
'ปู'พอใจทหารแก้น้ำท่วมติงงบทอ.
"ยุทธศักดิ์" คุย "ปู" พอใจผลงานทหารแก้น้ำท่วม ข้องใจทอ.ของบฟื้นฟูเยอะ เตรียมหนีบปลัดบัญชี ทอ.แจงครม.ของบหมื่นล้าน ขณะที่ ทอ.เตรียมปรับลดงบฟื้นฟูลงเหลือ 1.3พันล้าน "ยงยุทธ" ยัน 20 ธ.ค. ทุกบ้านไร้น้ำขัง ลั่นจ่ายเงินเยียวยา 5000 ครบในปีนี้
เมื่อเวลา 10.30 น.น.ส. วันที่ 9 ธ.ค. น.น.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และข้าราชการกระทรวงกลาโหมให้การต้อนรับ โดยมีการตรวจแถวรับความเคารพจากกองทหารเกียรติยศกองผสม3เหล่าทัพหลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจาอยู่หัว ก่อนจะเข้าฟังบรรยายสรุปที่ห้องภาณุรังษี โดยใช้เวลาประมาณ15นาที หลังจากนั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้มอบคชสีห์ เป็นของที่ระลึกให้กับนายกรัฐมนตรี และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันก่อนจะเดินทางกลับ
จากนั้นเวลา 13.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีมาตรวจเยี่ยมกระทรวงกลาโหม และเป็นโอกาสอันดีที่ท่านจะได้รับทราบภารกิจ งานและสิ่งที่กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบที่ต้องปฎิบัติและต้องทำในเรื่องความ มั่นคง และการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเราได้เรียนให้ท่านทราบว่าในแต่ละเรื่องมีรายละเอียดอะไรบ้าง เพื่อจะได้เข้าใจและเห็นภาพต่างๆ นอกจากนี้ยังชี้แจงเรื่องกำลังทหารในภาพรวมให้ทราบ และเรียนให้ทราบถึงรายละเอียดในแต่ละสายงานของ กองทัพบก กองทัพอากศ กองทัพเรือ และงานในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)อีกครั้งใน ช่วงที่ท่านไปตรวจเยี่ยม โดยเฉพาะงานใน กอ.รมน.ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน.จะต้องทราบว่างานของ ผอ.กอ.รมน.6อย่างมีอะไรบ้าง โดยท่านจะต้องรับผิดชอบและติดตาม รวมถึงงานที่จะต้องประสานกับกระทรวงอื่น การบูรณาการ โดยที่ทหารไม่ต้องทำเป็นหน่วยงานเดียว จะต้องมีกระทรวงอื่นเข้ามาร่วมอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ตนได้เชิญ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ.ไปชี้แจงรายละเอียดการทำงานของ กอ.รมน.ให้ตนทราบ ก่อนที่ นายกรัฐมนตรีจะมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายงานใน กอ.รมน. ที่กองทัพบก
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ซักถามอะไร นอกจากสิ่งที่เราเรียนให้ท่านทราบ และท่านก็ถาม อย่างเช่น การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม ที่แต่ละเหล่าทัพได้เสนองบประมาณที่จะซ่อมแซม ปรับสภาพ ยุทธโปกรณ์ อาคารที่พักให้เข้าอยู่ในสภาพเดิมเพื่อสามารถปฎิบัติงานได้ ซึ่งการเสนองบประมาณของแต่ละเหล่าทัพ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ติดใจเพียงแต่ถามว่า ในส่วนของกองทัพอากาศ ทำไมถึงของบประมาณมากและขอให้ไปพิจารณาความเร่งด่วนให้เป็นขั้นตอน เพื่อให้รู้ว่าอะไรเป็นเรื่องเร่งด่วนอันดับแรกและต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ความเร่งด่วนอันดับ2 และอันดับ3 ใช้งบประมาณเท่าไหร่ ทั้งนี้ในวันจันทร์ที่12 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.จะมีการประชุม ครม. ซึ่งตนต้องเข้าประชุมกับนายกรัฐมนตรีด้วย จึงให้ทางปลัดบัญชีกองทัพอากาศติดตามไปด้วย เพื่อไปชี้แจงให้ท่านทราบ เพื่อจะได้รีบแก้ไขโดยเร็วต่อไป
พล.อ.ยุทธศํกดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้รับทราบข้อมูลต่างๆ ท่านพูดว่า ต่อไปนี้จะไม่ใช่การมาตรวจ แต่จะมาเยี่ยมและมาท่านข้าวกลางวันด้วยประมาณ2เดือนครั้ง เพื่อพูดคุยกันหากใครมีปัญหาอะไร ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี สำหรับนโยบายความมั่นคง เช่น การดูแลสถาบัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็รับทราบและเห็นด้วยทุกเรื่อง โดยเราได้แจ้งให้ท่านทราบว่าการดูแลสถาบันถือเป็นภารกิจของทหารและได้ทำอะไร ไปบ้าง ซึ่งท่านรับทราบและเห็นด้วยพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่
เมื่อถามว่า สาเหตุที่นายกรัฐมนตรี จะต้องพบปะพูดคุยกับทาง ผบ.เหล่าทัพ มากยิ่งขึ้น เพราะหวาดระแวงกองทัพ ใช่หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะการที่ได้มาพบกันในครั้งนี้ อะไรที่น่าจะเล่าสู่กันฟังหรือมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันใน2ทางจะทำได้ เลย เพราะ ผบ.เหล่าทัพบางคนก็ไม่มีโอกาสได้พบกับผู้บริหารหมายเลข1ของประเทศ แต่ถ้าได้รับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันทั้ง2ทาง จะเป็นหนทางที่ ผบ.เหล่าทัพจะได้ทราบนโยบายและรีบนำไปดำเนินการ ทั้งนี้นายกฯไม่ได้ให้นโยบายอะไร เพียงแต่ขอบคุณกองทัพที่ทำงานให้รัฐบาลเพราะถือว่ากองทัพเป็นกลไกของรัฐบาล และการทำงานที่ผ่านมาในรอบ3เดือน ท่านเห็นว่ากองทัพได้ทำงานตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ทุกเรื่องด้วยความเต็ม ใจ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งท่านพอใจในการทำงานร่วมกันของกองทัพและรัฐบาล นอกจากนี้เพื่อให้เกิดความสนิทสนม ความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น คงจะต้องมีโอกาสพบกันมากยิ่งขึ้น
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงกลาโหม เราได้ชี้แจงเรื่องงบประมาณให้ทราบว่า การที่งบประมาณถูกตัดไปจะส่งผลกระทบและได้เปรียบเทียบให้เห็นว่างบประมาณใน รอบ10ปีที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรและครั้งนี้ก็ไม่ได้มากแต่ก็ยังถูกตัดไปอีก เพราะฉะนั้นตามแผนงานตามยุทธศาสตร์ที่ได้เตรียมไว้ในอนาคตอาจจะต้องมีการ ปรับตามความเร่งด่วน แต่ถ้าหากรัฐบาลสามารถหางบประมาณที่เราขาดไปประมาณ1,000กว่าล้านบาท เราก็สามารถดำเนินการนโยบายและยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ซึ่งท่านก็รับทราบว่าจะนำไปพิจารณา แต่ยังไม่ได้ให้คำตอบ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยท่านบอกว่าการประชุมของกระทรวงกลาโหมอาเซียน ถือเป็นความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะสร้างความมั่นคงระหว่างประเทศให้เกิด ขึ้น ท่านให้ใส่ใจในเรื่องนี้และทำให้ดีที่สุดในการประชุมร่วมกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะต่อไปเราจะเป็นประชาคมอาเซียน ดังนั้นการประชุมระดับกระทรวงกลาโหมอาเซียนจึงมีความสำคัญ
ทอ.เตรียมปรับลดงบฟื้นฟูลงเหลือ1.3พันล้าน
พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงงบประมาณจำนวน10,563 ล้านบาทที่กองทัพอากาศร้องขอเพื่อฟื้นฟูกองทัพอากาศว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นรัฐบาลให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสำรวจความเสียหาย ของกองทัพอากาศทั้งโครงสร้างพื้นฐานและความเสียหายของฝ่ายอำนวยการ ขณะนี้ทางกองทัพอากาศได้จัดทำแผนความเสียหายเสนอให้กับรมว.กลาโหมไปแล้ว พร้อมเสนอที่ประชุมครม.วาระพิเศษ ในวันจันทร์ที่ 12 ธ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับงบประมาณฟื้นฟูกองทัพอากาศจำนวน 10,563 ล้านที่กองทัพอากาศเสนอไปนั้น หลังจากที่ทางนายกรัฐมนตรีได้มีการทักท้วงว่า งบประมาณจำนวนดังกล่าวมากเกินไปนั้น ทำให้เบื้องต้นทางกองทัพอากาศเตรียมปรับลดงบประมาณฟื้นฟูลง 1.3 พันล้าน ทำให้เหลืองบฟื้นฟูจำนวน 9,263 ล้านบาท
ปภ.เร่ง62จังหวัด-กทม.ส่งข้อมูลผู้ประสบอุทกภัย
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงการจ่ายเงินช่วยเหลือครัวเรือนที่ประสบอุทกภัย 5,000 บาทว่า หลังจากจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือครัวเรือนที่ประสบอุทกภัย 5,000 บาทในพื้นที่ 62 จังหวัด จำนวน 2,289,562 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 11,447,810,000 บาท ขณะนี้ ปภ.ได้รวบรวมข้อมูลครัวเรือนที่ประสบอุทกภัยให้ ธนาคารออมสิน จำนวน 434,588 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 18.98 คงเหลือ 1,854,974 ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 81.02
โดยธนาคารออมสินได้เริ่มทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยแล้ว 57,343 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 13.19 ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ใน 30 เขต จำนวน 621,355 ครัวเรือน กทม.ได้จัดส่งข้อมูลให้ ธนาคารออมสินแล้ว 36,464 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 5.87 คงเหลือ 584,891 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 94.13
ทั้งนี้ ปภ.เร่งรัดให้ทั้ง 62 จังหวัด และกทม.จัดส่งข้อมูลครัวเรือนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์มายัง ปภ. ให้ครบถ้วนโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สามารถจ่ายเงินช่วยเหลือเสร็จสิ้นตามกรอบระยะเวลาที่ ครม.กำหนด เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยได้รับเงินช่วยเหลือรวดเร็วขึ้น
"ยงยุทธ"ยัน20 ธ.ค.ทุกบ้านไร้น้ำขัง
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะอำนวยการบริหารจัดการพื้นที่น้ำท่วมขัง ได้เรียกผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดเทรา ได้แก่ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา เพื่อสอบถามสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด และกำหนดแนวทางและวางแผนการระบายน้ำออกจากพื้นที่ต่อไป
นายยงยุทธ กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังมีน้ำท่วมขังในขณะนี้ ว่า ยังคงเหลือพื้นที่น้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และสมุทรสาครบางส่วน ซึ่งคาดว่าน้ำจะแห้งในพื้นที่ที่อยู่อาศัยของประชาชนในวันที่ 20 ธ.ค. แต่อาจจะมีน้ำขังในพื้นที่การเกษตร ส่วนเรื่องเงินเยียวยา 5000 บาท ก็เร่งดำเนินการ ซึ่งภาพรวมในพื้นที่ กทม. ยังจ่ายเงินได้น้อยอยู่ แต่ก็จะรีบจ่ายให้ได้ทั้งหมด ภายในสิ้นเดือนนี้ก็น่าจะจ่ายได้หมด
อย่างไรก็ตาม สำหรับการจ่ายเงินจากกรณีที่อยู่อาศัยเสียหายจากอุทกภัย ถ้าเสียทั้งหลัง จำนวน30,000บาท หรือเสียหายบางส่วน จำนวน20,000 บาท นั้น ก็จะรีบสำรวจและดำเนินการทันที ส่วนเรื่องงบฟื้นฟูที่ทางคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ได้เสนองบในการประชุมคณะรัฐมนตรีประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งถูกตีกลับนั้น ตนจะไปประชุมถกเรื่องนี้อีกรอบ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด
ด้าน นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวในที่ประชุม ว่า กรมชลประทานได้แบ่งพื้นที่สำหรับการระบายน้ำใน จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นนทบุรี และ จ.นครปฐมที่ยังคงวิกฤติอยู่ออกเป็นโซน โดยพิจารณาจากช่องทางการระบายน้ำ ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ลดต่ำลงมาก และสามารถระบายน้ำได้เต็มกำลัง เนื่องจากกรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำมาจากภาคเหนือและภาคอีสานจำนวนมาก ขณะที่แม่น้ำท่าจีนช่วง ต.โพธิ์พระยา อ.เมือง จ.สุพรรณบุรีก็ลดต่ำลงมาก มีเพียงช่วง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมเท่านั้น ที่ยังคงมีระดับน้ำสูงอยู่ ซึ่งอาจส่งผลให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ จ.นครปฐมล่าช้า ไปถึงช่วงเดือนม.ค.
“สำหรับ จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่ส่วนใหญ่จะสามารถระบายน้ำได้ทั้งหมดภายในวันที่ 15 ธ.ค. ส่วนพื้นที่ อ.เสนา อ.ผักไห่ และ อ.ภาชีบางส่วน จะระบายน้ำได้ทั้งหมดวันที่ 25 ธ.ค. จ.ปทุมธานี ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา และด้านใต้ที่ติดกับคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จะสามารถระบายน้ำออกได้ทั้งหมดในวันที่ 15 ธ.ค. ขณะที่ อ.ธัญบุรี จะสามารถระบายน้ำออกได้หมดภายในวันที่ 20 ธ.ค. เหลือเพียงด้านเหนือของคลองเปรมประชากร และพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้หมู่บ้านเมืองเอกที่จะดำเนินการระบายน้ำแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ธ.ค. และพื้นที่จ.นนทบุรี ในเขตอ.บางกรวย อ.ไทรน้อย อ.บางบัวทอง และ อ.บางใหญ่ที่ยังมีน้ำท่วมขังขณะนี้ เชื่อว่า ภายในวันที่ 17 ธ.ค.น่าจะเรียบร้อยทั้งหมด”
นายยงศักดิ์ คงมาก ผู้ช่วยปลัดกทม.กล่าวว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพเข้าสู่ภาวะปกติทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำในหมู่บ้านจัดสรร และถนนพุทธมณฑลสาย2 และถนนพุทธมณฑลสาย 3 รวมถึงถนนบรมราชชนนี ส่วนพื้นที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ที่มีปัญหาก่อนหน้านี้ ดำเนินการกู้ได้เกือบทั้งหมดแล้ว คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในอีก 2 วันอย่างแน่นอน ส่วนเขตตลิ่งชัน ที่ต้องรับน้ำจากอ.บางบัวทองนั้น น่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในกลางเดือนธ.ค.อย่างแน่นอน ดำเนินการเรียบร้อย ส่วนฝั่งพระนคร บริเวณเขตดอนเมือง และเขตสายไหม น่าจะสูบน้ำออกได้หมดภายในวันที่ 15 ธ.ค. เช่นเดียวกัน
"สุขุมพันธุ์"สั่งระดมเครื่องสูบน้ำกู้ถนนบรมราชชนนี
เมื่อเวลา 14.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินทางมายังถนนบรมราชนนี เขตทวีวัฒนา เพื่อตรวจการกู้ถนนบรมราชชนนีซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ(สนน.)กำลังดำเนินการวางกระสอบทรายเป็นบล็อกตั้งแต่บริเวณคลองควายถึงคลองทวีวัฒนา เพื่อเร่งสูบน้ำจากถนนเข้ามาก่อนผันน้ำผ่านท่อระบายน้ำลงคลองทวีวัฒนา ทำให้ระดับน้ำในถนนบรมราชนนีลอลงต่อเนื่อง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 2 ฝั่งขาออก ในช่วงน้ำท่วมพบว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงมากทำให้การระบายน้ำทำได้ช้า เนื่องจากต้องให้คลองต่างๆที่เป็นเส้นทางรับน้ำ ลดลงก่อน จึงจะสามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีคลองทวีวัฒนาเป็นเส้นทางรับน้ำหลัก เมื่อระดับน้ำในคลองทวีวัฒนาลดลงแล้วกทม.จึงระดมเครื่องสูบน้ำและได้สร้างแนวบล็อกน้ำและพื้นที่แก้มลิง รวมทั้งขุดลอกคูระบายน้ำริมถนนเพื่อให้น้ำไหลลงคลองทวีวัฒนาได้สะดวก ซึ่งจะทำให้ถนนบรมราชชนนีแห้งโดยเร็วที่สุด โดยล่าสุดขณะนี้ถนนบรมราชชนนีฝั่งขาออกจะแห้งแล้ว ทำให้กทม.จะเร่งดำเนินการในฝั่งขาเข้าต่อทันที คาดว่าภายใน 2-3วันถนนบรมราชชนนีตลอดสายทั้ง 2 ฝั่งจะแห้งในที่สุด
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการระบายน้ำออกจากพื้นที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแคภายหลังจากที่กทม.ส่งเจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง และปิดล้อมพื้นที่เพื่อเร่งสูบน้ำออกในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ขณะนี้ระดับน้ำ ลดลงเหลือ 1-2 ซม.คาดว่าภายในสุดสัปดาห์นี้หมู่บ้านเศรษฐกิจน้ำจะแห้งทั้งหมดเช่นเดียวกับซอยแอนเน็กซ์ เขตสายไหม ส่วนกรณีที่ประชาชนหมู่บ้านวังทองออกมาเรียกร้องให้มีการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่นั้น หมู่บ้านวังทองอยู่ในพื้นที่จ.ปทุมธานี ทำให้กทม.ต้องเร่งระบายน้ำที่ถนนพหลโยธินตอนบนก่อนให้ลดลงก่อน จึงจะสามารถให้ความช่วยเหลือได้
น้ำท่วมถล่มทางหลวงเสียหายกว่า2.5หมื่นล้าน
นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักในหลายๆ พื้นที่ส่งผลในถนนทางหลวงทั่วประเทศเสียหายรวมกว่า 25,000 ล้านบาท โดยกรมทางหลวงได้เริ่มเข้าปรับปรุงถนนทางหลวงในหลายพื้นที่ เพื่อเปิดให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นกรมทางหลวงจะปรับปรุงถนนทางหลวงทุกเส้นทางให้สามารถสัญจรได้ชั่วคราว และหลังจากนั้นจะปรับปรุงและซ่อมบำรุงแบบถาวรต่อไป
เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของผู้ใช้รถใช้ถนนที่จำเป็นต้องสัญจรบนถนนทางหลวงในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย ขอให้โปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้เส้นทางเพิ่มขึ้นด้วย และให้สอบถามเส้นทางก่อนเดินทางอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือทุกระยะในการเดินทาง สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง การจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์ไปได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง ตลอด 24 ชั่วโมง 1586 ตำรวจทางหลวง ตลอด 24 ชั่วโมง 1193 สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง 0-2354-6530, 0-2354-6668-76 ต่อ 2014 ศูนย์บริหารงานอุบัติภัย สำนักบริหารบำรุงทาง 0-2354-6551



