ข่าว

คอป.ชี้'คดีซุกหุ้น'รากเหง้าขัดแย้ง

คอป.ชี้'คดีซุกหุ้น'รากเหง้าขัดแย้ง

08 ธ.ค. 2554

คอป. เสนอรายงานฉบับที่ 2 ต่อรัฐบาลแล้ว แนะ 9 ข้อ รัฐบาลต้องยึดหลักนิติธรรมในการบริหารประเทศ ระลึกว่าชนะเลือกตั้งเพราะนโยบายปรองดอง ดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อผู้ที่จาบจ้วงสถาบัน สุดท้ายชี้รากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งมาจาก "คดีทักษิณ ซุกหุ้น"

              8ธ.ค.2554 คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ได้เผยแพร่รายงานผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือน ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 17 มกราคม 2554-16 กรกฎาคม 2554 โดยในตอนท้ายของรายงานมีข้อเสนอแนะที่ส่งถึงรัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวม 8 ข้อ แต่ที่น่าสนใจเป็นพิเศษมี 2 ข้อ คือ 1.ความกังวลต่อสถานการณ์เกี่ยวกับการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนส่งผลกระทบในทางการเมือง และกลายเป็นประเด็นที่สหประชาชาติ องค์การระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน และนานาประเทศให้ความสนใจติดตามอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน


               ด้วยเหตุนี้ คอป.จึงเสนอให้รัฐบาลต้องดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีความเป็นเอกภาพและดำเนินงานร่วมกันอย่างบูรณาการ มีกลไกที่สามารถกำหนดนโยบายในทางอาญาที่เหมาะสม สามารถจำแนกลักษณะของคดีโดยพิจารณาจากความหนักเบาของพฤติกรรม เจตนา แรงจูงใจในการกระทำ สถานภาพของบุคคลที่กระทำ และบริบทโดยรวมของสถานการณ์ที่นำไปสู่การกระทำ

               นอกจากนั้น คอป.ยังเสนอให้อัยการซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการใช้ดุลพินิจว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ ให้ความสำคัญกับแนวทางการสั่งคดีโดยใช้ดุลพินิจ ซึ่งเป็นอำนาจของอัยการอันเป็นสากล แม้ว่าคดีมีหลักฐานเพียงพอในการสั่งฟ้อง แต่อัยการต้องให้ความสำคัญกับการชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบผลดีผลเสียในการดำเนินคดีด้วย โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

               ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรดำเนินการเพื่อให้ผู้ต้องหาและจำเลยในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้รับการปล่อยชั่วคราว และควรพิจารณาทบทวนการดำเนินคดีที่นำเอาประเด็นเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาขยายผลในช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งทางการเมือง


ชี้คดี"ทักษิณซุกหุ้น"จุดเริ่มละเมิดนิติธรรม



               2.รากเหง้าความขัดแย้งของประเทศจนทำให้เกิดความรุนแรงในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการที่ละเมิดหลักนิติธรรม กระบวนการประชาธิปไตย กระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ทุกๆ อย่างมีความอ่อนแอและขาดประสิทธิภาพ จนนำไปสู่กระบวนการใช้อำนาจนอกระบบในการแก้ไขปัญหาโดยการรัฐประหาร ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง แต่แทนที่จะเป็นการแก้ปัญหา ในท้ายที่สุดกลับสร้างปัญหามากยิ่งขึ้น

               ทั้งนี้ การละเมิดหลักนิติธรรมโดยกระบวนการยุติธรรมอันเป็นรากเหง้าของปัญหา เกิดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2547 ในคดี "ซุกหุ้น" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด เนื่องจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีการปฏิบัติที่ผิดหลักกฎหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงในหลักนิติธรรมของประเทศไทย จึงเสนอแนะให้รัฐและสังคมได้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย