกำลังไปช่วยประชาชนผู้ประสบภัยทำความสะอาดบ้านเรือนและชุมชนต่างๆ พ.ต.อ.หาญมั่นใจว่า สถานการณ์ความแตกแยกระหว่างประชาชนฝั่งสายไหมและฝั่งลำลูกกาประสานกลายเป็นหนึ่งเดียวแล้ว โดยมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันสมัครสมานสามัคคีกันเช่นเดิมแล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าการกระทบกระทั่งของคนสองฝั่งคลองคือ คดีลักทรัพย์ที่อาจจะเพิ่มขึ้นหลังน้ำลด ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจ สน.สายไหม จะเพิ่มความเข้มข้นในการออกตรวจพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายลงมือก่อเหตุ
"การทำหน้าที่ตำรวจจะสำเร็จลุล่วงไม่ได้ หากขาดความร่วมมือที่ดีจากประชาชน เช่นเดียวกับการจับโจรผู้ร้ายหากไม่ได้รับเบาะแสจากประชาชนก็เป็นการยากที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายได้ ตำรวจกับประชาชนต้องพึ่งพากันและกัน ไม่ต่างอะไรกับสำนวนที่ว่า “น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า” เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้ตำรวจจะได้รับความร่วมมือจากประชาชน ตำรวจต้องมีมวลชนสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง" พ.ต.อ.หาญมั่นใจหนักแน่น



