ข่าว

ข้าวเขาวง ...ในเส้นทางสู่การค้า

ข้าวเขาวง ...ในเส้นทางสู่การค้า

10 ธ.ค. 2554

ข้าวเขาวง ...ในเส้นทางสู่การค้า โดย...ชมพิศ ปิ่นเมือง

                  "ข้าวเขาวง" เป็นข้าวที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่บริโภคข้าวเหนียว ที่สำคัญการได้มาตรฐาน Geographical Indications : GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ยิ่งทำให้ชื่อของข้าวเขาวงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ข้าวดังกล่าวมีต้นกำเนิดอยู่ในหุบเขา เขต อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาล้อมรอบ มีพื้นที่ครอบคลุมไปถึง อ.กุฉินารายณ์ และ อ.นาคู เนื้อที่กว่า 1 แสนไร่ โดยข้าวเขาวงที่นิยมกันมากที่สุดคือ ข้าวเหนียว โดยเกษตรกรจะปลูกข้าว 2 พันธุ์คือ พันธุ์ข้าวกอเดียว และ กข.6

                  ความน่าสนใจของข้าวเขาวง คือการเป็นผลผลิตทางการเกษตร จากการทำการเกษตรแบบประณีตของกลุ่มชาติพันธุ์ภูไท ซึ่งขั้นตอนของการทำนาจะยังคงยึดวิถีปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรษ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการทำนาข้าวที่ปลอดสารพิษเป็นนาข้าวอินทรีย์ โดยในการทำนาข้าวของชาวภูไท กว่าจะได้มาซึ่งข้าวเขาวงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย

                  เพราะการทำนาข้าว เป็นมรดกตกทอด เมื่อถูกสอนให้ทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพื้นฐานคนภูไทมักจะใส่ใจในส่วนนี้มากเป็นพิเศษ ขณะที่ในการทำนาข้าวจะไม่เหมือนที่อื่น เพราะจะเริ่มทำการเพาะปลูกตั้งแต่เดือนมิถุนายน ขณะที่ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวก็จะเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน จะเห็นว่าระยะเวลาการเก็บเกี่ยวข้าวนั้น จะเกี่ยวข้าวในช่วงพลับพลึงที่รวงข้าวเริ่มเหลืองทอง ไม่เหลืองแก่จัด เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็จะเก็บรักษาให้พ้นจากความชื้น และอากาศที่จะทำให้ข้าวแห้งเกินไป โดยปกติแล้วถ้าเกี่ยวข้าวเสร็จภายใน 2 วัน ข้าวทั้งหมดก็จะเข้าสู่กระบวนการการตีข้าว ซึ่งใช้แรงงานคนทั้งหมด ดังนั้น ข้าวเปลือกที่ได้ทั้งหมดจะถูกไปเก็บรักษาไว้ในยุ้งข้าว เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

                  การที่ข้าวเขาวงเริ่มเข้าสู่กระบวนการทางการค้า ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่เกษตรกรในหมู่บ้านให้ความสนใจต่อการทำนามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตื่นตัวต่อการที่จะผลิตตามคำแนะนำของส่วนราชการ สำหรับพื้นที่ปลูกข้าวเขาวงทั้งหมด 10 ตำบล 3 อำเภอ โดยอำเภอเขาวงมีพื้นที่ปลูก 6 ตำบล ส่วน อ.กุฉินารายณ์ 2 ตำบล และ อ.นาคู 2 ตำบล แต่ละปีจะมีผลผลิตประมาณ 500 ตัน เฉพาะข้าวเหนียว พันธุ์ข้าวที่ปลูกกันเรียกกันว่าพันธุ์กอเดียว ในด้านการผลิตมีการส่งเสริมศักยภาพการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่าขณะนี้อัตราการผลิตข้าวอยู่ที่ 65 ถังต่อไร่ จากเดิมที่ได้เพียง 30-40 ถังต่อไร่ 

                  นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยชีวภาพจนเป็นที่นิยมกัน สามารถผลิตใช้เอง จนเป็นส่วนหนึ่งที่ลดต้นทุนการผลิต  อีกทั้งทุกขั้นตอนในการผลิตจะใช้แรงงานคนในการเก็บเกี่ยว นวด หรือการตีข้าว ก่อนจะทำการสีเป็นข้าวสารออกจำหน่าย ซึ่งเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว พื้นที่ปลูกข้าวเขาวงจะเต็มไปด้วยผู้ค้าที่มารับซื้อข้าวเปลือกจากผู้ผลิต ในขณะที่การผลิตของเกษตรกรนั้น มีการรวมกลุ่มเป็นรูปแบบของเครือข่ายสมาชิก 80 ราย ใช้ชื่อว่า "เครือข่ายฮักแพงแบ่งปัน" มีการรวมข้าวไว้กองกลางบริหารจัดการตามส่วนและปริมาณข้าว แต่หลังจากข้าวเขาวงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมาก ทำให้ปัจจุบันผู้ซื้อจะตระเวนกว้านซื้อ โดยจะให้ราคาตันละ 1.3-1.5 หมื่นบาท 

                  ในการปลูกข้าวเขาวง เกษตรกรจะทำการเพาะปลูกในฤดูการผลิตนาปีเท่านั้น โดยเริ่มทำการเพาะปลูกในเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม และเดือนสิงหาคม และจะทำการเก็บเกี่ยวระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ช่วงระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวข้าวของเกษตรกรชาวภูไทจะต่างจากที่อื่น ในฤดูกาลผลิต 2554 ทางจังหวัดกาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำเอาเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามโครงการพระราชดำริเข้าส่งเสริมอย่างเต็มระบบ  โดยเฉพาะการนำเครื่องสีข้าวขนาดเล็กมาเสริมศักยภาพของกลุ่มในการผลิตข้าวในนามกลุ่มเครือข่ายฮักแพงแบ่งปัน บรรจุถุงทั้งขนาด 1 กิโลกรัม 2 กิโลกรัม 5 กิโลกรัม ออกจำหน่าย 

                  เป็นที่น่าสนใจว่าเฉพาะข้าวเหนียวเท่านั้นที่ได้รับเครื่องหมาย GI ส่วนข้าวเจ้าที่มีความโดดเด่นไม่ต่างกัน ยังอยู่ในระยะเวลาการส่งเสริม รวมถึงข้าวแปรรูปผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้องงอก ข้าวฮาง ข้าวกล้องและข้าวก่ำเขาวงด้วย ด้านการบรรจุถุงจำหน่าย จะบรรจุขนาด 1 กิโลกรัม ราคา 40 บาท 2 กิโลกรัม ราคา 80 บาท และขนาด 5 กิโลกรัม ราคา 190 บาท นอกจากนี้ ยังมีข้าวแปรรูปเขาวงทั้งข้าวเหนียวก่ำ ข้าวฮาง และข้าวกล้องงอก จำหน่ายด้วย

                  "ข้าวเขาวงได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจัง จนกระทั่งได้รับเครื่องหมาย GI ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองการเป็นสินค้าที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน GI ผู้ที่เลือกซื้อสินค้าสามารถมั่นใจได้ว่า มีมาตรฐานการควบคุมการผลิตอย่างดี โดยคณะทำงานระดับจังหวัดมีทั้งพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด หอการค้าฯ ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันที่จะสนับสนุนให้ข้าวเขาวงเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เพราะนี่คือ สินค้าที่จะดึงรายได้มาสู่จังหวัด" พิชัย คิวานนท์ พาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์สะท้อนความเห็นและว่า

                  คุณสมบัติของข้าวเขาวงคือ ความหอมนุ่ม สามารถเก็บข้ามวัน เมื่อนำมาบริโภคก็ไม่ต้องอุ่นซ้ำ นอกจากนี้ ยังมีสารธาตุซิลิกอนและแคลเซียมสูง มีความไวต่อแสง ข้าวเขาวงยังมีคุณสมบัติพิเศษตั้งแต่ยังไม่ผ่านการหุงหรือนึ่ง เมล็ดข้าวสารจะมีความหอมมาก นอกจากนี้ เมื่อนำไปผสมปนกับข้าวสารประเภทอื่น แม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ยังสามารถทำให้ข้าวสารที่ผสมเข้าด้วยกันหอม นุ่ม เหมือนกับการรับประทานข้าวเขาวงจริงๆ

                   ด้วยความโดดเด่นในคุณลักษณะของ "ข้าวเขาวง" จึงเป็นการสร้างโอกาสให้แก่สินค้าท้องถิ่น

--------------------------------------------------------
(ข้าวเขาวง ...ในเส้นทางสู่การค้า โดย...ชมพิศ ปิ่นเมือง )