
นครศรีธรรมราชซ้อมปราบจลาจลรับถกผู้นำอาเซียน
ตำรวจภาค 8 ติวเข้มกองร้อยปราบจลาจล ซ้อมเหมือนจริงจำลองเหตุการณ์ปะทะเดือด รับมือประชุมอาเซียน ผบช.ภ.8 มั่นใจคุมอยู่ เข้มข่าวหวั่นวางระเบิดป่วนซ้ำรอยสุราษฎร์ธานี
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พ.ค.52 ที่สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต. สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูงของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำการคุมกำลังกองร้อยปราบจลาจล บก.ภ.นครศรีธรรมราช เพื่อฝึกซ้อมใหญ่ในการเตรียมการรับสถานการณ์หากเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น รวมทั้งการซ้อมการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจาที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2552 ที่จังหวัดภูเก็ต โดยมี พล.ต.ท. สัณฐาน ชยานนท์ ผบช.ภ.8 ทำการตรวจสอบการฝึกด้วยตัวเอง
การฝึกนั้นได้เน้นการฝึกวินัยแถวกองร้อยปราบจราจลและยุทธวิธีการควบคุมฝูงชนตามหลักการที่ถูกต้อง โดยมีขั้นตอนการควบคุมฝูงชนตามลำดับจากนิ่มนวลไปจนถึงรุนแรงตามลำดับมาตรฐานสากล หลังจากนั้นได้มีการจำลองเหตุการณ์ฝูงชนประมาณ 500 คนก่อความรุนแรงโดยการใช้อาวุธ ไข่ มะเขือเทศ ปะทัดยักษ์และมีการบรรจุของเหลวชนิดต่างๆในถุงพลาสติก รวมไปถึงไตปลาชนิดถุงเป็นอาวุธขว้างปาเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลรวม 450 นาย จนส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณ โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการปราบปรามตั้งแต่การเจรจาไปจนถึงการปะทะผลักดันฝูงชนและการใช้แก๊สน้ำตาโดยมีปฏิกิริยาต่อสู้จากฝ่ายผู้ชุมนุมอย่างดุเดือด ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก
ภายหลัง พล.ต.ท.สัณฐาน เปิดเผยว่า ในทุกจังหวัดในเขตภูธรภาค 8 จัดเตรียมกองร้อยปราบจลาจลไว้จังหวัดละ 2 กองร้อย เพื่อสนับสนุนพื้นที่ประชุมคือภูเก็ต โดยการนำตำรวจแต่ละโรงพักมาทบทวนรื้อฟื้นให้มีความเข้มแข็งรองรับการประชุม ตำรวจภาค 8 จะดำเนินการไปตามแผนที่ทหารประสานมา
ส่วนการหวั่นเกรงว่าจะมีการก่อความวุ่นวายช่วงก่อนมีการประชุมนั้นโดยเฉพาะการวางระเบิดสร้างความวุ่นเหมือนในสุราษฎร์ธานีเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า ส่วนนี้มีการเตรียมความพร้อมเรื่องของข่าวกรองทุกสัปดาห์ในวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุมเรื่องนี้กับหลายฝ่าย อย่างที่สุราษฎร์ธานีที่มีการวางระเบิดพบว่าไม่ตั้งใจให้ระเบิด ตอนนี้เรารู้ทีมงานที่ก่อเหตุในครั้งนั้นหมดแล้ว และในความเชื่อมโยงกับกลุ่มเคลื่อนไหวบางกลุ่มที่มีการจับตามองนั้นนั้นเรายังไม่พบความเคลื่อนไหว ซึ่งขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกันไม่เช่นนั้นทุกคนย่อมอยู่ในภาวะลำบาก
“ความเคลื่อนไหวในภูเก็ตเราไม่พบความเคลื่อนไหวที่ต่อต้าน มีการประชุมผู้นำท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านทุกคนยืนยันว่าเป็นคนไทยที่ไม่มีการนำเอาความแตกแยกหรือสีเสื้อมาใช้ ทุกคนจะทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีเราเชื่อมั่นอย่างนั้น โดยเฉพาะที่ภูเก็ตนั้นผู้นำในกลุ่มอาเซียนนั้นเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นลุกค้ารายใหญ่ด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตดังนั้นเชื่อว่าทุกฝ่ายจะต้องต้อนรับอย่างอบอุ่น ”



