
ตร.เค้นสอบ'สุเทพ'คดี13ศพ4ชม.
"ตำรวจนครบาล" เค้นสอบปากคำ "เทพเทือก" คดีชันสูตรพลิกศพเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง นาน 4 ชั่วโมง ยืนยันทำตามข้อกฎหมายหลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขอคืนพื้นที่ " เปิดการจราจร " มอบหลักฐานสำคัญภาพถ่าย "ชายชุดดำ" เข้ามาก่อเหตุจนทำให้มีผู้เสียชีวิต นัดสอบ
วันที่ 8 ธ.ค. เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีชันสูตรพลิกศพ 13 ศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในพื้นที่ กทม.ปี 2553 ที่ผ่านมา พร้อมคณะทำงานซึ่งนายตำรวจระดับรอง ผกก.สส.และพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เกิดเหตุสลายการชุมนุมในจุดต่างๆนำไป สู่การเสียชีวิตของผู้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ สน.ปทุมวัน สน.ดุสิต สน.วัดพระยาไกร สน.พญาไท สน.พลับพลาไชย 1 เข้าร่วมสอบปากคำนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และ อดีต ผอ.ศอฉ. ที่ออกคำสั่งให้มีการสลายการชุมนุม โดยนายสุเทพได้นำหลักฐานเอกสารประกอบการชี้แจงข้อเท็จจริงของการออกคำสั่ง ให้มีการสลายการชุมนุมว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายและนำพยานหลักฐาน ที่สามารถตรวจพิสูจน์ได้มายืนยันระหว่างที่มีการสอบปากคำซึ่งใช้เวลานาน เกือบ 4 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จเมื่อเวลา 17.40 น.ที่ผ่านมา
นายสุเทพ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนเดินทางกลับว่า ได้เดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ความวุ่นวายของบ้านเมืองเมื่อปี 2553 ซึ่งครั้งนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำตนในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ที่ตนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในฐานะผอ.ศอฉ.ขอคืนพื้นที่จราจรบริเวณสะพานพราม 8 และ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
"โดยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งนั้น ได้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายอย่างถูกต้องทุกอย่าง แต่มีคนไปอ้างว่าการปฏิบัติการดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่เป็นความจริง ตนได้ยื่นหลักฐานต่างๆ ให้กับทางตำรวจแล้วและขอยืนยันว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งของตนนั้น ได้ทำงานอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และพรก.ฉุกเฉิน ปีพ.ศ.2548 ซึ่ง ตนขอยืนยันว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นคำสั่งของตนในฐานะผอ.ศอฉ.นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด " นายสุเทพกล่าวและว่า
เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของผมทำงานอย่างถูกกฎหมายทุกอย่าง ไม่มีเหตุรุนแรงที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ แต่วันนี้ผมได้ให้ภาพถ่ายกับตำรวจ ที่เป็นชายชุดดำซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายเข้ามาก่อการ เป็นเหตุให้ประชาชนต้องบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตามเหตุการณ์ที่เกิดในวันที่ 10 เม.ย.53 เท่านั้น อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนนัดตนอีกครั้งในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ เวลา 14.00 น. โดยจะสอบปากคำในจุดอื่นๆที่มีการขอคืนพื้นที่จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมซึ่งผมเองก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ
ต่อข้อถามว่า การที่ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่ามีหลักฐานชี้เอาผิดเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดในเหตุการณ์สลายการ ชุมนุม จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย นายสุเทพ หยุดฟังคำถามแล้วตอบกลับเพียงสั้นๆ ว่า “ผมไม่เคยสนใจในคำพูดของนายเฉลิม”
พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวหลังการสอบปากคำว่า นายสุเทพให้ความร่วมมือในการสอบปากคำเป็นอย่างดีและมอบเอกสารหลักฐานรวมถึง คำสั่งการต่างๆไว้เป็นหลักฐานทางคดีโดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายมาให้ปากคำ อีกครั้งวันที่ 16 ธ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ยืนยันจะเดินทางมาให้ปากคำทางคดีกับคณะทำงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในวันที่ 9 ธ.ค.เวลาประมาณ 14.00 น.อย่างแน่นอน โดยจะเดินทางมาพร้อมกับกลุ่ม ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัติย์พร้อมคณะที่ปรึกษาทางกฎหมายของพรรคและทนายความโดยจะทำการสอบปากคำ ทันทีที่เดินทางมาถึงภายในห้องประชุมชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาลซึ่งเป็นที่เดียวกับกรณีการสอบปากคำนายสุเทพในวันนี้
สำหรับสำนวนนการสอบสวนคดีการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต13 ศพครั้งนี้เป็นผล สืบเนื่องจาก ร.ต.อ.เฉลิม กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีคำสั่งให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี DSI นำสำนวนการสอบสวนคดีการเสียชีวิต 13 ศพ จากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปีที่ผ่านมามอบให้กับตำรวจ นครบาลทำการสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดอีกครั้งประกอบด้วย 1.นายมานะ อาจราญ 2.พลทหารวรรณสุทธ์ สาระ 3.นายชาติชาย ชาเหลา 4.นายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ 5.นายรภ สุขสถิตย์ 6.นายมงคล เข็มทอง 7.นายสุวัณ รักษา 8.นายเกรียติคุณ ฉัตรวิริยะกุล 9.นายประจวบ ประจวบสุข 10.นายบุญมี เริ่มสุข 11.ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ 12.นายพัน คำทอง และ 13.นายชาญณรงค์ พลศรีรา ซึ่งทั้ง 13 ศพดังกล่าว เสียชีวิตในท้องที่สน.ปทุมวัน สน.วัดพระยาไกร สน.พญาไท สน.ดุสิต และสน.พลับพลาไชย 1 โดยเห็นว่า DSI ไม่มีสิทธิ์และอำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบ เพราะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่สอบสวนแต่ละท้องที่ที่เกิดเหตุเสียชีวิตเป็นฝ่าย ชันสูตรพร้อมกับทำสวนเอง พร้อมยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายระบุชัดเจนไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเข้ามา แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใดโดยให้กรอบระยะเวลาในการทำสำนวนใหม่ 67 วันและทำสำนวนทางคดีอาญาควบคู่ไปด้วยภายในกรอบ 90 วัน
ยันชายชุดดำก่อการร้ายร่วมชุมนุมเสื้อแดง
เมื่อเวลา 18.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ กล่าวยืนยันว่า การเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นการกระทำของผู้ก่อการร้ายชายชุดดำทั้งสิ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขอเอกสารเพิ่มเติมเช่น รูปบางรูปที่ตนได้นำไปแสดง โดยขอเป็นคลิปวีดิโอ ซึ่งตนก็จะจัดไปให้
จากนั้นนายสุเทพได้เดินขึ้นไปยังห้องทำงานพร้อมทีมทนายความประมาณ 5 คนที่มีนายคนึง ฤาไชย ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความ เพื่อขึ้นไปพบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บนห้องทำงานที่ที่ทำการพรรคซึ่งได้ใช้เวลาในการพูดคุยประมาณ 5 นาที
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้คุยอะไรมาก เชื่อว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ส่วนตนได้เตรียมเอกสารข้อมูลที่จะไปชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 9 ธ.ค. และยังไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนจะเป็นชุดเดียวกันหรือไม่



