ข่าว

 ตางหนูหนูกะไต่ ตางไหน่ไหน่กะเดิน

ตางหนูหนูกะไต่ ตางไหน่ไหน่กะเดิน

09 ธ.ค. 2554

ตางหนูหนูกะไต่ ตางไหน่ไหน่กะเดิน : เลียบค่าย โดย อนลัส [email protected]

                 ในที่สุดอดีตนักร้องหนุ่ม "กี้ร์" อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ก็เข้ามอบตัวต่อดีเอสไอสู้คดีก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมืองเมื่อปี 2553
   
               ปีเศษที่หนุ่มกี้ร์ระหกระเหินหนีคดีไปพำนักอยู่กัมพูชา แหล่งหลบซ่อนชั้นดีของเหล่าผู้มากบารมีทั้งหลาย และกัมพูชาก็ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีสำหรับคนเหล่านี้
   
               น่าสนใจนะครับ หนุ่มกี้ร์หลบหนีออกนอกประเทศอย่างไร
   
               วันดีคืนดีอยากจะกลับเข้าประเทศไทยอย่างไรก็ได้
   
               ทั้งที่มีคดีติดตัว หมายจับก่อการร้ายอย่างน้อย 5 หมาย มีชื่อติดอยู่ในบัญชีดำของตำรวจ
   
               ข้อเท็จจริงที่ขมขื่นอย่างหนึ่งในประเทศไทยก็คือ คนมีเงินมีอำนาจจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น และดูเหมือนกฎหมายธรรมดาจะเอื้อมไปไม่ถึง บางครั้งก็เอื้อให้แก่บุคคลเหล่านี้เสียด้วยซ้ำ
   
               คนธรรมดาอย่างเราๆ คงไม่มีโอกาสได้รู้หรอกครับว่า เขาใช้วิธีไหน ช่องทางไหน และทำกันอย่างไร โดยที่ตำรวจและด่านตรวจทั้งหลายไม่รู้ไม่เห็น
   
               ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แกล้งทำเป็นไม่เห็น มีความหมายไม่ต่างอะไรกับการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ บางขณะอาจเข้าข่ายเป็นการช่วยเหลือด้วยซ้ำไป 
   
               การถูกจับกุมกับการเข้ามอบตัวนั้นแตกต่างกันมากนะครับ อย่างแรกแทบจะไม่มีสิทธิ์ได้รับการประกันตัว แถมเสียเกียรติ เสียศักดิ์ อย่างแรง ส่วนอย่างหลังดูดีมีสง่าราศี องอาจ และได้รับการประกันตัว ไม่ต้องนอนคุก

               สิ่งที่จะตามมานับจากนี้น่าสนใจนะครับ เหตุผลที่หนุ่มกี้ร์เข้ามอบตัวโดยอ้างว่า ต้องการให้เกิดความปรองดอง และมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม

               หมายความว่าเขามั่นใจมากว่าจะพ้นผิดจากข้อกล่าวหาต่างๆ ได้ เพราะการเมืองวันนี้เปลี่ยนขั้วมาอยู่ฟากพรรคเพื่อไทย ซึ่งแยกไม่ออกเลยกับคนเสื้อแดง

               หลักฐานบรรดาที่ดีเอสไอมีอยู่และนำมาสู่การออกหมายจับเมื่อปี 2553 วันนี้จะคงความศักดิ์สิทธิ์เพียงพอที่จะเอาผิดได้อยู่อีกหรือไม่

               ในชั้นตำรวจไม่ต้องพูดถึง ถ้าจะให้คะแนนในคดีนี้ก็ต้องบอกว่าสอบตก ปล่อยออกนอกประเทศได้และปล่อยให้กลับเข้ามาก็ได้อีกด้วย

               ส่วนดีเอสไอก็ต้องจับตาดูกันชนิดห้ามกะพริบตา พอการเมืองเปลี่ยนความเห็นในคดีจะเปลี่ยนหรือไม่

               ฟากการเมืองคงไม่ต้องพูดถึงคงช่วยเหลือเกื้อกูลกันสุดลิ่มทิ่มประตู

               สุดท้ายก็คงไปจบอยู่ที่ศาล แต่ศาลท่านก็พิจารณาจากหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวน ต้นธารกระบวนการยุติธรรมจึงสำคัญยิ่งเช่นว่านี้

               “ตางหนู หนูกะไต่ ตางไหน่ ไหน่กะเดิน” เป็นสุภาษิตภาคเหนือแปลได้ว่า ทางหนู หนูก็ไต่ ทางกระรอก กระรอกก็เดิน มันคงไม่ผิดไปจากนี้ได้
 
               เลือกเอาครับจะเป็นหนูหรือกระรอก !?!