
ชี้มูลคลองด่าน'วัฒนา'ทุจริต'สุวัจน์'รอด
ปปช. ชี้มูลความผิดคดีก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน "วัฒนา-ยิ่งพันธ์ รับเละ ผิดแทบทุกข้อกล่าวหา "สุวัจน์" รอดบ่วง ด้วยมติเอกฉันท์ ปปช. ชี้ ไม่มีเอี่ยวริเริ่มผลักดันโครงการ ไม่พบเอื้อประโยชน์ บ.ประยูรวิศว์ ด้านข้าราชการคพ. 4 ราย ส่งอัยการยื่นฟ้องอาญา
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการปปช. ในฐานะโฆษกปปช. แถลงข่าวกรณีปปช.มีมติ ชี้มูลความผิดคดีทุจริตโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยใช้เวลากว่า 1 ช.ม. ในการชี้แจงเอกสารประกอบการไต่สวนของปปช.รวม 27 หน้ากระดาษว่า คดีดังกล่าวถูกร้องเรียนมายังปปป.ตั้งแต่ปี 42 และถูกส่งต่อมาให้ปปช. ชุดแรก ในปี 43 ต่อมาได้เว้นช่วงการพิจารณาลงในปี 47 เนื่องจากขณะนั้น ไม่มีปปช.
ต่อมาเมื่อปี 49 ปปช.ชุดปัจจุบันได้หยิบยกกรณีดังกล่าวมาพิจารณาอีกครั้ง โดยมอบหมายให้นายวิชัย วิวิตเสวี เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน และมีผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด นักวิชาการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมเป็นกรรมการไต่สวน สาเหตุที่ทำให้การไต่สวนเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากมีเอกสาร 403 รายการ จำนวน 17,000 แผ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษต้องส่งให้ผู้เชี่ยวชาญแปล และมีพยานบุคคล 114 ปาก
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ที่สำคัญคดีมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 36 ราย แบ่งเป็นนักการเมือง 3 คน คือนายวัฒนา อัศวเหม รมช.มหาดไทย นายยิ่งพันธ์ มนะสิการ รมว.วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ข้าราชการ 14 คน และบริษัทเอกชน 16 ราย โดยคณะอนุกรรมการฯได้แยกพิจารณาเป็นรายบุคคล และกำหนดประเด็นพิจารณา
โดยเฉพาะขั้นตอนการประกวดราคาตั้งแต่ 1.ขั้นตอนการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม เป็นผู้มีสิทธิเข้าประกวดราคาโครงการ ซึ่งพบว่า นายปกิต กีระวนิช อธิบดีกรมควบคุมมลพิษในขณะนั้น กับพวก ได้ละเลยไม่ตรวจสอบคุณสมบัติของกลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKG ทำให้มีคุณสมบัติไม่ตรงตามเอกสารประกวดราคา
2.ขั้นตอนการประกาศเชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอ แสดงคุณสมบัติเพื่อขายที่ดิน และคัดเลือกที่ดินเพื่อขายในโครงการ ซึ่งในชั้นนี้ ระบุว่า ไม่มีที่ดินที่มีคุณสมบัติในการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ในจังหวัดสมุทราปราการฝั่งตะวันตก (ต.บางปลากด)
3.ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดในทีโออาร์ ได้มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพบว่า ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้มีการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ฝั่งตะวันออกฝั่งเดียว โดยมีที่ดินของบริษัทคลองด่านมารีนแอนด์ฟิชเชอรี่ เพียงรายเดียว และเหลือผู้ประกวดราคาโครงการรายเดียว คือ NVPSKG
4.ขั้นตอนการดำเนินการของบประมาณในการก่อสร้าง ได้มีการขอขยายวงเงินจาก 1.2 หมื่นล้านบาทเป็น 2.2 หมื่นล้านบาท แต่ครม.เห็นชอบเพียงรับทราบมติบอร์ดกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ขณะที่สำนักงบประมาณยังไม่ได้พิจารณาความเหมาะสมในงบประมาณที่เพิ่มขึ้น
5.การดำเนินการต่อเพื่อประกวดราคาต่อไป ทั้งที่เหลือผู้ประกวดราคาเพียงรายเดียว
6.ขั้นตอนการต่อรองราคาไม่ดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ ทำให้ฝ่ายราชการเสียเปรียบหลายด้าน
7.ขั้นตอนการส่งเรื่องให้สำนักงบฯพิจารณาความเหมาะสมเรื่องงบประมาณ ซึ่งไม่พบว่า มีการจัดส่งรายละเอียดให้สำนักงบพิจารณา
8.การเสนอมติครม.ให้เห็นชอบเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินโครงการและงบประมาณ ซึ่งพบว่า ครม.เมื่อวันที่ 5 สค.40 เห็นชอบเพียงเรื่องการขออนุมัติขยายเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีเท่านั้น แต่ไม่ได้รับรองการประกวดราคา ซึ่งเปลี่ยนแปลงระบบการก่อสร้าง
9.ขั้นตอนการก่อสร้างและอนุมัติจ้างลงนามในสัญญาพบว่า สัญญาที่อธิบดีคพ.ลงนาม มีสาระสำคัญแตกต่างไปจากร่างที่ผ่านการตรวจจากสำนักอัยการสูงสุด
10.การดำเนินโครงการโดยไม่มีบริษัทนอร์ทเวสต์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด เป็นคู่สัญญาพบว่า นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูลย์ ซึ่งรับตำแหน่งอธิบดีคพ.ต่อจากนายปกิต และนางยุวรี อินนา ผอ.กองจัดการคุณภาพน้ำ ปกปิดข้อเท็จจริงและไม่รายงานว่าบริษัทนอร์ทเวสต์ฯถอนตัวออกจาก NVPSKG
11.การยอมรับให้บริษัทสมุทรปราการ คอร์ปเปอร์เรทติ้ง จำกัด เข้ามาเป็นคู่สัญญาแทนบริษัทนอร์ทเวสฯ ทั้งที่ทราบดีว่า ไม่มีคุณสมบัติเทียบเท่าบริษัทนอร์ทเวส
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า สำหรับการพิจารณาคดีในส่วนของนายวัฒนาได้แยกการพิจารณาเป็น 2 ส่วน ประเด็นเป็นการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบ ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินลงโทษจำคุกไปแล้ว ส่วนอีกประเด็นเป็นเรื่องการเข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งคณะอนุกรรมการเห็นว่า ไม่มีความผิดให้ข้อกล่าวหาตกไป
"แต่ปปช.เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาพิจารณาลงโทษไปแล้ว มีความชัดเจนว่า นายวัฒนาเข้าไปใช้อำนาจหน้าที่รมช.มหาดไทย โทรศัพท์ไปเร่งรัดให้สมาชิกอบต.คลองด่านจำนวน 3 คน ให้รวบรวมการออกโฉนดที่ดินเพื่อให้ใช้การก่อสร้าง และไม่คัดค้านการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งปปช.มีมติเอกฉันท์เห็นว่าพฤติการณ์ของนายวัฒนามีมูลทางอาญา ใช้ตำแหน่งข่มขู่ให้ผู้อื่นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง และเป็นเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
มีความผิดตามมาตรา 148 และ 157 จึงจะส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาให้นายวัฒนาเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน โดยจะส่งหนังสือไปยังที่อยู่ตามภูมิลำเนา หากไม่พร้อมผู้ถูกกล่าวหาสามารถขอขยายเวลาชี้แจงออกไปได้"
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า สำหรับคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายยิ่งพันธ์ ปปช.เห็นว่า การกระทำของนายยิ่งพันธุ์ มีความผิด ฝ่าฝืนมติครม.และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการว่าจ้างบริษัทเทิร์นคีย์ และบริษัทกิจการร่วมค้า ทำให้สัญญาเป็นโมฆะ เนื่องจากโฉนดที่ดินคลองด่านออกโดยมิชอบ และมีราคาแพงกว่าราคาประเมินถึง 1,400 ล้านบาท ดังนั้น ปปช.มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดตามมาตรา 151 และ 157 แต่เนื่องจากนายยิ่งพันธ์ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 46 ปปช.จึงมีมติให้ยุติเรื่องดังกล่าว
นายกล้านรงค์ ยังกล่าวถึงคดีในส่วนของนายสุวัจน์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า มีส่วนร่วมในการผลักดันโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียฯ โดยคณะอนุกรรมการไต่สวนได้พิจารณาย้อนหลัง ทั้งในช่วงที่นายสุวัจน์เป็นรมว.วิทยาศาสตร์ และรมว.คมนาคม โดยข้อเท็จจริง พบว่า โครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย ริเริ่มในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ขณะนั้น มีนายพิศาล มูลศาสตร์สาทร เป็นรมว.วิทยาศาสตร์ มีการว่าจ้างบริษัทมอนโกรเมอรี่ วัตสัน เอเชีย ศึกษาโครงการ ซึ่งขั้นตอนนี้นายสุวัจน์ยังไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง
ต่อมาในปี 38 นายสุวัจน์เป็นรมว.วิทยาศาสตร์ฯนำผลการศึกษาดังกล่าวเสนอให้บอร์ดสิ่งแวดล้อมพิจารณา และมีรายงานปรากฏว่า พื้นที่ต.คลองด่านไม่มีความเหมาะสมเนื่องจากเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและกำหนดวงเงินก่อสร้าง 1.3 หมื่นล้าน ไม่ใช่ 2.2 หมื่นล้าน
ต่อมามีการเลือกตั้งใหม่ นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกฯ นายยิ่งพันธ์ เป็นรมว.วิทยาศาสตรฯ ส่วนนายสุวัจน์เป็นฝ่ายค้าน ขณะนั้น นายวิษณุ เครืองาม เลขาฯครม.ได้ส่งเรื่องโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคืนให้นายยิ่งพันธ์ ทำให้หนังสือที่ลงนามโดยนายสุวัจน์ สิ้นผลไป ทั้งนี้ การผลักดันโครงการและการลงนามสั่งจ้างจึงเป็นอำนาจของนายยิ่งพันธ์
สำหรับการตรวจสอบในช่วงที่นายสุวัจน์เป็นรมว.คมนาคม ในช่วงปี 39-40 ในรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งครม.มีมติให้ปรับปรุงวิธีวางท่อบนผิวดินมาเป็นการวางท่อใต้ดิน เพื่อลดผลกระทบปัญหาการจราจร และต้องใช้ท่อที่มีคุณภาพสูง ให้ทนต่อการกัดกร่อนของน้ำทะเล ซึ่งนายสุวัจน์ไม่ได้เข้าร่วมประชุมครม.นัดดังกล่าว ดังนั้น นายสุวัจน์จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการริเริ่ม และอนุมัติโครงการ
ทั้งนี้ ปปช. ยังได้พิจารณาในประเด็นที่ว่า นายสุวัจน์ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทประยูรวิศว์การช่าง ซึ่งเป็นบริษัทในครอบครัวนายสุวัจน์หรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัทประยูรวิศว์ เป็นเพียงบริษัทหนึ่งในจำนวนกลุ่มกิจการร่วมค้า ประกอบด้วยผู้ร่วมทุน 6 บริษัท โดยบริษัทประยูรวิศว์ไม่ได้เป็นบริษัทหลัก ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการ ถือเป็นผู้ถือหุ้นเท่านั้น การไต่สวนจึงไม่พบว่า นายสุวัจน์กระทำผิด คณะกรรมการปปช.มีมติเอกฉันท์ให้ข้อกล่าวหาตกไป
สำหรับผู้ถูกกล่าวหาในส่วนที่เป็นข้าราชการประจำ ปปช.จะส่งรายงานพร้อมความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาให้พิจารณาโทษทางวินัย แก่ นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูลย์ นางนิศากร โฆษิตรัตน์ และนางยุวรี อินนา นายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย นายณรงค์ แก้วเศวตพันธุ นายชนินทร์ ทองธรรมชาติ นายชานัน ติรนะรัต นายวิศว ศะศิสมิต นายสุทัศน์ วิภวกุล นายอนุพันธ์ อิฐรัตน และน.ส.ณิชานัน ทองนาค ตามความผิดพรบ.ปปช. มาตรา 92 และจะส่งรายงานพร้อมควาเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญากับนายประกิต นายศิริธัญญ์ นางนิศากร และนางยุวรี อินนา



