
พิษน้ำท่วมทำปลาตีนแสนรู้ตายยกฝูง
นักอนุรักษ์คอตก ป่าชายเลนแปดริ้ววิกฤตหนัก น้ำจืดไหลลงทะเลมาก ชะล้างสารพิษปนเปื้อนไหลลงปากอ่าว ทำฝูงปลาตีนแสนรู้ ตายเกลื่อน โลมาไม่เข้าใกล้ฝั่ง ส่งผลให้ท่องเที่ยวซบเซา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ธ.ค.54 ที่ จ.ฉะเชิงเทรา นายปรีชา สุวรรณ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.8 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง ชาวบ้านนักอนุรักษ์ป่าชายเลน ที่เลี้ยงฝูงปลากระจัง หรือปลาตีนไว้ภายในบริเวณบ้าน ซึ่งมีสภาพนิเวศเป็นป่าชายเลนไว้ให้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกงได้ชม จนได้รับความสนใจมาอย่างยาวนานหลายปี เนื่องจากปลาตีนบริเวณนี้มีขนาดใหญ่ มีนิสัยแสนรู้ ชอบเล่นกับคน โดยเฉพาะเด็ก ๆ นั้น เป็นที่ชื่นชอบอย่างมาก จนมีรายการโทรทัศน์จากหลากหลายช่อง ได้เข้ามาถ่ายทำ เพื่อนำภาพความน่ารัก ไปออกอากาศเปิดเผยสู่สายตาสาธารณะชน ขณะนี้ได้ตายลงไปหมดทั้งฝูงแล้ว
นายปรีชา กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการระบายน้ำเหนือทิ้ง ผ่านออกสู่ทะเลบริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกงเป็นจำนวนมาก จนทำให้ระบบนิเวศบริเวณปากอ่าวนั้นเปลี่ยนแปลงไป เพราะอาจมีสารพิษ หรือสารเคมีจากทางตอนบนต้นน้ำที่ถูกชะล้าง หรือปล่อยปนเปื้อนลงมากับน้ำ และถูกระบายผ่านเข้ามา จึงทำให้ปลาตีนทั้งฝูงที่เคยเข้ามาอาศัยอยู่ตายหมดทั้งฝูง รวมถึงสัตว์น้ำอื่น ๆ อาทิ ปู และปลาชนิดอื่นด้วย ต่างพากันตายลงอย่างไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
"ก่อนที่ปลาตีนจะตายไปนั้น ปลาตีนแสนรู้จะมีอาการนอนนิ่งซึมเศร้า ไม่ยอมกินอาหาร มีบาดแผลปรากฎขึ้นตามลำตัว จากนั้นค่อย ๆ ทยอยหายไปจากที่เคยมีอยู่ชุกชุม ในบริเวณบ้านที่ได้จัดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ไว้ให้ปลาตีนฝูงนี้อยู่อาศัยนับร้อย ๆ ตัว ซึ่งบางตัวก็จะขึ้นมาจากรู ออกมานอนเกยตื้นตายให้เห็น แต่บางตัวก็นอนซมจนเน่าตายอยู่แต่ภายในรูนอน จึงทำให้ในขณะนี้ไม่มีปลาตีนแสนรู้อยู่ในบริเวณนี้ รวมถึงบริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกงอีกแล้ว"
นายปรีชา กล่าวต่อว่า ปลาตีนรุ่นใหม่ที่เริ่มเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้น เป็นปลาตีนที่ตัวเล็กกว่าเก่ามาก จากเดิมนั้นมีขนาดลำตัวใหญ่ ความกว้างของลำตัวประมาณ 5-7 ซ.ม. และยาวประมาณ 20-25 ซ.ม. แต่ฝูงใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอยู่นั้น มีขนาดเล็กกว่าเก่าถึงกว่า 1 เท่าตัว และยังมีนิสัยปราดเปรียว ขี้ตกใจ ตื่นกลัวคนง่าย ตามนิสัยของปลาตีนที่มีอยู่ทั่วไปในป่าชายเลนทั่วประเทศ และยังไม่ยอมเชื่องเข้ามาใกล้ชิดอยู่กับคนเหมือนเก่า
"ขณะที่ผ่านมานั้น ยังคงมีนักท่องเที่ยวที่เคยมาท่องเที่ยว และชื่นชอบ ได้พากลุ่มเพื่อนฝูงที่ยังไม่เคยเห็นปลาตีนแสนรู้ เข้ามาขอดู ต่างต้องผิดหวังกลับไป เพราะฝูงปลาตีนที่เคยเชื่องแสนรู้ และล้อเล่นกับผู้คน และเด็ก ๆ นั้น ได้ตายไปหมดแล้ว"
นายปรีชา กล่าวต่ออีกว่า หลังจากที่มีน้ำจืดไหลลงมามาก ทำให้ปลาทะเลที่เคยอาศัยอยู่ใกล้แนวชายฝั่งนั้น ได้หายไปจากพื้นที่บริเวณนี้จนหมดเกลี้ยงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะปลาดุกทะเล อาหารที่ฝูงโลมาชื่นชอบนั้น ก็ไม่ยอมเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ด้วย จึงทำให้ฝูงโลมาไม่เข้ามายังบริเวณปากอ่าวบางปะกง เนื่องจากไม่มีอาหาร แต่ยังสามารถพบเห็นได้บ้างในบางโอกาสที่น้ำมีสภาพดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ไกลจากฝั่งมาก นับ 10 กม. จึงทำให้การท่องเที่ยวชมโลมาบริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกงปีนี้ซบเซาอย่างมาก
นักท่องเที่ยวหลายรายที่เดินทางมาส่วนใหญ่มักจะผิดหวังกลับไป แต่ถ้าหากการเดินทางมาแบบไม่เร่งรีบ ชาวบ้านที่ปากอ่าวบางปะกง ก็ยังสามารถพาออกไปดูฝูงโลมาที่ไปอาศัยอยู่ยังบริเวณกลางทะเลได้เช่นกัน แต่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางนานมากกว่าเดิม ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่เร่งรีบมักจะไม่ยอมลงเรือไป จึงทำให้นักท่องเที่ยวลดลงไปด้วย
"ขณะที่ความคึกคัก จากเดิมนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาแต่เพียงลำพัง หรือมาเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ นั้น สามารถที่จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ เพื่อเฉลี่ยค่าลงเรือไปเที่ยวชมโลมาในเรือลำใหญ่ ขนาดความจุ 20-30 ที่นั่งได้ในราคาถูก หรือเช่าเหมาลำอยู่ที่ราคาเพียง 1,000 บาท เรือขนาดกลาง 800 บาท นั้น แต่เมื่อนักท่องเที่ยวมาน้อย หรือมาเพียง 2-3 คน ค่าใช้จ่ายต่อหัวก็จะสูงขึ้น และการรวมกันให้เป็นกลุ่มใหญ่ที่เพียงพอต่อเรือ 1 ลำ เพื่อให้เสียค่าใช้จ่ายลดลงนั้นก็เป็นไปได้ยากด้วย เมื่อนักท่องเที่ยวมาน้อยจึงทำให้ไม่สามารถรวมกลุ่มพากันลงเรือได้ หลายคนที่มองว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงมากหากจะลงเรือไป จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่มีเงินมาน้อยตัดสินใจไม่ลงเรือไปชมโลมา ที่ยังอยู่ไกลออกไปยังกลางทะเล"



