ข่าว

เจ็ตสกีฉาวกักขังหน่วงเหนี่ยวนักท่องเที่ยว

เจ็ตสกีฉาวกักขังหน่วงเหนี่ยวนักท่องเที่ยว

08 ธ.ค. 2554

เจ็ตสกีหาดพัทยาทำเมืองพัทยาฉาว ก่อเหตุทำร้ายร่างกายกักขังหน่วงเหนี่ยวนักท่องเที่ยวชาวยูเครน เรียกเก็บเงินค่าเจ็ตสกีเฉี่ยวชนกว่า 1 แสนแพงเกินจริง กระทบภาพลักษณ์อันดีของเมืองพัทยา

               เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 8 ธ.ค.  เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธร เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว 4กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมเวลคัม ถนนพัทยาสาย 2 พัทยาใต้ เขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หลังจากที่ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวยูเครนว่าได้ถูกผู้ประกอบการปล่อยเรือเจ็ตสกีให้เช่าทำร้ายร่างกายและเรียกเก็บเงินค่าเจ็ตสกีเฉี่ยวชน สูงกว่าความเป็นจริง
             
              ไปถึงพบ มิสอีเลน่า อายุ 23 ปี มิสอานาสตาเซีย อายุ 25 ปี และ มิสเตอร์ทาต้า อายุ 29 ปี นักท่องชาวยูเครน กำลังยืนพูดคุยอยู่กับนายสรายุทธ เจ๊หมัด อายุ 34 ปี และนายณัฐภูมิ ภูมินอก อายุ 25 ปี 2 ผู้ประกอบการปล่อยเรือเจ็ตสกีให้เช่าอยู่ที่บริเวณชายหาดด้านหน้าห้างสรรพสินค้ารอยัล พัทยาใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปทำการสอบถามนักท่องเที่ยวชาวยูเครนจนทราบว่า
   
              ก่อนเกิดเหตุกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยูเครนจำนวน 5 คน ซึ่งเป็นหญิง 2 คน และชายอีก 3 คน ได้เข้าไปเช่าเรือเจ็ตสกีจำนวน 3 ลำ ซึ่งเป็นของนายสรายุทธ เพื่อขับขี่ชมบรรยากาศชายหาดพัทยาใต้ ในราคาครึ่งชั่วโมงลำละ 700 บาท แต่เรือเจ็ทสกีทั้ง 3 ลำ ได้เกิดเฉี่ยวชนกันเพียงเล็กน้อย นายสรายุทธกับเรียกเก็บเงินค่าเสียหายสูงแพงกว่าความเป็นจริง โดยได้เรียกเก็บเงินจากมิสอีเลน่าซึ่งเป็นผู้ขับขี่เรือเจ็ทสกีพรายแก้ว 400 เหรียญดอลล่าสหรัฐ จากมิสอานาสตาเซีย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่เรือเจ็ตสกีกอแก้ว 1,288 เหรียญดอลล่าสหรัฐ และจากมิสเตอร์ทาต้า ซึ้งเป็นผู้ขับขี่เรือเจ็ทสกีโอลีฟ 700 เหรียญดอลล่าสหรัฐ ซึ่งรวมเป็นเงินไทยแล้วได้ประมาณ 78,000 บาท
   
              และยังได้ทำร้ายร่างกายใช้มือบีบคอ มิสอีเลน่า ก่อนพาตัวนักท่องเที่ยวทั้ง 3 มาเอาเงินที่ห้องพักภายในโรงแรมเวลคัม พัทยาใต้ โดยได้ยืดตัวนักท่องเที่ยวชายชาวยูเครนอีก 2 คนซึ้งเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับผู้เสียหายไว้เป็นตัวประกันอยู่ที่ชายหาดด้านหน้าห้างสรรพสินค้ารอยัล การ์เด้นท์ พัทยาใต้ หากได้เงินครบตามจำนวนแล้ว ถึงจะปล่อยตัว แต่นักท่องเที่ยวเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และด้วยความกลัว จึงได้โทรศัพท์ไปปรึกษาเพื่อนสัญชาติเดียวกัน จนกระทั่งเพื่อนได้แจ้งขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่เข้ามาทำการตรวจสอบ
   
              ขณะที่นายสรายุทธ ผู้ประกอบการปล่อยเรือเจ็ตสกีให้เช่า ได้ให้การว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด และเงินค่าเสียหายทั้งหมด ก็ได้ทำการตกลงกันกับนักท่องเที่ยวจนเป็นที่พอใจ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนักท่องเที่ยวจะขอมาอาเงินที่ห้องพัก หากไม่เชื่อใจ ให้เพื่อนชายอีก 2 คน นั่นรออยู่ที่ชายหาด และพาพวกตนมาเอาเงินที่ห้องพักก็ได้ ตนจึงได้หามาที่โรงแรม
   
              เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงเรือเจ็ทสกีที่ถูกเฉี่ยวชนทั้ง 3 ลำ เพื่อขอไปทำการตรวจสอบดูการเสียหายแต่นายสรายุทธได้บอกว่าได้เคลื่อนย้ายนำไปรอซ่อมแซมไว้ที่อู่เรือแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยเข้าไปทำการต่อรองค่าเสียหายไม่ให้แพงสูงกว่าความเป็นจริงจนได้ในราคาลำละ 1 หมื่นบาท จนเป็นที่พอใจกับทั้งสองฝ่าย ก่อนพาตัวไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
   
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่ทั้งนี้ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอยู่บ่อยครั้ง และจะต้องเป็นช่วงของเวลาก่อนมืดเท่านั้น ซึ่งทำให้ยากแก่การตรวจสอบว่าร่องรอยไหนถูกเฉี่ยวชนใหม่ และร่องรอยไหนเป็นร่องรอยของการถูกเฉี่ยวเก่า จนเป็นข่าวดังในด้านความเสียหายให้กับเมืองพัทยามาก่อนหน้านี้แล้ว  ควรที่ผู้ว่าราชการจังหวัดรีบลงมาแก้ปัญหาให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงอันดีกลับมาให้เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างเมืองพัทยาต่อไป