
'สุพจน์'ให้ปากคำตำรวจแล้วเป็นที่รร.
"สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เปลี่ยนสถานที่ให้ปากคำกับตำรวจคดีถูกปลันบ้านเป็นโรงแรมย่านราชประสงค์แทน ส่งผลให้สื่อรอเก้อที่หน้าบ้านเป็นจำนวนมาก คลังเล็งตั้งทีมสอบเอกชนจ่ายใต้โต๊ะ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงายบรรยากาศบริเวณหน้าบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก2 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. เนื่องจากในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ นายสุพจน์พร้อมที่จะให้ปากคำในฐานะผู้เสียหาย หลังจากพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลางได้เรียกสอบกรณีคดีคนร้ายบุกปล้นบ้านในคืนวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่นายสุพจน์ได้แจ้งทรัพย์สินที่ถูกปล้นไปไม่ตรงกับของกลางที่ตำรวจยืดได้จากกลุ่มคนร้ายที่จับกุมได้ในขณะนี้ โดยก่อนหน้านี้นายสุพจน์ได้เลื่อนให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้ว 2 ครั้ง และได้นัดหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบปากคำที่บ้านของตัวเองในเวลา 16.00 น.
ทั้งนี้เมื่อสอบถามไปยัง พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง ได้รับคำยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปสอบปากคำนายสุพจน์เวลา 17.30 น. อย่างแน่นอน ทำให้กองทัพสื่อมวลชนทุกแขนงมารอทำข่าวกันแน่นตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้านายสุพจน์ได้นิมนต์พระจำนวน 3 รูปมาทำบุญตักบาตรที่บ้านและก็เก็บตัวเงียบภายในบ้านของตัวเอง และจากการสอบถามคนงานภายในบ้านของนายสุพจน์ว่ามีอาการเครียดหรือไม่ คนงานก็บอกว่านายสุพจน์ยังปกติดี ไม่แสดงอาการเครียดแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดเวลา 18.00น.พนักงานสอบสวนสน.วังทองหลาง ยังไม่ได้เดินทางมาที่บ้านของนายสุพจน์ เพื่อมาสอบปากคำแต่อย่างใด มีแต่เพียงบรรดาสื่อมวลชนที่ยงคงเฝ้าสังเกตการณ์อยู่หน้าบ้านดังกล่าวอย่างจำนวนมาก
จนกระทั้งเวลา 19.50 น. มีรายงานว่า นายสุพจน์ได้เปลี่ยนสถานที่ให้ปากคำตำรวจเป็นโรงแรมเซ็นทาราฯ ย่านราชประสงค์แทน
พ.ต.อ.ธวัช กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่สอบปากคำไปเป็นที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ย่านราชประสงค์ โดยไม่ได้มีการบอกถึงเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงสถานที่แต่อย่างใด ทั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบปากคำนายสุพจน์ ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าจะแล้วเสร็จในเวลาใด
คลังเล็งตั้งทีมสอบเอกชนจ่ายใต้โต๊ะ
เกี่ยวกับตรวจสอบการทุจริตของข้าราชการระดับสูงที่เรียกหาผลประโยชน์กับบริษัทเอกชนนั้น วันเดียวกัน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุม คณะกรรมการ Anti corruption ว่า คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยบุคคลทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบในการเข้าไปตรวจสอบบริษัทที่รับงานจากภาครัฐ ว่ารายใดมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายจ่ายเงินใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้รับงานนั้นหรือไม่ โดยการพุ่งเป้าไปที่การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐก่อนนั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้น ส่วนมูลค่าโครงการเท่าไหร่ถึงจะเข้าข่ายที่ต้องตรวจสอบนั้น จะกำหนดกันในภายหลัง อย่างไรก็ตาม การป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่นในวงราชการนั้น สิ่งสำคัญคือ การร่วมมือของภาคเอกชนเอง ซึ่งขณะนี้บริษัทเอกชนกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันในนามของ “บริษัทสีขาว” เพื่อกำหนดกติกาว่า จะไม่จ่ายเงินใต้โต๊ะ
นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชี กล่าวว่า การตรวจสอบบัญชีของบริษัทเอกชนที่จ่ายเงินใต้โต๊ะ หากตรวจสอบจริง ย่อมสามารถพบความผิดปกติได้ เพราะการจ่ายเงินทุกก้อนของบริษัท จะต้องมีเหตุผลว่า จ่ายให้ใคร หรือจ่ายโดยสมเหตุสมผลหรือไม่



